บัตรเครดิตฆ่าคุณได้! ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้

posted: 1 week ago
บัตรเครดิตฆ่าคุณได้! ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้

comments

ในยุคสังคมไร้เงินสดแบบนี้ นอกจากการทำธุรกรรมการเงินผ่านโลกออนไลน์แล้ว การใช้บัตรเครดิตก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการจับจ่ายใช้สอยที่คนในยุคนี้นิยมกัน เพราะมันทั้งสะดวกและง่ายไปหมด ไม่ต้องพกเงินสดก็ซื้อของชิ้นใหญ่ได้ และยังแลกรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อีกมากมาย

แต่ทุกอย่างย่อมมีสองด้าน ถ้าจะบอกว่าบัตรเครดิตช่วยให้เราได้รับอะไรหลาย ๆ อย่างและสะดวกมากขึ้นแล้ว ความจริงอีกด้านหนึ่งก็คือ เจ้าบัตรเครดิตใบเล็ก ๆ บาง ๆ นี่แหละ ที่ทำลายชีวิตคนมานักต่อนัก นั่นก็เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้บัตรเองนั่นแหละ

บัตรเครดิตฆ่าคุณได้ ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้

ปัจจุบันทางสถาบันการการเงินก็ได้พัฒนาบัตรเครดิตให้มีหลากหลายเงื่อนไข และมีข้อเสนอที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนจำนวนมากที่สามารถสมัครและมีบัตรเครดิตอยู่ในมือได้ไม่ยาก

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด บางคนอาจมีพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตที่ไม่ดีนัก จนในวันหนึ่งมันก็ย้อนกลับมา “ฆ่า” คุณ ด้วยภาระหนี้สินมากมาย …. สักวันหนึ่งคุณอาจเป็นคนที่ถูกฆ่าด้วยบัตรเครดิต ถ้ายังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่

  • กดเงินสดจากบัตรเครดิต

เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาการเงินแบบขั้นสุดแล้ว บางคนอาจเลือกแก้ปัญหาด้วยการกดเงินสดจากบัตรเครดิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างแรงเลยล่ะ เพราะบัตรเครดิตไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้สำหรับกดเงิน ถึงมันจะกดได้ก็เถอะ การกดเงินสดจากบัตรเครดิตอาจช่วยให้คุณมีเงินมาหมุนในระยะเวลาสั้น ๆ แต่มันจะเพิ่มปัญหาการเงินให้คุณในอนาคต

เพราะสิ่งที่ตามมาก็คือดอกเบี้ยจากการกดเงินสดที่สูงกว่าการรูดบัตร และยังคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน พอรวมกับค่าธรรมเนียมและ VAT เข้าไปอีก ก็ยิ่งทำให้เกิดหนี้พอกพูนขึ้นมาก้อนใหญ่ ที่นี้ก็เดือดร้อนกันยิ่งกว่าตอนแรกอีก

ถ้ามันจำเป็นต้องกดเงินจากบัตรจริง ๆ ด้วยเหตุฉุกเฉินใด ๆ ก็ตาม ควรชำระเงินคืนให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยสูงจนจ่ายไม่ไหว

  • รูดเพลินเกินพิกัด

มีบัตรเครดิตนี่มันดีจริง ๆ เหมือนย่อส่วนเอาตู้เอทีเอ็มมาไว้ในมือ แบบไม่ต้องกดเงินมาใส่กระเป๋าให้หนักและเสี่ยงทำหาย แค่พกบัตรใบเดียวก็สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรซื้อของได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ เพียงแค่รูดบัตรก็ได้ทุกอย่าง นี่แหละอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ

เพราะการรูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อของจะทำให้เราไม่รู้สึกว่าเราเสียเงินไปแล้ว และไม่รู้ตัวว่าจ่ายเงินไปเยอะเท่าไร เห็นว่าได้วงเงินมาเยอะก็รูดจ่ายไม่ยั้งมือจนยอดใช้จ่ายเต็มวงเงิน หนักกว่านั้นคือเกินวงเงิน นี่ก็เป็นสัญญาณอันตรายของการใช้บัตรเครดิตแล้วนะ

นั่นหมายความว่าคุณมีหนี้อยู่เกือบ 2 เท่า ของรายได้ปัจจุบัน ถ้าบวกรวมกันดอกเบี้ยไปอีก นั่นก็แปลว่าคุณมีหนี้บัตรเครดิตที่ต้องชำระอยู่ไม่น้อยเลย และคงต้องชำระต่อเนื่องไปอีกหลายเดือน

บัตรเครดิต-หนี้บัตรเครดิต

  • จ่ายคืนชิลล์ ๆ แบบขั้นต่ำ

บัตรเครดิตมักจะเปิดให้จ่ายเงินคืนแบบผ่อนชำระขั้นต่ำได้ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ต่อเดือนที่หนักเกินไป ซึ่งมันก็เป็นข้อดีสำหรับคนที่ใช้ซื้อของชิ้นใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้อย่างเช่น ตู้เย็น โทรทัศน์ ฯลฯ แล้วทยอยจ่ายคืนเป็นรายเดือน ก็จะแบ่งเบาภาระหนี้ลงได้

แต่กับบางยอดการใช้จ่ายก็ไม่เหมาะที่จะจ่ายแบบขั้นต่ำเท่าใดนัก เพราะถึงแม้ว่าจะจ่ายขั้นต่ำได้ก็จริง แต่ยอดที่เหลือก็จะถูกคิดดอกเบี้ยเพิ่มเข้าไปเรื่อย ๆ กลายเป็นว่าเราจะมียอดที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากที่จ่ายขั้นต่ำแบบชิลล์ ๆ ได้ ก็จะเริ่มไม่ชิลล์แล้ว

หากเงินไม่เพียงพอที่จะชำระยอดหนี้ทั้งหมดได้ในครั้งเดียว แต่ก็ไม่อยากจ่ายดอกเบี้ยแพง ๆ แนะนำว่าให้ชำระเงินในจำนวนที่สูงกว่ายอดขั้นต่ำที่กำหนด เพื่อช่วยลดจำนวนดอกเบี้ยในงวดต่อ ๆ ไป

  • ไม่เคยเช็กยอดชำระ

โดยปกติแล้วทางธนาคารเจ้าของบัตรจะกำหนดวันตัดยอดและวันที่ต้องชำระเงินเอาไว้อยู่แล้ว โดยจะส่งบิลมาให้ผู้ถือบัตรได้ตรวจสอบยอดดูก่อน ซึ่งในบิลก็จะบอกว่ายอดใช้จ่ายที่ค้างอยู่, ยอดใช้จ่ายเดือนล่าสุดรวมดอกเบี้ย, ยอดชำระขั้นต่ำที่สามารถจ่ายได้ และยอดรวมทั้งหมดที่คุณต้องชำระ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น

หากเอาแต่ใช้บัตรรูดซื้อสินค้าและบริการไปเรื่อย ๆ โดยไม่กลับมาเช็กยอดหนี้ที่ธนาคารเจ้าของบัตรได้แจ้งไว้ จะทำให้คุณไม่รู้ยอดหนี้ที่ตัวเองต้องจ่าย จึงเป็นปัญหาเมื่อต้องชำระเงิน เพราะอาจจ่ายไม่ไหว หรือใช้จ่ายเพิ่มเข้ามาอีกโดยที่ไม่รู้ยอดเงิน ถ้ายอดเยอะ ๆ แล้วจ่ายไม่ไหว ก็พังได้เหมือนกัน

  • ผิดนัดชำระ

บัตรเครดิตแต่ละใบก็จะมีรอบการตัดยอดที่ต่างกันออกไป แต่ผู้ถือบัตรสามารถเลือกวันที่ตัดยอดและวันที่ชำระบิลได้เอง เช่น ตัดรอบบิลวันที่ 12 และชำระเงินก่อนวันที่ 2 ของเดือนถัดไป ซึ่งการเลือกวันที่ชำระบิลก็ควรเป็นวันที่พร้อมชำระเงินแล้ว จะได้ไม่เกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินมาจ่ายหนี้บัตรเครดิตตามกำหนด

หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือ การมีบัตรเครดิตหลายใบ แต่ละใบมีกำหนดชำระที่แตกต่างกัน อาจทำให้ลืมวันที่ต้องชำระ หรือจำสลับกันจนผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิต

ซึ่งการไม่ชำระหนี้ตามกำหนดจะทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาจากเดิม และยังต้องจ่ายค่าติดตามหนี้เพิ่มอีกด้วย บางธนาคารก็เรียกเก็บค่าปรับเพิ่มอีก กลายเป็นว่าเสียเงินเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท นอกจากนี้ยังทำให้คุณมีประวัติผิดนัดชำระอยู่ใน Credit score ส่งผลต่อการพิจารณาสินเชื่อหรือการทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ ของคุณในอนาคต

พลาดไปแล้ว อยากเคลียร์หนี้ก่อนชีวิตพังเพราะบัตรเครดิต

สำหรับใครที่รู้ตัวแล้วว่าตอนนี้ตนเองกำลังประสบปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่พอกพูน จนอยากจะเคลียร์ให้มันหมดไปก่อนที่ชีวิตจะพังไปมากกว่านี้ rabbit finance ก็มีแนวทางเล็ก ๆ น้อย ๆ มาแนะนำ

หากมีหนี้ที่พอกพูนจากดอกเบี้ยบัตรเครดิต ยิ่งมีหลายใบยิ่งยากที่จะเคลียร์ วิธีที่ดีคือการรวมหนี้มาเป็นก้อนเดียว เพื่อที่จะเคลียร์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งสามารถติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรเพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการประนอมหนี้บัตรเครดิต และมองหาแหล่งเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำมาโปะหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด

แล้วค่อยผ่อนชำระสินเชื่อก้อนนี้เพียงก้อนเดียว ลดปัญหาจากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบัตรต่าง ๆ ไปได้

ยังขอยืนยันว่าบัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ดี ถ้ารู้จักใช้ให้เป็นก็จะเกิดประโยชน์, คุ้มค่า และสะดวกสบายขึ้นเยอะ แต่ถ้าใช้เพลิน รูดซื้อของแบบไม่ยั้งมือ สักวันหนึ่งบัตรเครดิตอาจฆ่าคุณได้


avatar
by IN-Wsible
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon