วิธีจัดการ! เมื่อบ้านมีกลิ่นอับ แม้มีสัตว์เลี้ยงก็หายห่วง

posted: 2 months ago
วิธีจัดการ! เมื่อบ้านมีกลิ่นอับ แม้มีสัตว์เลี้ยงก็หายห่วง

comments

เวลามีคนมาเยี่ยมบ้าน นอกจากจะได้พบกับสัตว์เลี้ยงที่น่ารักแล้ว ต้องมาเจอกับกลิ่นอับจนต้องทำจมูกฟุดฟิด เจ้าของบ้านอย่างเราก็คงเสียความมั่นใจไม่น้อยเลย ถึงแม้หน้าตาของสัตว์เลี้ยงจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน แต่ถ้ากลิ่นแรงก็คงต้องจัดการหน่อยแล้ว

บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงมักจะมาพร้อมกับปัญหาเรื่องกลิ่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าเรารู้วิธีจัดการบ้านให้ปลอดกลิ่น แม้จะเลี้ยงสัตว์ก็หายห่วง เคลียร์ปัญหาเรื่องกลิ่นได้อยู่หมัด

บ้านมีกลิ่น-เลี้ยงสัตว์

มีสัตว์เลี้ยงก็หายห่วง จัดการบ้านให้ปลอดกลิ่นได้ง่าย ๆ

บ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยงน่าจะเข้าใจกันดี ถึงเรื่องปัญหากลิ่นเหม็นอับภายในบ้าน ซึ่งต้นเหตุของกลิ่นก็มาจากเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรักของเรานี่แหละ

กลิ่นสัตว์เลี้ยง มาจากไหน?

  • เหงื่อ

สัตว์เลี้ยงเองก็มีเหงื่อเหมือนกับคนเรานี่แหละ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่มีขนหนา แล้วอยู่เมืองร้อนแบบนี้ เจออากาศร้อน ๆ เข้าไปก็ทำให้สัตว์เลี้ยงมีเหงื่อตามอุ้งเท้า เมื่อมันย่างกรายไปที่ไหนในบ้าน กลิ่นเหงื่อก็จะติดตามไปด้วย โดยเฉพาะบริเวณพรม โซฟา หรือพื้นที่ที่เปียกชื้นได้ง่าย จึงทำให้มีกลิ่นอับเกิดขึ้นมานั่นเอง

  • น้ำลาย

สัตว์เลี้ยงที่รับประทานอาหารหรือใช้ฟันขบกัดวัตถุต่าง ๆ อาจมีคราบหินปูนสะสมอยู่ และก่อให้เกิดกลิ่นปาก ซึ่งกลิ่นจะออกมาทางน้ำลายและลมหายใจของสัตว์ เมื่อมีคราบน้ำลายติดตามลำตัวของสัตว์เลี้ยง จึงทำให้มีกลิ่นอับตามมุมประจำที่สัตว์เลี้ยงชอบไปอยู่

  • ขี้หู

หูของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะพวกสุนัข-แมว เป็นส่วนที่ประกอบไปด้วยต่อมไขมันที่ผลิตขี้หูจำนวนมาก ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์ แต่สารเหล่านี้จะส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นออกมาจากตัวสัตว์เลี้ยง หากได้กลิ่นสาบคล้าย ๆ กลิ่นยีสต์ อาจมาจากกลิ่นขี้หูของมัน

  • การขับถ่าย

เมื่อคิดจะเลี้ยงสัตว์แล้ว สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือต้องเตรียมตัวรับมือกับการขับถ่ายของสัตว์เลี้ยง ทั้งปัสสาวะและอุจจาระ เพราะบางครั้งมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการขับถ่าย แต่เป็นเรื่องของการแสดงความเป็นเจ้าของอาณาเขตต่อสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง ซึ่งกลิ่นพวกนี้แหละที่จะตลบอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านเลยทีเดียว

บ้านมีกลิ่น-เลี้ยงสัตว์

วิธีจัดการเมื่อบ้านมีกลิ่น ฉบับคนเลี้ยงสัตว์

เหล่ารักสัตว์ทั้งหลายที่กำลังเจอกับปัญหาบ้านมีกลิ่นจากการเลี้ยงสัตว์และเป็นห่วงชีวิตสัตว์เลี้ยง สามารถทำประกันสัตว์เลี้ยงกับ rabbit finance ได้ โดยวันนี้จะมาขอแบ่งปันเคล็ดลับดูแลปัญหากลิ่นอับในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านแบบไหน ก็สามารถจัดการกลิ่นสัตว์เลี้ยงภายในบ้านได้

บ้านที่มีพื้นไม้

บ้านพื้นไม้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเสียหายได้ง่ายและแก้ไขยาก ที่สำคัญ โอกาสที่กลิ่นจะฝังอยู่ในเนื้อวัสดุก็มากกว่าพื้นผิวแบบอื่น ๆ จึงควรใส่ใจเป็นพิเศษ รวมถึงเศษฝุ่น เศษขนสัตว์ และเห็บหมัดต่าง ๆ ที่อาจฝังตัวอยู่ภายใต้พื้นไม้นั้นได้

การดูแลบ้านที่เป็นพื้นไม้ แนะนำให้ใช้เครื่องดูดฝุ่น เพื่อจัดการคราบสกปรกที่ฝังอยู่ตามร่องไม้ และถูพื้นด้วยน้ำผสมน้ำยาถูพื้นสูตรถนอมพื้นไม้ จากนั้นให้ถูพื้นด้วยผ้าแห้งอีกครั้งเพื่อขจัดคราบน้ำที่เกาะตามร่องพื้นไม้

บ้านที่ปูพื้นกระเบื้อง

บ้านที่ปูพื้นด้วยกระเบื้องจะดูแลง่ายกว่าพื้นไม้ขึ้นมาหน่อย เพราะกระเบื้องจะทำความสะอาดง่ายและไม่บวม แต่ส่วนที่ควรดูแลเป็นพิเศษคือส่วนของยาแนวตามร่องกระเบื้องนี่แหละ ที่มีโอกาสเป็นคราบสกปรกได้ง่ายและเป็นแหล่งสะสมกลิ่นเหม็นอับต่าง ๆ หากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีการขับถ่ายลงบนพื้นกระเบื้อง ควรรีบทำความสะอาดโดยเร็ว เพื่อไม่ให้มีกลิ่นเหม็นฝังลงไปตามร่องยาแนว และป้องกันสัตว์เลี้ยงมาขับถ่ายทับรอยเดิมเพื่อสร้างอาณาเขต

โดยสามารถใช้ น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู และผงฟู ผสมกับน้ำสะอาด แล้วนำมาฉีดพ่นตามร่องยาแนว ทิ้งไว้สักครู่ แล้วใช้แปรงขัดทำความสะอาดตามปกติ ทั้งพื้นกระเบื้องและร่องยาแนวก็จะสะอาด ไร้คราบ ไร้กลิ่น

บ้านที่ปูพื้นด้วยพรม

บ้านที่ปูพรม โดยเฉพาะพรมที่เป็นผืนใหญ่มาก ๆ จนยากที่จะนำออกมาทำความสะอาดบ่อย ๆ ได้ และยังเป็นวัสดุที่เกิดความชื้นและกลิ่นอับได้ง่าย จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ และใช้วิธีจัดการกลิ่นเหม็นอับที่แตกต่างกับพื้นผิวอื่น ๆ 

หากเป็นพรมผืนเล็ก หรือพวกผ้าห่มนวม ที่สามารถซักเองได้ ให้ซักด้วยน้ำยาซักผ้าผสมกับน้ำส้มสายชู ¼ ถ้วย ส่วนพื้นที่เป็นพรมผืนใหญ่ให้นำน้ำส้มสายชูผสมเบกกิ้งโซดา แล้วทาไว้ทั่วผืนพรม ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้เบกกิ้งโซดาทำหน้าที่ดูดกลิ่นออกจากพรม จากนั้นจึงเช็ดออกหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก

บ้านมีกลิ่น-เลี้ยงสัตว์

ดูแลสุขอนามัยของสัตว์เลี้ยง

แม้ว่าบ้านจะสะอาดแค่ไหน แต่ถ้าตัวสัตว์เลี้ยงเองยังไม่ได้รับการดูแลความสะอาดที่ดีพอ ก็อาจเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของสมาชิกในบ้านรวมถึงตัวสัตว์เลี้ยงเองด้วย

หากสัตว์เลี้ยงมีขนหนา แนะนำให้หาแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยง และอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ฝึกนิสัยการขับถ่ายของสัตว์เลี้ยงให้เป็นที่เป็นทาง และหมั่นทำความสะอาดกรงหรือเบาะของสัตว์เลี้ยงด้วย

ดูแลบ้านให้มากขึ้น ด้วยประกันบ้าน

นอกเหนือจากการดูแลเรื่องกลิ่นของสัตว์เลี้ยงภายในบ้านแล้ว การคำนึงถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่คนมีบ้านต้องเจอ ก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรละเลย ยิ่งมีสัตว์เลี้ยงก็ยิ่งต้องระวังเพิ่มมากขึ้น หากไปกัดสายไฟเล่นจนเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นมาละก็เรื่องใหญ่แน่ บ้านคงได้รับความเสียหาย รวมถึงเจ้าของบ้านเองก็คงเดือดร้อนไม่น้อยเช่นกัน

แต่ความเสี่ยงเหล่านี้สามารถควบคุมได้ หากมีความคุ้มครองจากประกันบ้าน ซึ่งจะช่วย Support เมื่อคุณต้องใช้เงินจำนวนมากในการบูรณะซ่อมแซมบ้าน บรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงิน และช่วยให้สมาชิกทุกคนในบ้านอุ่นใจมากขึ้น

เหล่าคนเลี้ยงสัตว์ทุกท่านสามารถนำเคล็ดลับนี้ไปดูแลกลิ่นอับของสัตว์เลี้ยงได้ ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์ในคอนโดหรือในบ้าน เรื่องกลิ่นก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยจริง ๆ อย่าลืมดูแลความสะอาดของที่อยู่อาศัยและตัวสัตว์เลี้ยงของคุณ เพื่อสุขอนามัยที่ดีนะคะ


avatar
by IN-Wsible
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon