ใครเตรียมซื้อบ้านต้องอ่าน! ดีเดย์ 1 เม.ย. 62 ใช้เกณฑ์ขอสินเชื่อบ้านใหม่

posted: 8 months ago
ใครเตรียมซื้อบ้านต้องอ่าน! ดีเดย์ 1 เม.ย.  62 ใช้เกณฑ์ขอสินเชื่อบ้านใหม่

comments

ภายหลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน 2562 นี้ rabbitfinance ได้นำข้อมูลที่เป็นประเด็นสำคัญและน่าสนใจมานำเสนอ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังต้อง “การขอสินเชื่อบ้าน” ให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ตามไปดูกันเลยค่ะ


ทำไมต้องปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ขอสินเชื่อบ้านใหม่

การขอสินเชื่อบ้าน

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ได้พิจารณาปรับปรุงเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อบ้าน เพื่อที่อยู่อาศัยในครั้งนี้ คือ เพื่อยกระดับมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อ (credit underwriting standards) ของสถาบันการเงิน ซึ่งถือ เป็นหัวใจของการวางรากฐานวัฒนธรรมด้านสินเชื่อ (credit culture) ที่ดีไม่กระตุ้นการก่อหนี้เกินตัว ของภาคครัวเรือน ไม่ทำให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เกินพอดีตลอดจนให้สถาบันการเงิน

โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้และผลกระทบจากมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่อาจปรับลดลงได้หากความต้องการซื้อ ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้อันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง (resilience) ของทุกภาคส่วนและเอื้อต่อ การดูแลเสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การปรับปรุงเกณฑ์ฯ จะบังคับใช้เฉพาะกับสินเชื่อ ปล่อยใหม่และสินเชื่อรีไฟแนนซ์


ใครได้ประโยชน์จากการขอสินเชื่อ(บ้าน)เพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ในครั้งนี้


สินเชื่อบ้าน ที่ไหนดี
cr.ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ผู้ที่ต้องการกู้ซื้อที่บ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยเฉพาะกลุ่มคนรายได้ต่ำถึงปานกลางที่ต้องการกู้ซื้อที่อยู่ อาศัยหลังแรกจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ และยังได้รับประโยชน์เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวจะสามารถซื้อที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าว ยังช่วยส่งเสริมวินัยทางการเงิน โดยลดพฤติกรรมการกู้ยืม ที่เกินความจำเป็นของครัวเรือนด้วย
  • ผู้ที่กู้ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อลงทุนและเก็งกำไร มาตรการนี้จะช่วยให้ผู้ที่กู้ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อลงทุนและ เก็งกำไรรับความเสี่ยงได้ดีขึ้น ไม่ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินควร โดยเฉพาะความคาดหวังด้านผลตอบแทนทั้งในส่วน ค่าเช่า และราคาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต นอกจากนี้ การเก็งกำไรที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายจะสะสมความเสี่ยงที่อาจทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับลดลงอย่างรุนแรงในอนาคตได้ ซึ่งจะกระทบต่อมูลค่าสินทรัพย์ของคนในวงกว้างและระบบเศรษฐกิจได้
  • ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับประโยชน์เนื่องจากสามารถวิเคราะห์ความต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริงได้ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต
  • ธนาคาร มีมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อบ้านในระดับที่เหมาะสม ไม่ส่งเสริมให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น เกินความจำเป็นและลูกหนี้มีคุณภาพดีขึ้น ซึ่งจะลดภาระกันสำรองในอนาคต นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของมูลค่าหลักประกัน

เกณฑ์บังคับการขอสินเชื่อบ้าน ที่อยู่อาศัยใหม่มีอะไรบ้าง

สินเชื่อบ้าน
cr.ธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.ได้สรุปหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย กำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำหรืออัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) สำหรับการผ่อนที่อยู่อาศัยพร้อมกัน 2 หลังขึ้นไปและมีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป

โดยที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทและผ่อนชำระหลังแรกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปจะต้องวางดาวน์ 10% ขณะที่ถ้าผ่อนชำระหลังแรกยังไม่ถึง 3 ปี หรือกู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องวางดาวน์ 20% ส่วนที่อยู่อาศัยหลังที่ 3 ขึ้นไปจะต้องวางดาวน์ 30% ในทุกระดับราคา

ขณะที่การนับรวมสินเชื่อ Top-up ในวงเงินที่ขอกู้ จะนับรวมสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่อ้างอิงหลักประกันเดียวกันในวงเงินที่ขอกู้ โดยให้ยกเว้น

1.สินเชื่อที่ใช้ชำระเบี้ยประกันชีวิตผู้กู้และประกันวินาศภัย ซึ่งช่วยป้องกันความเสี่ยงของทั้งผู้กู้และสถาบันการเงิน และ
2.สินเชื่อที่ให้กับธุรกิจ SMEs เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อย


ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่า เมื่อถึงวันที่ 1 เมษายน ที่จะมีผลบังคับใช้แล้วน้ัน จะมีผลกระทบอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนของผู้บริโภคอย่างเราที่อยากจะมีบ้าน หรือจะเป็นฝั่งของผู้ประกอบการเองที่จะขายบ้านออกได้ตามเป้าหรือไม่ หรือแม้แต่กระทั้งธนาคารที่ปล่อย สินเชื่อบ้าน ด้วยเช่นกันก็ยังคงต้องจับตากันต่อไป


avatar
by Sabaisook
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon