คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

เช็กด่วน! คุณกำลังหมดไฟ VS หมดใจ กันแน่?

การทำงานที่ชอบ หรือได้ประกอบอาชีพที่ใฝ่ฝัน ก็เป็นสิ่งที่ดีกับเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดความรู้สึกว่าไม่อากไปต่อ หรือคิดจะลาออกขึ้นมาดื้อ ๆ เราอยากให้เพื่อน ๆ ลองถามตัวเองดูก่อนว่าเกิดจากสาเหตุอะไร? คุณกำลังหมดใจ หรือแค่หมดไฟในการทำงานกันแน่? ตามไปหาคำตอบกับ rabbit finance ดีกว่า

หมดไฟ หมดใจ

หมดไฟ VS หมดใจ อะไรหนักกว่ากัน?

หมดไฟ (Burnout Syndrome) 

หมดไฟ คือภาวะหมดไฟในการทำงาน (ชั่วคราว) ไม่มีแรงฮึดสู้ ไม่มีการขวนขวายใด ๆ เริ่มเฉยชาต่อทุกสิ่ง และมองเห็นความผิดพลาดของตัวเองมากขึ้น สาเหตุหลักก็คือการทำงานหนักเกินไป จนรู้สึกว่าพัฒนาต่อไม่ไหวอีกแล้ว โดยกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า เพราะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกหดหู่ที่ต้องทำงาน ความกดดันต่อผลงานของตัวเอง รวมทั้งความกดดันจากคนรอบข้าง

อาการไฟมอดกำลังคืบคลาน

  • ตื่นมาและถามตัวเองทุกเช้าว่า “ลางานดีไหม” หรือ “ไม่ไปทำงานดีไหม”
  • เหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน และอยากรีบทำงานให้เสร็จ โดยไม่สนใจคุณภาพ
  • จินตนาการ หรือความสร้างสรรค์เริ่มลดลง และมีความคิดว่า “เบื่อที่ต้องมาทำงาน” หรือ “อยากอยู่บ้านเฉย ๆ”
  • มีอาการซึม หดหู่ ไม่อยากพูดจากับเพื่อนร่วมงาน
  • หงุดหงิดง่าย โมโหร้าย โดยไม่ทราบสาเหตุ

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (2020) ก็เก็บข้อมูลวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นคนกรุงเทพฯ หลากหลายเจเนเรชั่น พบว่าคนกรุงเทพฯ 12% อยู่ในภาวะหมดไฟ (Burnout) ในการทำงาน อีก 57% อยู่ในภาวะที่เสี่ยงจะหมดไฟในการทำงาน มีเพียง 31% ที่ยังแฮปปี้กับการทำงานปัจจุบัน 

ผลวิจัยของ GALLUP (2018) ก็อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า สาเหตุที่ทำให้พนักงานรู้สึกหมดไฟ เนื่องจากเวลาทำงานไม่เพียงพอ บริษัทไม่สนับสนุนเท่าที่ควร ต้องรับผิดชอบหลายหน้าที่ในคนเดียว ปริมาณงานเยอะเกินไป (Work Overload) และรู้สึกว่าบริษัทเอาเปรียบพนักงานมากเกินไป


ปัญหาสุขภาพจิต

หมดใจ (Brownout Syndrome)

หมดใจ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับวัยทำงานที่รู้สึกไม่มีความสุข เบื่อหน่ายงานที่ทำ และอาจจะรุนแรงถึงขั้นทุกข์ทรมานใจ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ก็มาจากองค์กร ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมองค์กร ระบบการทำงาน ความกดดัน หรือผลตอบแทนที่ไม่สมน้ำสมเนื้อ ซึ่งคนที่มีอาการ Brownout ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่ความผูกพันต่อองค์กรจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อตัดสินใจได้ว่าควรพอก็จะลาออกทันที และต่อให้พยายามรั้งยังไงก็ไม่ค่อยจะได้ผล ทำให้องค์กรเสียบุคลากรดี ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย 

จะรู้ได้ยังไงว่าเริ่มหมดใจ?

  • รู้สึกเหมือนโดนบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ หรือรู้สึกว่าโดนกดดันอยู่ตลอดเวลา 
  • โฟกัสแค่เรื่องงาน ตั้งเป้าแค่ต้องทำงานให้เสร็จ ไม่สนใจกิจกรรมอื่น ๆ ขององค์กร
  • ความสัมพันธ์กับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานเริ่มแย่ลง ไม่อยากพบปะ ไม่อยากสนทนา
  • เก็บกดจนเกิดภาวะเครียด นอนไม่หลับ และเจ็บป่วยบ่อยจนผิดสังเกต
  • อยากลาออกวันละหลายครั้ง

ผลการสำรวจของ Corporate Balance Concepts (2019) พบว่า พนักงานระดับสูง (Executive) จะตัดสินใจลาออกเพราะรู้สึกหมดใจ (Brownout) สูงถึง 40% ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากวัฒนธรรมองค์กร หรือระบบการทำงานที่ทำให้พนักงานไม่อยากไปต่อ ซึ่งผลกระทบอาจจะรุนแรงถึงโครงสร้างและการบริหารขององค์กรเลยทีเดียว


ภาวะซึมเศร้า

รับมือ อาการหมดใจ-ไฟมอด ได้ง่าย ๆ

  • รักษาสุขภาพกายให้ดี

ทุกอย่างเริ่มต้นจากสุขภาพกายของคุณเอง หากคุณไม่แข็งแรง เจ็บป่วยง่าย เพราะนอนน้อยบ้าง กินข้าวไม่ลงบ้าง แน่นอนว่าส่งผลต่อร่างกายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าคุณมีสุขภาพที่แข็งแรง ได้ออกกำลังกายบ่อย ๆ ได้นอนอย่างเพียงพอในทุก ๆ วัน และทานของอร่อย ๆ คุณก็จะรู้สึกสดชื่นและแฮปปี้มากขึ้น ซึ่งสุขภาพใจที่ดีก็จะตามมาในไม่ช้า

ผลการวิจัยของเว็บไซต์วิชาการทางการแพทย์ medscape.com (2015) ระบุว่า ปัญหาหมดไฟในการทำงานสามารถบรรเทาและแก้ไขง่าย ๆ ด้วยการนอนหลับให้เพียงพอใจแต่ละวัน  เพื่อให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และไม่เจ็บป่วยบ่อย

  • เคลียร์ใจกับตัวเองเสียก่อน

การเคลียร์ความรู้สึกกับตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คุณควรสำรวจตัวเองให้ดีว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร คุณอยากลาออกจากงาน อยากลองทำงานกับคนอื่น อยากเปลี่ยนสายงานเพราะเบื่อหน่าย หรือแค่เพราะเหนื่อยแล้วอยากพักจากงานชั่วครู่ เพราะคำตอบของคุณจะช่วยให้การตัดสินใจง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ถ้าใจคุณไม่อยากไปต่อ การลาออกก็ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย แถมยังดีต่อใจของคุณมากกว่าอีกด้วย แต่อย่างที่บอกว่าต้องคุยกับตัวเองดี ๆ เพราะลาออกไปแล้วมานึกเสียดายทีหลังก็อาจจะกลับมาไม่ทันแล้วนะ 

  • พูดสิ่งที่ค้างคาใจออกไปบ้าง

อีกวิธีที่ง่ายแต่ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน ก็คือการเปิดอกคุยกับเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือ HR เพื่ออธิบายความรู้สึกของคุณให้ทุกคนได้รับฟัง ไม่แน่ว่าการได้พูดคุย ได้เจรจากันแบบตรงไปตรงมา อาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ดี ๆ ตามมา บริษัทอาจจะตกลงจะลดปริมาณงานให้สมเหตุสมผลยิ่งขึ้น ให้คุณลาพักร้อนยาว ๆ เพื่อพักใจจนหายดี หรือเจ้านายอาจจะใจดีเพิ่มเงินเดือนให้คุณ 1-2 เท่า ซึ่งแน่นอนว่าคุณเองก็น่าจะแฮปปี้ขึ้น แถมบริษัทก็ไม่ต้องหาพนักงานใหม่มาแทนที่คนเจ๋ง ๆ อย่างคุณ เรียกว่าวินวินกันทุกฝ่าย

งานวิจัยของ Tel Aviv University (2003) พบว่า การลาพักผ่อนประจำปีของพนักงานต่อเนื่อง 7-10 วัน จะช่วยบรรเทาความเครียด ความอ่อนล้า และช่วยให้การกลับมาทำงานหลังหยุดยาวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในสถานที่ที่ชอบ ได้สัมผัสอากาศดี ๆ และได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างเต็มที่


อย่างที่ทราบว่าอาการหมดไฟ หรือแม้แต่อาการหมดใจ ไม่ได้เป็นภาวะทางอารมณ์เท่านั้น แต่ยังสามารถลุกลามจนกลายเป็นโรคทางกาย และปัญหาสุขภาพจิตตามมาอีกด้วย การเริ่มต้นดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับวัยทำงาน อย่าคิดว่าคุณยังเด็กแล้วจะไม่ป่วย หรือรอออกกำลังกายตอนอายุมากขึ้น เพราะนั่นอาจจะไม่ทันเวลา

rabbit finance อยากให้เพื่อน ๆ ให้ความสำคัญกับการเลือกทานของมีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ บาลานซ์ชีวิตให้ลงตัว และหากิจกรรมสนุก ๆ เพื่อผ่อนคลายในวันหยุด นอกจากนี้ การซื้อประกันสุขภาพก็ช่วยดูแลคุณได้ดีเช่นกัน เพราะนอกจากให้คุณได้รักษาอย่างเต็มที่เมื่อเจ็บป่วย ยังคุ้มครองเรื่องค่าใช้จ่ายอีกด้วย

สนใจเปรียบเทียบเบี้ยประกันสุขภาพ กับ rabbit finance คลิกเลย

EYELINER
EYELINER
เพราะตัวอักษรอธิบายความใด ๆ แทนสมองและหัวใจได้ดี

บทความแนะนำ​

เลือกบัตรเครดิตที่ใช่
บัตรเครดิต

ช้อปปิ้งลิสต์ ของขวัญวันแม่ ฉบับ 2020

ใครกำลังหาของขวัญเก๋ ๆ ให้คุณแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง วันนี้ rabbit finance จะพาเพื่อน ๆ ไปเลือกพร้อมกัน …

เลือกสีรถยนต์
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

รถสีไหนถึงจะเหมาะกับราศีของคุณ?

คนไทยกับความเชื่อนั้นเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร จนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจะซื้อรถสักคันนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ คนไทยหลายคนเชื่อว่าสีของรถจะช่วยเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต และปลอดภัยแคล้วคลาดจากอันตราย เพราะฉะนั้น การเลือกสีรถควรใช้ให้ถูกโฉลกกับราศีเกิด วันนี้ iPrice …

ประกันสุขภาพคุณแม่
ประกันสุขภาพ IPD-OPD

เช็กสุขภาพ! คุณแม่หลังคลอด กันหน่อย

สุขภาพหลังการคลอดเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณแม่ทุก ๆ ท่าน เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังฟื้นตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นระหว่างทางก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งคุณแม่หลังคลอดต้องคอยสังเกตอาการต่าง ๆ ว่าแต่มีอะไรต้องใส่ใจเป็นพิเศษบ้างนั้น ตาม rabbit …