กู้ซื้อบ้าน แบงก์ดูจากเงินเดือน หรือรายได้รวมต่อเดือน

posted: 11 months ago
กู้ซื้อบ้าน แบงก์ดูจากเงินเดือน หรือรายได้รวมต่อเดือน

comments

เมื่อคุณมีงานทำ หาเงินได้เอง มีเงินเดือนเป็นของตัวเอง คุณก็คงไม่อยากพึ่งพาพ่อแม่อีกต่อไป เพราะมันคงถึงเวลาที่นกน้อยอย่างคุณต้องออกหารังใหม่ หรือสร้างอนาคตใหม่กับครอบครัวคุณในอนาคต

แน่นอนว่า นั่นคือ เหตุผลของความต้องการที่จะมีบ้านสักหลัง แต่แหม บ้านหนึ่งหลังก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ เลย ฉะนั้น โลกนี้ถึงได้มี สินเชื่อเพื่อการกู้ซื้อบ้าน เกิดขึ้นมายังไงล่ะ


กู้ซื้อบ้าน
ขอบคุณภาพจาก promotions.co.th

10 ปัญหา ของคนที่กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน

นับเป็นปัญหาโลกแตกเลยทีเดียว สำหรับคนที่อยากมีบ้าน แต่ดัน กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านสักที ชักเริ่มหัวร้อนขึ้นมาแล้ว ฉะนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า 10 ปัญหาที่จะส่งผลให้คุณกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านมีอะไรบ้าง

  • ปัญหาจากการมีบัตรเครดิตหลายใบ

การมีบัตรเครดิตหลายใบ จะส่งผลให้กำลังซื้อบ้านลดลง เนื่องจาก ธนาคารจะนำวงเงินจากบัตรเครดิตทุกใบ มาคิดรวมเป็นภาระหนี้สิน ถึงแม้ว่าบัตรนั้นจะไม่ได้ใช้ก็ตาม ฉะนั้น ทางที่ดีคุณควรเก็บไว้แต่บัตรเครดิตที่จำเป็น บัตรใบไหนไม่ใช้ก็ควรปิดไป เพราะ เราจะมีภาระหนี้รวมแล้วได้ไม่เกิน 40% ของรายได้ทั้งหมด

  • ปัญหาจากการผ่อนสินค้าผ่านบัตรเครดิต

หากบัตรเครดิตของคุณถูกใช้ในการผ่อนสินค้าอยู่ คุณก็ควรรีบผ่อนให้เสร็จ แล้วปิดจ๊อบนี้ซะ เพราะถ้ายังติดผ่อนบัตรอยู่ ก็จะถูกนำมาคิดรวมเวลา พิจารณากู้ซื้อบ้าน ด้วย

  • ปัญหาจากการไม่ตรวจเช็คเครดิตบูโร

หลายคนมาตายตรงนี้ทุกที เพราะชะล่าใจไม่ยอม เช็คเครดิตบูโร ก่อน เนื่องจากเมื่อเรายื่นกู้ซื้อบ้านไป ทางธนาคารจะเช็คประวัติเครดิตบูโรทันที ซึ่ง เครดิตบูโรจะเก็บรวบรวมข้อมูลการชำระสินเชื่อ หรือบัตรเครดิตทั้งยอดคงค้าง และการผิดนัดชำระหนี้ ฉะนั้น ทางที่ดีคุณควรเช็คก่อนยื่นกู้จะดีกว่า

  • ปัญหาจากการติดผ่อนรถยนต์คันแรก

นับเป็นปัญหาของการกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านที่เราพบเจอได้บ่อยที่สุดเลย นั่นก็คือ ผู้กู้มีภาระผ่อนรถยนต์คันแรกอยู่

ดังนั้น ก่อนที่คุณจะยื่นกู้ คุณควร  Pre-Approve กับสถาบันการเงินก่อนว่าเรายังมีความสามารถในการชำหระหนี้ได้อีกหรือไม่

  • ปัญหาจากการค้ำประกัน

ทั้งนี้ก็เพราะว่า การค้ำประกัน จะถูกธนาคารนำมาคิดเป็นภาระหนี้ด้วย ทำให้ความสามารถในการกู้ลดลง

  • ปัญหาจากการไม่ออมเงิน

คุณรู้หรือไม่ว่า การออมเงินนับเป็นการสร้างเครดิตที่ดีให้กับตัวเอง เพราะทางธนาคารจะเห็นว่าคุณมีวินัยทางการเงิน ดังนั้น ในบัญชีของคุณควรจะมีเงินออมเป็นบัญชีฝากประจำ ประมาณ 1-2 ปีนะคะ

  • ปัญหาของผู้กู้ร่วม

หากคุณคิดจะหาผู้กู้ร่วมแล้วล่ะก็ คุณควรหาผู้กู้ร่วมที่มีเครดิตดีๆ มีอาชีพมั่นคง อาทิ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ แพทย์ อัยการ เป็นต้น เพราะมันจะทำให้คุณมีโอกาสได้รับสินเชื่อบ้านได้ง่ายมากขึ้น

  • ปัญหาจากการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยไม่เหมาะสมกับกำลังซื้อ

อย่าสักแต่จะซื้อบ้านสวยๆ หรูๆ โดยไม่ดูกำลังซื้อของตัวเองนะคะ เพราะถึงแม้ว่าธนาคารจะอนุมัติเงินกู้ให้ แต่ถ้าคุณผ่อนไม่ไหวก็จะเป็นปัญหาใหญ่ตามมา

  • ปัญหาจากระยะเวลาในการผ่อน

ระยะเวลาในการผ่อน คุณควรเลือกให้นานๆ ไว้ก่อน อาทิ 25-30 ปี เพื่อไม่ให้กระทบกับรายได้มากนัก เพราะเมื่อคุณเกิด ปัญหาทางการเงิน ขึ้นมา คุณก็ยังสามารถผ่อนชำระต่อเดือนได้อยู่ แต่ถ้าคุณมีรายได้เพิ่มขึ้น มีกำลังจ่ายมากขึ้น คุณก็สามารถนำมาโปะได้เช่นกัน

  • ปัญหาจากความไม่พร้อมในการกู้ซื้อบ้าน

ปัญหานี้ เป็นปัญหาที่คุณต้องถามย้ำกับตัวเองแล้วล่ะว่า คุณมั่นใจในกำลังผ่อนของตัวเองไหม เพราะการกู้ซื้อบ้านจะทำให้คุณเป็นหนี้ในระยะยาวมากกว่า 20 ปีขึ้นไปเลยนะ


กู้ซื้อบ้าน

สรุปแล้ว เวลากู้ซื้อบ้าน ธนาคารจะดูจากเงินเดือน หรือรายได้รวมต่อเดือน?


วันนี้ rabbit finance หาคำตอบของคำถามนี้มาให้แล้วค่ะ โดยเวลากู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะมีวิธีคิดคำนวณรายได้ที่แตกต่างกันออกไป แต่ทั่วไปแล้ว จะเป็นดังนี้

  • คำนวณจากจำนวนเงินที่เข้าเท่าๆ กันทุกเดือน

อาทิ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เป็นต้น ซึ่งจำนวนเงินนี้ธนาคารจะคิดให้ 100%

  • คำนวณจากจำนวนเงินที่ได้ไม่เท่ากันทุกเดือน

อาทิ OT Commission Bonus ซึ่งจำนวนเงินนี้ธนาคารแต่ละที่จะมีสูตรการคำนวณต่างกัน เช่น ดูค่าเฉลี่ยสามเดือน หกเดือน แล้วให้ 50% เป็นต้น

  • คำนวณจากรายได้อื่นๆ

อาทิ ค่าเช่าบ้าน ค่าเบี้ยเลี้ยง เป็นต้น ซึ่งการคำนวณนี้ก็แล้วแต่ธนาคารเลยว่าจะเอามารวมหรือไม่ก็ได้

อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นคนที่มีวินัย ใช้จ่ายอย่างรู้คุณค่าเงิน และไม่สร้างภาระให้กับตัวเองโดยใช่เหตุ เพียงเท่านี้ คุณก็ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าคุณจะ กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน แล้วล่ะค่ะ


avatar
by tira.Cha
∞ เป็นผู้หญิงรักแมวที่อินกับทุกเรื่อง ร้องไห้กับเพลงเศร้าทุกเพลง และยิ้มไปกับบทความที่น่ารักของทุกคน ∞

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon