อยากขอ สินเชื่อ ต่อเติม – ซ่อมแซมบ้าน ให้ผ่านฉลุยต้องทำยังไง

posted: 2 months ago
อยากขอ สินเชื่อ ต่อเติม – ซ่อมแซมบ้าน ให้ผ่านฉลุยต้องทำยังไง

comments

เมื่อสร้างบ้านหรือซื้อบ้านมาได้สักระยะหนึ่ง ย่อมเกิดการสึกหรอ  ทรุดโทรมได้ ไม่ว่าจะเป็น ก๊อกน้ำซึม สีหลุดร่อน บ้านร้าว ปลวกขึ้นบ้าน หลังคารั่ว กดชักโครกไม่ลง หรืออาจจะอยากต่อเติมบ้าน ล้วนแล้วแต่จำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากทั้งนั้น อย่างนี้ถ้าต้องเข้าไปขอ สินเชื่อ กับสถาบันการเงิน เราต้องเตรียมตัวยังไง ถึงจะขอกู้ผ่านแบบฉลุย วันนี้ rabbit finance ไม่พลาดที่หาคำตอบมาฝากกันค่ะ

สินเชื่อ ต่อเติม – ซ่อมบ้าน มี 2 แบบ

สินเชื่อ

1.สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาว (Loan)

เหมือนกับการกู้เงินซื้อบ้านแต่ระยะเวลาผ่อนจะสั้นกว่าประมาณ 5-15 ปี แต่มีข้อจำกัดว่าต้องใช้เงินตามที่ระบุไว้ในสัญญา เช่น กู้เพื่อซ่อมแซม ตกแต่ง หรือต่อเติมบ้าน เป็นต้น โดยสถาบันการเงินจะให้วงเงินกู้เพิ่มจากวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย 5 – 50% กรณีลูกหนี้เดิมที่มีการผ่อนชำระเงินกู้ประมาณ 2 – 3 ปีขึ้นไป สามารถขอกู้เพิ่มได้อีก 10 – 25% ของวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ แต่วงเงินกู้ที่ขอกู้เพิ่มต้องมียอดหนี้เดิมไม่เกิน 80 – 100% ของราคาประเมิน

2.สินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D)

เป็นการกู้เงินที่มีความยืดหยุ่นกว่าในแบบแรก เนื่องจากว่าเราสามารถใช้จ่ายเงินเพื่อใช้ทำอะไรก็ได้ จึงเหมาะกับการกู้เพื่อซ่อมแซมบ้านทีละส่วน รวมถึงการตกแต่งบ้านและการซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วย ซึ่งวงเงินที่ให้กู้จะอยู่ที่ประมาณ 5 – 50% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน ในกรณีที่ผู้กู้มีบัญชีเงินกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารอยู่แล้ว และต้องการกู้วงเงิน O/D ธนาคารจะกำหนดวงเงินกู้เมื่อรวมกับวงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยแล้ว ต้องไม่เกิน 90 – 120% ของราคาประเมินหลักประกัน

สินเชื่อ ต่อเติม – ซ่อมบ้าน คิดดอกเบี้ยยังไง

สินเชื่อ

1.สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาว (Loan)

สถาบันการเงินจะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 – 5 ปี ในระยะแรก หลังจากนั้นก็จะคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอิงกับ MLR

2.สินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D)

สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอิงกับ MLR หรือ MOR บางธนาคารอาจจะคิด MLR,MOR บวก หรือ ลบ อีก 1% หรือ 2 % แล้วแต่ทางสถาบันการเงินจะกำหนด โดยสถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะจากยอดเงินที่มีการเบิกใช้จริงเท่านั้น

จะกู้ สินเชื่อ ทั้งทีต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

  • ผู้ที่จะขอสินเชื่อประเภทนี้ ต้องมีอายุระหว่าง 20 – 60 ปี
  • ระยะเวลาในการกู้ร่วมกับอายุของผู้กู้ต้องไม่เกิน 65 – 70 ปี
  • มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาท สำหรับพนักงานทั่วไป
  • ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวต้องมีรายได้เดือนละ 20,000 บาทขึ้นไป
  • วงเงินกู้สูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 70 – 80%


หลักฐานที่ต้องนำไปยื่น

สินเชื่อ

  • สำเนาบัตรประชาชนหรือบัตรข้าราชการ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาทะเบียนสมรส
  • เอกสารแสดงรายได้บัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
  • ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเอกสารทางด้านหลักประกัน ได้แก่ สำเนาโฉนดที่ดิน แบบก่อสร้างและรายการวัสดุ สัญญาว่าจ้างปลูกสร้าง และใบอนุญาตก่อสร้าง

วิธีชำระหนี้เงินกู้

สินเชื่อ

จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ต่างจากการชำระเงินกู้ของธนาคารทั่วไปนัก โดยงวดแรกต้องชำระเงินภายใน 30 วัน นับจากวันที่รับเงินกู้ไปจากธนาคาร และชำระเงินกู้งวด ต่อไปทุกเดือน จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น โดยมีวิธีชำระเงินกู้ดังต่อไปนี้

  • ชำระเป็นเงินสดหรือเช็ค
  • ชำระผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร
  • ชำระโดยวิธีการหักบัญชีเงินฝากของธนาคารก่อนวันที่ 5 ของทุกเดือน
  • ชำระผ่านจุดรับ-จ่ายเงิน (PAY-POINT) และ Pay at Post
  • ชำระผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารที่ไปขอกู้ทั่วประเทศ

ต่อเติม – ซ่อมแซมบ้านยังไงไม่ให้ผิดกฎหมาย

สินเชื่อ

ในเขตกรุงเทพฯ สามารถติดต่อสอบถามหรือขอคำปรึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมอาคาร ได้ที่สำนักงานเขตที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด สอบถามได้ที่เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล หลังจากที่มั่นใจแล้วว่า แบบบ้านที่จะต่อเติมใหม่ไม่ผิดข้อกฎหมายใดๆ ก็ทำการขออนุญาตก่อสร้างจากสำนักงานเขต หรือสำนักงานท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบที่บ้านตั้งอยู่ และเมื่อได้รับอนุญาตก็สามารถลงมือแก้ไขต่อเติมบ้านได้เลย

ฉะนั้นหากปรับเปลี่ยนสุ่มสี่สุ่มห้าอาจมีความผิดตั้งแต่ถูกปรับจนถึงจำคุกได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าการดัดแปลงอาคารโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตนั้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เลยทีเดียว

5 ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องขออนุญาตต่อเติม – ซ่อมแซมบ้าน

สินเชื่อ

การต่อเติม – ซ่อมแซมบ้าน ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ กฎหมายก็อนุโลมว่าไม่ต้องขอ หรือแจ้งเจ้าพนักงาน (ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 11 พ.ศ. 2528) โดยมีลักษณะดังนี้

1.การขยาย หรือลดเนื้อที่ของพื้นที่ชั้นใน

หรือชั้นใดชั้นหนึ่งรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่ม หรือลดจำนวนเสาหรือคาน ตัวอย่างเช่น เดิมพื้นบ้านเป็นพื้นเรียบๆ ต้องการเจาะเป็นช่องเพื่อระบายอากาศ อย่างนี้ไม่ต้องยื่นขออนุญาต

2.การขยาย หรือลดเนื้อที่ของหลังคา

ให้มีเนื้อที่มากขึ้นรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่ม หรือลดจำนวนเสาหรือคาน เช่น การทำหลังคาคลุมดาดฟ้าโดยยื่นจากเดิมออกไป โดยรวมแล้วเป็นการเพิ่มเนื้อที่ออกไปไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่ทำให้คานและเสาเดิมต้องรับน้ำหนักเพิ่มเกินร้อยละสิบ อย่างนี้ก็ไม่ต้องยื่นขออนุญาต

3.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร

เช่น เสา คาน หรือฐานราก และโครงสร้างนั้นไม่ใช่คอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง หรือเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดียวกับของเดิม เช่น ปลวกขึ้น ทำให้ไม้ผุ จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ การเปลี่ยนแปลง โดยใช้ไม้เช่นเดิม จำนวนและขนาดเท่าเดิมไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร

4.การเปลี่ยนส่วนใดๆ ก็ตามในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร

โดยใช้วัสดุชนิดเดียวกับของเดิม หรือวัสดุชนิดอื่น ซึ่งไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างของอาคารเดิมเกิน 10% ของน้ำหนักเดิม เช่น การทำฝาผนัง หรือพื้นบ้าน เป็นต้น

5.การเปลี่ยน ต่อเติม เพิ่ม ลด หรือขยายซึ่งลักษณะ ขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก

หรือเนื้อที่ส่วนใดๆ ก็ตามในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร เช่น การเปลี่ยนจากประตูไม้ เป็นประตูกระจก หรือการเปลี่ยนหน้าต่าง เปลี่ยนลายกระเบื้อง ฝ้า เพดาน กรณีเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องยื่นขออนุญาต แต่ถ้าหากการเปลี่ยนอุปกรณ์เหล่านั้น ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากจนเกิน 10% ของน้ำหนักเดิม ก็จำเป็นต้องอนุญาต เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย

ก่อนต่อเติม – ซ่อมแซมบ้านต้องเตรียมอะไรบ้าง

สินเชื่อ

  • การเตรียมวัสดุที่จะใช้สำหรับการก่อสร้าง จัดทำเป็นรายการวัสดุที่ต้องใช้ และสอบราคาจากร้านขายวัสดุหลายๆ แห่ง เพื่อให้ได้วัสดุที่ดี คุณสมบัติตรงกับงานที่จะใช้ ในราคาที่เหมาะสมและยุติธรรม
  • การจ้างคนงานในการก่อสร้างต่อเติมและซ่อมแซมบ้านจะต้องคำนึงถึงค่าจ้าง และฝีมือในการก่อสร้างของช่างด้วย เพื่อให้งานที่ออกมาตรงตามต้องการ โดยในระหว่างการทำการก่อสร้างต่อเติมควรมีการตรวจดูงานเป็นระยะ เพื่อความเรียบร้อยและถูกต้อง
  • การเลือกสถาปนิกหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง ควรเลือกจากคนที่รู้จัก หรือคนรู้จักแนะนำมา อย่างน้อยก็ช่วยให้รู้สึกอุ่นใจว่า บ้านที่กำลังซ่อมแซม หรือต่อเติม เป็นไปอย่างถูกหลักและถูกวิธี แถมยังได้ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์โดยตรง มาดูแลให้อีกด้วย

ใครที่กำลังวางแผนจะขอสินเชื่อต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้านอยู่ก็ไม่ต้องกังวลใจว่าจะไม่กู้ผ่านแล้วนะคะ เพราะ rabbit finance ได้รวบรวมข้อมูลทั้งการขอสินเชื่อ และเรื่องกฎหมายไว้แบบครบถ้วน ทีนี้ก็สบายใจได้ว่า เมื่อเดินไปธนาคารเพื่อขอสินเชื่อต้องผ่านฉลุยอย่างแน่นอนค่ะ

ขอบคุณข้อมูล www.ghbhomecenter.com , www.bkkcitismart.com , www.thaihomemaster.com


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon