หนี้ครัวเรือน และ หนี้สาธารณะ ความเหมือนที่แตกต่าง

posted: 2 years ago
2,182 views
หนี้ครัวเรือน และ หนี้สาธารณะ ความเหมือนที่แตกต่าง

comments

เวลาที่เราฟังข่าวเศรษฐกิจไทยหลายๆครั้งก็จะได้ยินว่า หนี้ครัวเรือนปรัวตัวสูงขึ้นหรือปรับตัวลดลง…. แล้วหนี้ครัวเรือนมันแปลว่าอะไรกัน? ทำไมเราต้องสนใจ?

หนี้ครัวเรือน

หนี้ครัวเรือน คืออะไร 

หนี้ครัวเรือน หมายถึง หนี้ของบุคคลที่เกิดจากการกู้ยืมเงินจากการใช้จ่ายไม่ว่า ซื้อรถ ซื้อบ้าน โทรศัพท์ หรือการใช้จ่ายอุปโภคบริโภค ฯลฯ โดยข้อมูลจากเก็บจากจากธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และองค์กรธุรกิจสินเชื่อ สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช่ธนาคาร

แต่เวลาที่เราฟังข่าวเศรษฐกิจไทยต่อไปก็จะเห็นว่าจะมีคำว่า GDP ต่อมาอีก เพราะถ้าคำว่าหนี้ครัวเรือนถ้าอยู่ตัวเดียวโดดๆแล้วแทบจะวัดอะไรไม่ได้ว่าปริมาณหนี้ครัวเรือนเท่านั้นเท่านี้ แปลว่ามากหรือน้อย?

ทำให้เวลาที่หนี้ครัวเรือนถูกนำเสนอขึ้นมาก็จะนำไปหารกับ GDP เสมอเพื่อดูว่า ณ ตอนนี้คนเป็นหนี้มากน้อยขนาดเมื่อเทียบกับรายได้ เพราะ GDP คือมูลค่าสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายของประเทศไทย เพราะมูลค่าที่เราจ่ายก็คือรายได้ของคนขายนั่นแหละ ซึ่งแปลว่า GDP ก็คือรายได้ของคนในประเทศ

หากนำ GDP มาหารกับหนี้ครัวเรือนของประเทศนั้นก็คือ หนี้สินที่คนในประเทศมีเมื่อเทียบกับสัดส่วนของรายได้ ถ้าเป็นสัดส่วนที่สูงนั้นแปลว่ารายได้ที่เราหามาได้ก็จะต้องนำไปคืนหนี้มาก ถ้าหนี้ครัวเรือนยิ่งสูงนั่นแปลว่าโอกาสที่กู้ได้จะยิ่งน้อยลงมากเท่านั้น เพราะธนาคารก็มองว่าคนที่มีหนี้สูงแล้วเมื่อเทียบกับรายได้ ก็จะไม่อยากปล่อยกู้ให้ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายๆคนยื่นเรื่อง ขอสินเชื่อหรือกู้เงินแล้วไม่ผ่าน นั่นเอง

แล้วถ้าคนกู้เงินไม่ได้  ย่อมส่งผลต่อกำลังซื้อของคนในประเทศ เพราะทำให้กำลังซื้อของคนในประเทศลดลง การกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะยิ่งทำได้ยากเพราะกระตุ้นไปคนในประเทศส่วนใหญ่ก็ไม่มีเงินไปซื้อสินค้าและบริการ โอกาสที่เศรษฐกิจจะฝืดก็มีสูงขึ้น

มาถึงตรงนี้หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าแล้ว หนี้ครัวเรือนมันต่างยังไงกับหนี้สาธารณะที่เราได้ยินผ่านๆหูมาคู่กันเกือบตลอดมันต่างกันอย่างไร


หนี้สาธารณะ

หนี้สาธารณะ (Public debt) คืออะไร 

 

หนี้สาธารณะ  (Public debt) หรือ หนี้ของรัฐบาล (Government debt)  พูดให้เห็นภาพง่ายๆคือ หนี้ที่รัฐบาลเป็นคนกู้ยืม โดยมีหน่วยงานของรัฐต่างๆ องค์กรของรัฐ รวมไปถึงกลุ่มรัฐวิสาหกิจและหนี้สินที่รัฐบาลเป็นคนค้ำประกัน โดยส่วนใหญ่ก็เกิดจากที่่ รัฐบาลดำเนินนโยบายขาดดุล (รายจ่ายมากกว่ารายรับ)  ทำให้มีปริมาณหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น

แน่นอนว่าหนี้สาธารณะไม่สามารถดูลอยๆตัวเดียวได้ หนี้สาธารณะส่วนใหญ่ก็จะนำไปเปรียบเทียบกับ GDP เช่นเดียวกับหนี้ครัวเรือน เนื่องจากรายจ่ายของรัฐบาลส่วนใหญ่ จะถูกนำไปใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในรัฐบาลเป็นผู้ซื้อสินค้าและบริการก็จะทำให้เงินในระบบหมุนมากขึ้นจากเดิม

 

โดยรัฐบาลคาดหวังว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ณ วันนี้จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น แล้วรัฐบาลก็จะสามารถเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นในอนาคต คล้ายกับการลงทุนแล้วคาดหวังจะเก็บดอกเบี้ยหรือเงินปันผลได้มากขึ้นในอนาคต

หากมองในมุมเศรษฐกิจ สามารถพูดได้ว่า ไม่ว่าจะหนี้ครัวเรือนหรือหนี้สาธารณะ ก็ไม่ควรมีมากจนเกินไป แม้หนี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่หากหนี้ที่เรานำมาใช้ในปัจจุบันไม่สามารถสร้างรายได้มากขึ้นในอนาคตได้ ก็จะเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อตัวเรา และระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้ เพราะหนี้ที่เราสร้างขึ้นวันนี้ ก็คือสิ่งที่เราต้องใช้คืนในวันหน้านั่นเอง

 


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon