คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

Misophonia

ทำความรู้จัก โรคเกลียดเสียงที่ได้ยินแล้วทำให้หงุดหงิด (Misophonia)

อาการหงุดหงิด เป็นอารมณ์โมโหชนิดหนึ่งที่เกิดจากสิ่งรอบตัว ได้ยินเสียงที่รบกวนคลื่นสมอง หรือทำอะไรไม่สำเร็จ ทำอะไรค้างคาไว้ พอนานเข้าก็รู้สึกวุ่นวายใจ เกิดความรำคาญว่าทำไมเจอแต่เรื่องซวยๆ ก่อให้เกิดความหงุดหงิดใจขึ้นมาตามหลัง

แน่นอนว่า อารมณ์หงุดหงิดย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา และหลายๆคนมักมีวิธีการหลีกเลี่ยงอารมณ์เครียดหรือหงุดหงิดที่แต่ต่างกันออกไป แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีความหงุดหงิดอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนเป็น แต่ไม่รู้ตัว ไม่มีชื่อเรียก ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า อาการแบบนี้เกิดขึ้นเพราะสมาธิสั้น หรือนอนไม่หลับจนทำให้หงุดหงิด ตื่นมาก็หัวเสียตั้งแต่เช้า ซึ่งโรคที่ทำให้หงุดหงิดใจ ที่บางทีก็ไม่รู้ตัวคือ โรคเกลียดเสียง”​

โรคเกลียดเสียง

สมาธิสั้นเลยเกลียดเสียงจริงๆ เหรอ?

ในกลุ่มเพื่อนมันต้องมีสักคนที่กินแบบมูมมาม (หรือโต๊ะข้างๆ ก็ได้) ที่เคี้ยวอาหารเสียงดังแจ๊บๆ หรือขณะที่ดูหนังในโรงภาพยนตร์คนข้างๆ เคี้ยวป๊อปคอร์นเสียงดัง หรือเสียงเคี้ยวหมากฝรั่งที่ทำให้ปวดสมอง เป็นไปได้ไหมว่าที่เราเกลียดเสียง เพราะเราสมาธิสั้น หรือเขาเหล่านั้นไม่มีมารยาทในการรับประทานอาหารกันแน่?

ต้องบอกก่อนว่า สมาธิสั้นเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับวัยเด็ก (ก่อนอายุ 7 ขวบ) มีผลกระทบต่ออารมณ์ รวมถึงการเข้าสังคม ก่อให้เกิดการขาดสมาธิ ขาดความสามารถในการควบคุมตัวเอง

โรคสมาธิสั้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

  • กลุ่มไฮเปอร์ (Hyperactive) แรงดีไม่มีตก เล่นอะไรแรงๆ โครมคราม
  • กลุ่มใจลอย ขี้ลืม (Inattentive) ทำอะไรแปปๆ ก็เหม่อลอย หรือว่าใจลอย หากมองในวัยผู้ใหญ่ก็มีโรคนี้เหมือนกัน

 


โรคเกลียดเสียง

โรคเกลียดเสียง (Misophonia)

โรคเกลียดเสียง (Misophonia) คือ โรคที่ไวต่อเสียงบางอย่าง มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคทางระบบประสาท นับเป็นโรคจิตเวชอย่างหนึ่ง มีเสียงเป็นต้วเร้า ไม่ว่าจะเป็นเสียงเคี้ยวข้าวดังแจ๊บๆ เสียหาวหวอดๆ เสียวผิวปาก เสียงเล็บขูดกระดาน เสียงเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือแม้กระทั่งเสียงกลืนน้ำลาย เอาเป็นว่าเสียงต่างๆ ช่างน่ารำคาญ สร้างความโกรธและหงุดหงิดที่ยากจะควบคุม เมื่อได้ยินเสียงสมองประมวลผลว่าเสียงกระตุ้นพวกนั้นมีอันตราย

เพราะ สมองส่วนอมิกดาลา (Amygdala) มีหน้าที่ควบคุมความจำและอารมณ์ในด้านลบ เมื่อได้ยินเสียงที่น่าหงุดหงิด สมองก็จะตีความเสียงธรรมดาให้เป็นเสียงอันตราย เพื่อเอาตัวรอดจากอันตราย สมองส่วนอมิกดาลาจะสั่งให้เราเกลียดเสียงพวกนั้น ผู้เป็นโรคเกลียดเสียงเลยมีปฏิกิริยาต่อสิ่งเร้าด้วยการหนี หรือแสดงความเกลียด

สรุปได้ว่า โรคที่เกิดจากเสียงเป็นผลพวงมาจากความไวต่อเสียงในสมอง ที่สั่งว่าเสียงเหล่านั้นคืออันตราย แต่สมาธิสั้น เป็นอากัปกิริยาหนึ่งที่ไม่สามารถทนสภาวะ ณ ตรงนั้นได้ แสดงออกมาด้วยความไฮเปอร์ หรือเหม่อลอย  เมื่อมีเสียงดังออกมาจากที่ไหนสักที่ ผู้มีอาการมีโซโฟเนียก็จะเกลียดเสียงแล้วหนี หรือรำคาญ หรือหงุดหงิดใจ แต่โรคสมาธิสั้นสติก็จะเตลิดเปิดเปิง ไม่ซนเป็นลิง ก็ใจเหม่อลอยไปข้างนอกนั่นเอง


โรคเกลียดเสียง

ผู้เป็นโรคเกลียดเสียงไม่ได้สมาธิสั้น แถมเป็นอัจฉริยะ

เมื่อรู้กันแล้วว่า เสียงที่แล่นเข้าหูและสั่งการสมองว่าอันตรายสร้างความรังเกียจให้กับผู้มีอาการมีโซโฟเนีย ขึ้นชื่อว่าโรคก็น่าจะเป็นข้อเสียใช่ไหมละ? แต่นักวิทยาศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสทิร์น พบว่า ผู้ที่มีประสาทสัมผัสไวต่อสิ่งเร้าอย่างเสียง มีแนวโน้มที่จะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนอื่นๆ

โดยเขาอ้างอิงจากทดลองที่ว่า ให้คนจำนวน 100 คน ตอบคำถามให้มากที่สุดภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อดูผลการทดลองปรากฎว่าคำตอบที่ได้เชื่อมโยงกันระหว่าง คนคิดสร้างสรรค์ กับคนที่มีความไวต่อเสียง

นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงถึง พฤติกรรมของนักสร้างสรรค์ที่มีชื่อเสียง อย่าง ชาร์ลส์ ดาร์วิน หรือนักเขียนนวนิยายชาวฝรั่งเศสผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในศตวรรษที่ 20  

มาร์แซล พรุสต์ เคยกล่าวว่า “ฉันต้องการความสงบในยามที่เขียนหนังสือ แต่ไม่เอาแบบตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะยังน้อยไป ขอแบบเงียบสงบเหมือนตายจากโลกดีกว่า”​

จากคำพูดของ มาร์แซล พรุสต์ ถ้ามองอีกมุมหนึ่งน่าจะหมายความ ไม่ใช่แค่คนเกลียดเสียงที่จะมีความคิดสร้างสรรค์​ แต่การทำอะไรสักอย่างแล้วสภาพแวดล้อมมีความสงบ ล้วนก่อให้เกิดสมาธิ เมื่อมีสมาธิและสติ ปัญญาก็จะเกิดตาม ความคิดที่แปลกประหลาด หรือความคิดใหม่ๆ ก็จะตามมากันติดๆ นั่นเอง

สรุปได้ว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคเกลียดเสียง หรือมีสมาธิสั้น หากรู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง หรือกดสมาธิให้อยู่กับที่ สติหรือปัญญาก็จะเกิด การจะสร้างผลงานอะไรก็ต้องผ่านพ้นไปด้วยดี


โรคจิตเวชอย่าง Misophonia สามารถบำบัดได้

 

หากโรคเกลียดเสียงเป็นหนึ่งในโรคที่เกี่ยวข้องทางประสาท ก็น่าจะมีหนทางบำบัดให้โรคนี้ทุเลาลงได้ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า โรคเกลียดเสียงเกิดจากสมองส่วนอมิกดาลา มีหน้าที่ควบคุมความจำและอารมณ์ด้านลบ เมื่อสมองสั่งการว่าเสียงอันตราย ร่างกายจะแสดงออกมาด้วยความโกรธ ถ้าไม่คิดจะหนี อีกวิธีก็คือต่อสู้โดยการใช้ “สติ”​ ขั้นตอนมีดังนี้

1.รีบดึงสติกลับมา หรือพยายามรู้ตัวว่ากำลังเป็นอะไร เช่น เรากำลังโกรธ

2.เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ ก็ควรหาว่าโกรธอะไร หงุดหงิดอะไร รำคาญเสียงใช่ไหม บอกตัวเองว่าเสียงพวกนี้ก็แค่เสียงเคี้ยวขนมธรรมดา ไม่มีอันตรายอะไรกับชีวิต

3.พยายามหยุดอารมณ์โกรธ โดยนับเลข 1-10 หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้ความโกรธหมดไป

4.หาทางระบายออก เช่น โทรหาเพื่อนที่พร้อมจะรับฟัง ออกกำลังกาย หรือโทรหากรมสุขภาพจิตก็ได้

จะเห็นได้ว่า โรคเกลียดเสียงเป็นส่วนหนึ่งของโรคทางประสาท โดยมีความโกรธหรือหงุดหงิด เป็นฉนวน ในบางทีเกลียดเสียงมากๆ จนทำให้โกรธ หรือหงุดหงิด จนต้องหนีไปอยู่คนเดียว อาจทำให้ผู้เป็นมีโซฟีเนียควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ถ้าโชคร้ายขึ้นมาอาจเป็นคนอารมณ์สองขั้ว ที่มีสามารถกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้อีกทอดหนึ่งเหมือนกัน

ดังนั้น ใครก็ตามที่รู้ว่าเกลียดเสียงเหล่านั้น ถ้าคิดว่าสู้ไม่ไหว ก็คงหนีออกมาตั้งหลัก หายใจเข้าลึกๆ เรียกสติให้มั่นคง เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาแล้ว ยังเป็นการควบคุมอารมณ์ของโรคอีกด้วย

9 Tails
9 Tails

บทความแนะนำ​

Walden Thonglor 8
บริการอื่น ๆอสังหาริมทรัพย์

Walden Thonglor 8 ที่สุดของซูเปอร์ลักชัวร์รีคอนโดมิเนียม

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้คอนโดมิเนียมกลายเป็นที่อยู่อาศัยที่คนยุคใหม่ให้ความสนใจ ยิ่งเป็นซูเปอร์ลักชัวร์รีคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองอย่าง “Walden Thonglor 8” คอนโดมิเนียมตกแต่งพร้อมอยู่ใจกลางทองหล่อที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยทำเลที่ตั้งในย่าน CBD และโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่สวยหรูมีระดับ …

สินเชื่อรถลีสซิ่ง
ประกันยานยนต์ประกันรถยนต์

ไขข้อข้องใจ รถยนต์มีกี่ประเภทกันแน่?

หลายคนน่าจะเคยได้ยินมาบ้างเรื่องการแบ่งประเภทรถยนต์ และอาจจะสงสัยว่าจริง ๆ แล้วมีรถยนต์กี่ประเภทกันแน่? วันนี้ rabbit finance อาสาพาเพื่อน ๆ ไปไขข้อข้องใจพร้อม …

ซื้อรถใหม่ 2020
บริการอื่น ๆรถยนต์

แนะนำ 8 รถยนต์ขายดี ที่เหล่าคนดังนั่งแท่นพรีเซนเตอร์

เชื่อว่าใคร ๆ ก็อยากมีรถยนต์ส่วนตัวไว้ขับขี่ในช่วงนี้ ไหนจะโควิด-19 ไหนจะฝนฉ่ำ ๆ ซึ่งการเลือกรถยนต์สักคันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิจารณาตั้งแต่ขนาดรถที่ต้องการ ลักษณะการใช้งานของผู้ขับขี่ รูปทรง …