คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

Imposter Syndrome คืออะไร

“คิดว่าตัวเองไม่มีค่า” ภาวะทางใจที่ใคร ๆ ก็เป็นได้

คุณเคยรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่คู่ควร ไม่เก่งพอ อะไรแบบนี้ไหม? เมื่อเจ้านายชื่นชมกลับรู้สึกว่างานนั้นไม่ดีพอ หรือเมื่อเพื่อน ๆ ในทีมให้กำลังใจว่าคุณทำผลงานดีเยี่ยม คุณกลับไม่รู้สึกดีใจ แต่คิดว่าเป็นเพราะทุกคนช่วยกัน และคุณเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องมีก็ยังได้

ถ้าคุณมีความรู้สึกเหล่านี้บ่อย ๆ หรือคิดแบบนี้ตลอด อาจจะเข้าข่ายอาการ Imposter Syndrome หรือ ภาวะที่คิดว่าตัวเองไม่มีค่า ซึ่งทางจิตวิทยาถือว่าเป็นอาการที่พบบ่อยและคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ตัว วันนี้ rabbit finance เลยจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้ดีขึ้น พร้อมวิธีหลีกเลี่ยงความรู้สึกไร้ค่า

Imposter Syndrome

เช็กอาการ! Imposter Syndrome

ภาวะที่รู้สึกไร้ค่า ไม่เก่งพอ หรือที่ทางจิตวิทยาเรียกว่า Imposter Syndrome เป็นอาการทางจิตที่เกิดขึ้นได้และพบบ่อย โดยผู้ป่วยอาจจะไม่รู้ตัว ปัจจุบันยังไม่มีการระบุว่า Imposter Syndrome เป็นโรคจิตเวชอย่างแน่ชัด แต่ด้วยอาการที่สังเกตได้และวิธีการรักษาของแพทย์ส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่การบำบัดทางจิตใจ เนื่องจากคนที่เข้าข่ายภาวะนี้จะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีความสามารถ ทำงานไม่เก่ง และไม่ควรได้รับคำชม ทั้งที่ตัวเองทำดีแล้ว บางคนอาจจะถึงขั้นคิดลบกับสังคมเลยทีเดียว

นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Pauline Clance และ Suzanne Imes (1978) ได้เริ่มสังเกตและศึกษาที่มาที่ไปของภาวะที่คิดว่าตัวเองไร้ค่า พบว่า ภาวะนี้เกิดขึ้นจากสภาพจิตใจของแต่ละคน ส่วนมากจะพบในกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็คิดว่าความสำเร็จเหล่านั้นคือภาพที่สร้างขึ้นเอง ตัวเขาไม่ได้เก่งจริง และพาลรู้สึกว่าคำชมทั้งหมดเป็นสิ่งจอมปลอม

Imposter Syndrome

ใครมีโอกาสเป็น Imposter Syndrome บ้างนะ?

นักจิตวิทยาและนักเขียนที่มีผลงานขายดีมากมายอย่าง Valerie Young (2011) ก็อธิบายถึงอาการของ Imposter Syndrome ผ่านทางหนังสือ The Secret Thoughts of Successful Women: Why Capable People Suffer from the Impostor Syndrome and how to Thrive in Spite of it ที่ระบุว่าอาการนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ และนี่คือกลุ่มคนที่มีโอกาสจะเกิดความรู้สึกไม่มีค่า หรือคิดว่าตัวเองเก่งไม่พอได้มากที่สุด ดังนี้

The Perfectionist
กลุ่มแรกที่มีโอกาสจะมีความรู้สึกไร้ค่า หรือไม่คู่ควรกับคำชมเชยมากที่สุดก็คือ กลุ่ม Perfectionist ที่ทำงานอย่างมีระเบียบแบบแผน มีความคาดหวังสูง และต้องการผลงานที่ดีที่สุดอยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่เป็นตามที่หวัง หรือเจอความผิดพลาด ก็จะรู้สึกรับไม่ได้ และรู้สึกแย่กับตัวเอง หรือแม้แต่คนที่ชอบตั้งความหวังสูง ๆ เมื่อไม่สมหวังก็จะเจ็บหนักยังไงล่ะ

Superman
ส่วนกลุ่ม Superman หรือ Superwoman จะเป็นกลุ่มคนที่สร้างความคาดหวังสูงขึ้นเรื่อย ๆ และคาดหวังว่าตัวเองจะเอาชนะตัวเองได้ทุกครั้ง กลุ่มนี้จะทำงานหนักมาก ทุ่มเท และคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่จะพาทีมประสบความสำเร็จ เมื่อผลลัพธ์ไม่น่าพอใจ หรือผลงานไม่เข้าตา ก็จะทำให้รู้สึกแย่กับตัวเอง และพาลให้รู้สึกไร้ค่าขึ้นมาทันที ทั้งที่ทำดีมาตลอดก็ตาม

The Natural Genius
หากคุณเป็นคนที่เรียนเก่ง ทำงานเก่ง หรือมีพรสวรรค์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร คุณก็อาจจะมีความมั่นใจในตัวเองสูง และเผลอคาดหวังว่างานจะออกมาดีเยี่ยมตลอดไป โดยคนกลุ่มนี้จะพยายามทำงานที่ยากขึ้นเพื่อเอาชนะตัวเอง และตั้งเป้าหมายที่ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ หากวันหนึ่งเจองานยากและรับมือได้ไม่ดี ก็จะรู้สึกอับอายและมีโอกาสเสียหลักได้เหมือนกัน

The Rugged Individualist
กลุ่มนี้จะมีความเป็นตัวเองสูง ไม่นิยมทำงานเป็นทีม สะดวกใจจะลุยเดี่ยว และชอบทำอะไรให้สำเร็จด้วยตัวเอง หากต้องขอความช่วยเหลือ หรือพึ่งพาคนอื่น ๆ เพื่อให้งานชิ้นนั้นสำเร็จลุล่วง ก็จะทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอ ไม่เก่ง ไม่มีเราก็คงไม่เป็นไร ซึ่งทำให้คุณเข้าข่าย Imposter Syndrome ได้ง่าย ๆ เลยนะ

The Expert
กลุ่มสุดท้าย คือ คนที่เชี่ยวชาญและรอบรู้ สามารถรับมือกับทุกปัญหาได้ และทำงานทุกอย่างให้สำเร็จได้ง่าย ๆ แต่ในใจอาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ จึงต้องพยายามขวนขวายและลองทำสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อต้องการเป็นที่ยอมรับ เมื่อมีเรื่องที่ไม่ถนัด หรือไม่มีความรู้ ก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการสำหรับทีมอีกต่อไป

Imposter Syndrome

เรียกความมั่นใจและสร้างคุณค่าให้ตัวเอง

หากคุณรู้สึกอ่อนแอ ไร้ค่า หรือไม่เป็นที่ต้องการ สิ่งแรกที่ควรทำคือกลับมาอยู่กับตัวเองก่อน ลองทบทวนว่าที่ผ่านมาคุณพลาดตรงไหน และอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกค้างใจขนาดนี้ โดยงานวิจัยของ Harvard University (2018) ระบุว่า การหลีกเลี่ยงภาวะดังกล่าวนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วย 5 วิธี ดังนี้ 

1.ให้คิดว่าคุณคู่ควรและเหมาะสมกับงานดังกล่าว แม้จะมีความผิดพลาด หรือเกิดอุปสรรคขึ้น แต่คุณก็ได้เลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุด

2.อย่าเปรียบเทียบตัวเรากับใคร ๆ เพราะทุกคนต่างมีที่มาที่ไปต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว การเลี้ยงดู การศึกษา ประสบการณ์ รวมทั้งมุมมองต่อโลกที่เป็นของใครของมัน และตัวคุณเองก็มีสิ่งที่แตกต่างเช่นกัน

3.ระบายความในใจออกมา อาจจะลองพูดคุยกับครอบครัว หรือนักจิตวิทยา บอกเล่าความรู้สึกอึดอัด ความไม่สบายใจของคุณให้พวกเขาฟัง แม้คำปลอบโยนจะไม่ช่วยอะไรมากนัก แต่การได้ปล่อยความอัดอั้นจะช่วยให้คุณสบายใจยิ่งขึ้น

4.จงหลีกเลี่ยง แต่อย่าหลีกหนี การพยายามหนีจากสังคม ซ่อนตัวจากเพื่อนร่วมงาน หรือถอยห่างจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เพราะการแชร์ประสบการณ์จะช่วยให้คุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากคนรอบข้าง

5.อย่าเอาชนะตัวเองจนเกินไป จนกลายเป็นความกดดัน เพราะทุกคนมีโอกาสผิดพลาด มีโอกาสได้เรียนรู้ อย่าโทษตัวเองเมื่อทำผิด อย่าต่อว่าตัวเองเมื่อทำงานแล้วไม่ได้ดั่งใจ แต่กลับกัน ให้คุณใจดีกับตัวเองเข้าไว้ ให้กำลังใจและยิ้มให้ตัวคุณเองทุกวัน


ไม่ว่าใครก็ควรได้รับโอกาส ได้มีที่ยืน และมีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น ล้วทำไมตัวเราจะไม่เห็นคุณค่าของตัวเองเราล่ะ จริงไหม? วันนี้ลองกลับบ้านแล้วนั่งคุยกับตัวเองดูสักหน่อย เช็กให้ชัวร์ว่าใจคุณโอเคแค่ไหน และต้องการอะไรมากที่สุดในตอนนี้ ถ้าอยากพักก็พัก อยากพิสูจน์ตัวเองก็ลุยต่อ เมื่อใจพร้อม กายพร้อม อย่าลืมว่าอุปสรรคยากแค่ไหนก็เอาอยู่!

หรือถ้าคุณอยากลองพูดคุยกับนักจิตวิทยา หรือนัดหมายจิตแพทย์ เพื่อหาทางบำบัดอาการเหล่านี้ให้หมดไปโดยไว rabbit finance ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะการมีคนรับฟังจะช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจที่จะระบายออกมายิ่งขึ้น 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Harvard University และ impostorsyndrome.com

EYELINER
EYELINER
เพราะตัวอักษรอธิบายความใด ๆ แทนสมองและหัวใจได้ดี
Previous
Next

บทความแนะนำ​

ECO Car
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

รวมรถยนต์ ECO Car 2021 ที่มีขายในไทยมากสุด

กระแสตอบรับของรถยนต์อีโคคาร์กำลังได้รับความนิยมประชาชนที่ต้องการมีรถจนขับเป็นอย่างตัวเองเป็นอย่างมาก เนื่องจากรถยนต์อีโคคาร์เป็นรถยนต์ประเภทหนึ่งที่ประหยัดน้ำมัน และทางค่ายรถยนต์ต่าง ๆ เองก็พยายามผลิตออกมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด และถึงตอนนี้ก็เรียกได้ว่า ภายนอก-ภายใน เครื่องยนต์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัย …

รองเท้าขัดเบรก
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

อันตรายจากรองเท้าขัดเบรก ที่คุณแก้ไขได้

อุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นอีกหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในกลุ่มของอุบัติเหตุ ซึ่งต้นเหตุของความเสียหายนั้นก็มักจะมาจากความประมาท หรือการกระทำที่ไม่ทันได้ระมัดระวังของตัวผู้ขับขี่เอง อย่างเช่นเหตุการณ์ที่รถยนต์เบรกไม่อยู่เพราะรองเท้าขัดเบรก จนทำให้รถยนต์เสียการควบคุมและเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุ เชื่อว่าใคร ๆ ก็คงไม่ต้องการให้รถยนต์ของตนเองต้องได้รับความเสียหาย …

รถยนต์
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

รถยนต์ที่ถูกพูดถึงและค้นหามากที่สุดในปี 63

ในช่วงที่ปี 2563 ที่ผ่านมา มีรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ต่างออกมาเป็นจำนวน แม้ว่าจะต้องเจอกับวิกฤตต่าง ๆ ก็ตาม แต่จะมีสักกี่รุ่นกันเชียวที่ได้รับความนิยม …