จะมาแล้วนะ…Honda CR-V 1.6 i-DTEC โฉมใหม่ ถูกใจคอเอสยูวีแน่นอน

posted: 1 year ago
1,354 views
จะมาแล้วนะ…Honda CR-V 1.6 i-DTEC โฉมใหม่ ถูกใจคอเอสยูวีแน่นอน

comments

ก่อนที่จะเปิดตัวฮอนด้า ซีอาร์–วี รุ่นใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ฮอนด้าก็ได้จัดการทดสอบเล็ก ๆ โดยยกขบวนสื่อมวลชนไทยมาทดสอบสมรรถนะกันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จ.บุรีรัมย์

ฮอนด้า ซีอาร์–วี ถือเป็นรถยนต์ยอดนิยมของฮอนด้าอีกรุ่นหนึ่งที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2539 และมียอดจำหน่ายในทุกเจเนอเรชั่นจาก 130 ประเทศทั่วโลกมากกว่า 8.3 ล้านคัน โดยหนึ่งในตลาดหลัก คือ ประเทศไทยของเรานี่เอง

โคจิ ฮิราโนะ หนึ่งในทีมงานของฮอนด้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาเอสยูวี เจนเนอเรชั่นที่ 5 ในส่วนของเครื่องยนต์ดีเซล กล่าวว่า เป้าหมายในการพัฒนารถรุ่นล่าสุดนี้ก็คือการสร้างเอสยูวีที่จะอยู่ในใจผู้บริโภคตลอดไป

Honda CR-V 1.6 i-DTEC

“ซีอาร์–วีในเจนเนอเรชั่นที่ 3 และ 4 นั้น ได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดอเมริกาเหนือเป็นหลัก แต่ในรุ่นนี้เราได้รวบรวมความต้องการที่หลากหลายจากตลาดทั่วโลก เพื่อพัฒนารถที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดเอสยูวีได้อีกครั้ง”

ฮิราโนะอธิบายถึงแนวทางในการพัฒนารถยนต์ ไล่ไปตั้งแต่ภายนอกที่นำแนวคิด Modern Functional Dynamic มาใช้ เน้นไปที่การออกแบบกรอบไฟหน้าแนวกว้างและมีความเฉียบคม เพื่อให้ได้ด้านหน้าของรถที่หรูหรา โดดเด่นและมองเห็นแล้วรู้ทันทีว่าเป็นซีอาร์–วี

ขณะที่ห้องโดยสารภายในมาพร้อมแนวคิด Urban BASE beautility ที่เน้นความสวยงามที่ใช้งานได้จริง โดยออกแบบให้เน้นความโปร่ง สบาย อบอุ่น แต่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ และทีเด็ดคือ จอแสดงผลขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าคนขับและตำแหน่งกึ่งกลางคอนโซล

Honda CR-V 1.6 i-DTEC

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรที่มาพร้อมเกียร์ซีวีทีที่ได้รับการปรับให้ทำงานได้ดีที่รอบต่ำ ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 1.6 ลิตรรุ่นใหม่ ที่ติดตั้งอยู่บนแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ล่าสุดเช่นกัน ได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจากรุ่นที่ใช้ในยุโรป แต่ได้ปรับให้เข้ากับตลาดไทย โดยมีคุณสมบัติประหยัดน้ำมันและปล่อยไอเสียต่ำ อีกทั้งยังมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด โดยมีเวอร์ชั่นขับเคลื่อน 2 ล้อและขับเคลื่อน 4 ล้อให้เลือก

เครื่องยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2 สเตจ และระบบไอเดิลลิงสต๊อป ความโดดเด่นอยู่ที่การใช้งาน เพราะหากต้องการเข้าเกียร์เดินหน้าก็สามารถกดปุ่ม D ซ้ำอีกทีจะเข้าโหมด S ถอยหลังด้วยการดึงแป้นตรงตัว R และยังมีระบบปลดเกียร์ไฟฟ้ายามจอด เพื่อให้สามารถเข็นรถที่จอดขวางชาวบ้านชาวช่องไว้ได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่ดีไม่น้อย

Honda CR-V 1.6 i-DTEC

สำหรับช่วงล่างมาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ที่มีศูนย์ถ่วงต่ำ และพัฒนาห้องโดยสารให้มีความกว้างขวางเพียงพอต่อการรองรับเก้าอี้ 7 ที่นั่ง ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท หลังใช้ระบบอี–ไทป์ มัลติลิงก์แบบใหม่ พร้อมเพิ่มขนาดยางเป็น 195/60R18 ต้องขอบอกว่าฮอนด้าเซตอัพช่วงล่างมาอย่างเนี้ยบ การวิ่งทำความเร็วผ่านโค้งของสนามช้างเป็นไปได้แบบเรียบๆ ไม่มีอะไรหวือหวา แถมการเก็บเสียงก็ถือว่าเงียบสนิทไร้การก่อกวน

ในส่วนของการควบคุมรถ มีการติดตั้งระบบ Agile Handling Assist โดยจะทำงานประสานกับระบบอื่นๆ เพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ ลดระยะพวงมาลัยหมุนสุด ติดตั้งดิสก์เบรกใหญ่ขึ้น พร้อมด้วยบูสเตอร์ไฟฟ้าใหม่ เพื่อให้ได้ระยะเบรกที่สั้นขึ้นในทุกการเบรก

Honda CR-V 1.6 i-DTEC

ขณะที่ระบบขับเคลื่อน Real Time AWD ก็พัฒนามากขึ้น ติดตั้งระบบอิเลกทรอนิกส์เพื่อควบคุมการทำงาน เพิ่มแรงบิดที่ล้อหลังอีก 10% และช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่ในยามที่ต้องการ แถมยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมันอีกต่างหาก

เรื่องแรกที่ต้องรู้เพิ่มก็คือนอกเหนือจากระบบเปิดประตูบานหลังจะถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่นแล้ว ในรุ่นท๊อปยังมาพร้อมออพชั่นเปิดประตูด้วยการกวาดเท้าผ่านเซนเซอร์ที่ติดตั้งตำแหน่งใต้กึ่งกลางกันชนด้านหลัง เหมาะสำหรับคนค้าคนขายที่ต้องยกของเยอะๆ แล้วไม่มีมือกดเปิดประตูมาก

Honda CR-V 1.6 i-DTEC

จุดขายของ Honda CR-V 1.6 i-DTEC ก็คือการพับเรียบให้ต่อเนื่องกันไปได้ถึงเบาะแถวหน้า ซึ่งทำให้สามารถขนสัมภาระทรงยาวได้ แถมด้านท้ายยังมีแผ่นกระดานที่ทำให้ห้องเก็บของกลายเป็นพื้นราบทั้งคัน หรือจะเอาไว้แบ่งโซนเก็บรองเท้าก็ย่อมได้

การมุดเข้าไปนั่งในแถวตอนที่ 3 นั้นทำได้ยากเอาเรื่อง เพราะตัวรถเองก็มีขนาดค่อนข้างสูง หากจะเข้าไปนั่ง แน่นอนว่าต้องผลักเบาะแถว 2 ไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาให้ผู้โดยสารตอนหลัง ก็จะทำให้ห้องโดยสารส่วนกลางเกิดอาการเข่าติดเบาะเล็กน้อย

เบาะตอน 3 นั้นเป็นข้อถกเถียงกันพอสมควรว่ามันสบายหรือไม่ โดยส่วนตัวที่มุดเข้าไปนั่งก็พบว่ายังมีเฮดรูมเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ใครสูงสัก 175-180 คงเริ่มหัวติด ตำแหน่งวางเข่าชันไปสักนิด เห็นท่าว่าถ้านั่งนาน ๆ ก็น่าจะเกิดอาการเมื่อยขาไม่น้อย

Honda CR-V 1.6 i-DTEC

ขณะที่เบาะที่นั่งแถว 2 และแถวหน้านั้นไม่มีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเป็นการก้าวเข้าออก หรือการรองรับแผ่นหลังและช่วงเข่าที่ถือว่าสอบผ่าน

แผงคอนโซลหน้าและจอแสดงผลนั้นได้รับกลิ่นอายจากรุ่นต่างๆ ที่เปิดตัวไปก่อน การแสดงผลชัดเจนสวยงาม โดดเด่นด้วยระบบเกียร์แบบใหม่ที่เป็นปุ่มกด และเพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยระบบปลดเกียร์ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถจอดรถคันนี้ขวางรถคันอื่นได้ในกรณีเร่งด่วน

ฮอนด้าติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 จุดให้กับรถรุ่นนี้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ประกอบไปด้วย ถุงลมคู่หน้า ถุงลมเข่าสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และม่านถุงลมเหนือศีรษะที่พาดยาวไปตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงตำแหน่งเบาะนั่งด้านหลังสุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นยามเกิดอุบัติเหตุ

Honda CR-V 1.6 i-DTEC

ขณะที่ระบบปรับอากาศนั้นก็มีให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยระบบปรับอากาศสำหรับพื้นที่ตอนหลังจะแบ่งกันใช้ โดยมีการติดตั้งคอยล์เย็นที่ด้านท้ายของรถเพิ่มอีก 1 จุด เพื่อเพิ่มความเย็นสบายให้กับผู้โดยสารทั้งแถวที่ 2 และแถวที่ 3 สามารถเดินทางได้อย่างสบาย

เมื่อถึงเวลาทดลองขับ  สัมผัสแรกที่กดคันเร่งพุ่งพรวดออกไปก็นึกในใจว่าไม่เลว ตีนต้นเหมาะกับการใช้งานในเมืองมาก คุมความเร็วของรถวิ่งเข้าไลน์ของสนามเลาะไปตามโค้ง ยิ่งมั่นใจว่าช่วงล่างนี่ของจริง การถ่ายน้ำหนักของรถนั้นเป็นไปได้อย่างพอเหมาะลงตัว ไม่มีอาการหน้าดื้อหลังดึงอะไรให้เห็น แม้น้ำหนักเบาะที่เพิ่มมา 2 เบาะดูจะเป็นภาระของด้านท้ายรถพอสมควร

วนมาครบ 1 ลอง กดปุ่มเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ตดูบ้าง ก็พบว่ารอบวิ่งฉิวขึ้นมาเล็กน้อย แต่บรรยากาศของการวิ่งกลับไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไร การออกตัวที่ปรู๊ดปร๊าดนั้นไม่ได้ส่งกำลังต่อเนื่องตลอดทุกย่านความเร็ว โดยอยู่กับเราถึงความเร็วสัก 100 นิดๆ เท่านั้น จากนั้นก็ดูเหมือนรถจะไม่หือไม่อืออะไร ทั้งที่ความเร็วยังพุ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ ซึ่งฮิราโนะอธิบายว่าฮอนด้านั้น เซตอัพซีอาร์–วีใหม่ตามเทรนด์ของตลาดโลก โดยมีคีย์เวิร์ดที่สำคัญมากก็คือ ‘บาลานซ์’ เพื่อให้ได้รถที่ตอบสนองต่อการขับขี่ดี โดยที่ไม่ทิ้งเรื่องของการประหยัดน้ำมันและการปล่อยมลพิษที่เหมาะสม นั่นคือสาเหตุที่ไม่ได้เซตอัพรถโดยเน้นเรื่องสมรรถนะเพียงอย่างเดียว

Honda CR-V 1.6 i-DTEC

การส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีอาการกระตุกให้เห็น จนหลาย ๆ คนออกปากว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่แตกต่างอะไรกับเกียร์ซีวีทีที่ฮอนด้าเคยใช้ก่อนหน้านี้

“หากมองไปที่เทรนด์ของโลก ก็จะพบว่าทิศทางการพัฒนารถยนต์เริ่มเปลี่ยนแปลงไป อเมริกาเริ่มใช้เครื่องยนต์เล็กลง ญี่ปุ่นก็เช่นกัน ในยุโรปนั้น ทุกค่ายต่างให้ความสำคัญกับด้านสิ่งแวดล้อม และเราหวังว่าแนวโน้มของประเทศไทยในอนาคตก็จะเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน”

เขายังอธิบายอีกว่า เรื่องการใช้เครื่องยนต์ขนาดที่พอเหมาะ การเลือกใช้เทอร์โบคู่แทนที่จะใช้ซูเปอร์ชาร์จ รวมไปถึงการใช้เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดตัวใหม่ที่ไร้รอยต่อนี้ หากมองไปในระยะยาวๆ เชื่อว่าผู้บริโภคชาวไทยจะชื่นชอบมากกว่ารถรุ่นอื่นๆ ของคู่แข่งอย่างแน่นอน

Honda CR-V 1.6 i-DTEC

ฮอนด้าเตรียมเปิดตัวฮอนด้า ซีอาร์–วี ใหม่ ในประเทศไทยในวันที่ 24 มีนาคม 2560 นี้ โดยจะมาพร้อม 4 รุ่นย่อยตามที่บอกไปแล้ว งานนี้สิ่งที่ต้องติดตามก็คือการตั้งราคาจำหน่ายของฮอนด้า ว่าจะทำออกมาได้น่าสนใจมากน้อยเพียงใด และจะโดนใจผู้บริโภคหรือไม่ ใครอยากจับจองเป็นเจ้าของ ก็ติดตามข่าวสารกันให้ดีล่ะ

 

 

 


avatar
by Jutalak Cherdharun
เป็นนักเขียนผู้รักหมา แต่ไม่เคยเขียนบทความเรื่องหมา ถนัดบทความสัพเพเหระ ยันบทความข่าว งานอดิเรกคือแชร์คลิปน้องหมาลงเฟซบุ๊ก ไปคาเฟ่หมา งานประกวดหมา วาดรูปหมา และกอดหมา

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon