รับมืออย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนทางด่วน

posted: 2 years ago
รับมืออย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนทางด่วน

comments

ในการขับรถ นอกจากการเตรียมตัวรับมือกับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นแล้ว เรายังต้องให้ความสำคัญกับเหตุฉุกเฉินต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นกรณียางแตก เบรคแตกระหว่างขับรถ มีสัตว์วิ่งตัดหน้ารถ รถดับแบบไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น

 

ลำพังเกิดเหตุฉุกเฉินบนท้องถนนธรรมดาก็รับมือยากมากพออยู่แล้ว และคุณเคยลองจินตนาการดูหรือไม่คะว่า หากเราต้องเจอกับเหตุฉุกเฉินแบบที่กล่าวมาข้างต้นบนทางด่วน จะต้องรับมือกับเรื่องราวเหล่านี้อย่างไรบ้าง วันนี้เรามีมาฝากค่ะ

 


รับมืออย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนทางด่วน

 

ในกรณีที่รถของคุณมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นรถเสีย สตาร์ทไม่ติด หรือแม้แต่เกิดอุบัติเหตุ และต้องการความช่วยเหลือตอนที่คุณติดอยู่บนทางด่วน สิ่งแรกที่เราอยากแนะนำคือ ตั้งสติ ค่ะ เมื่อคุณตั้งสติได้แล้ว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

 

1.) พยายามขับรถชิดไหล่ทาง หรือนำรถเข้าข้างทาง พร้อมเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อเป็นสัญญาณบอกรถคันอื่นให้เรียบร้อย

 

2.) ห้ามลงจากรถเด็ดขาด สิ่งที่คุณควรทำคือคาดเข็มขัดนิรภัยและโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน ที่หมายเลข 1543 ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ของหมายเลขการทางพิเศษ ที่เปิดไว้บริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม. (ชมเว็บไซต์และข้อมูลติดต่ออื่นๆของ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย)

 

ในกรณีที่คุณจำเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของการทางพิเศษไม่ได้ หรือไม่รู้เบอร์โทรจริงๆ สามารถดูเบอร์ได้จากใบเสร็จค่าทางด่วน

 

3.) ในกรณีที่โทรศัพท์มือถือของคุณไม่สามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น กรณีมือถือแบตหมด หรืออะไรก็ตามแต่ เราแนะนำให้คุณมองหาตู้โทรศัพท์ฉุกเฉิน (ตู้โทรศัพท์สีส้ม) บนทางด่วนหรือทางการพิเศษจะมีตู้นี้ติดอยู่ในทุกๆ 500 เมตร วิธีการใช้งานก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่คุณกดปุ่มเปิดเครื่อง จะมีเจ้าหน้าที่ตอบรับคอยให้ความช่วยเหลือคุณทันทีค่ะ

 

4.) ในกรณีที่แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ เราแนะนำให้คุณแจ้งข้อมูลต่างๆให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาที่เกิดกับรถยนต์ของเรา จุดเกิดเหตุ เช่น ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, ทางพิเศษศรีรัช พร้อมแจ้งหลักกิโลเมตร ณ จุดที่คุณอยู่ให้เรียบร้อย (หลักกิโลเมตรสามารถสังเกตได้จาก ขอบทาง) หรือหากมองไม่เจอเลขหลักกิโลเมตรจริงๆ ก็ให้มองหาสถานที่สำคัญ หรือจุดมุ่งหมาย (รถเสียตรงไหน กำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน) แทนค่ะ

 

5.) กรณีที่โทรศัพท์ใช้ไม่ได้ และคุณหาตู้โทรศัพท์สีส้มไม่เจอ เราแนะนำให้ลงมาเปิดกระโปรงรถ เปิดไฟฉุกเฉิน และให้นั่งรอเจ้าหน้าที่ในรถพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย เนื่องบนทางด่วนจะมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ เมื่อเจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมเห็นความผิดปกติที่เกิดกับรถยนต์ของคุณและจะทำการส่งเจ้าหน้าที่มาให้ความช่วยเหลือคุณเองค่ะ

 

6.) ในกรณีที่รถยนต์ของคุณเกิดอุบัติเหตุ เราแนะนำให้คุณแจ้งรายละเอียดและจุดเกิดเหตุแก่เจ้าหน้าที่ให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นจุดเกิดเหตุ จำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุ มีผู้บาดเจ็บหรือไม่ ในกรณีที่อุบัติเหตุครั้งนั้นมีผู้บาดเจ็บ ให้แจ้งจำนวนผู้บาดเจ็บให้เจ้าหน้าที่รับทราบด้วย เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้แจ้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ภัย และรถพยาบาล เพื่อที่จะได้ทำการส่งรถพยาบาลเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากจุดเกิดเหตุไปรักษาได้อย่างทันท่วงที

 

 


 

 

ดังนั้น หากคุณต้องพบเจอกับเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุบนทางด่วนก็ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะโดยปกติแล้วบนทางด่วนจะมี รถตรวจการณ์ ประจำอยู่ พื้นที่ละประมาณ 3 คัน และ รถตรวจการณ์ จะทำหน้าที่ออกตรวจทุกๆ 1 ชั่วโมง และเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงจะช่วยตรวจดูอาการเบื้องต้นและทำการแก้ไขให้(เท่าที่จะทำได้) แต่ในกรณีที่รถยนต์ของคุณเสียจนขับต่อไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะทำการลากรถไปที่ทางออกที่ใกล้ที่สุดให้ค่ะ

 

 

นอกจากนี้ในกรณีที่คุณต้องการใช้บริการรถลากของเอกชนเพื่อที่จะลากรถยนต์ไปยังศูนย์หรืออู่ซ่อมรถ แต่จำเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ หรือไม่รู้เบอร์รถลากเอกชน ให้สอบถามเบอร์โทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ได้เลยค่ะ และหากรถยนต์ของคุณทำประกันภัยรถยนต์ไว้ ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการรถลากนั้น ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จะเป็นผู้รับผิดชอบให้ (ไม่เกิน 20% ของค่าซ่อมแซมทั้งหมด) และเป็นค่าใช้จ่ายที่จะไม่ถูกนับรวมกับทุนประกันภัย และมั่นใจได้ว่าคุณจะยังได้รับความคุ้มครองและได้รับการชดเชยค่าเสียหายตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของคุณตามเดิมค่ะ


avatar
by HamsterB
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon