ตามส่อง การรับมือปัญหา ‘ฝุ่นละออง’ ของนานาประเทศ

posted: 4 months ago
ตามส่อง การรับมือปัญหา ‘ฝุ่นละออง’ ของนานาประเทศ

comments

เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ และประชาชนที่อาศัยในแถบชานเมืองคงกำลังเผชิญปัญหา ฝุ่นละออง ในอากาศที่เกินมาตรฐาน มีฝุ่นควันปกคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ โรคปอด และอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็ง

rabbit finance จะชวนเพื่อนๆ ไปตามส่องมาตรการรับมือปัญหาฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐาน ของหลายๆ ประเทศทั่วโลก มาดูกันว่าประเทศไหนตั้งสติและรับมือได้เริ่ดสุด

การรับมือปัญหา ฝุ่นละออง ของนานาประเทศ

ฝุ่นละออง
เครดิต : ประชาชาติ
  • เกาหลีใต้

เริ่มกันที่ กรุงโซล ของเกาหลีใต้ ที่เจอปัญหาฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับบ้านเรา โดยกรุงโซลติดอันดับ 4 ของเมืองที่มีอากาศเลวร้าย ซึ่งทางรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ได้ออกประกาศเตือนประชาชนในทันที พร้อมมาตรการสั่งให้ลดชั่วโมงการผลิตในโรงงานเกือบ 100 แห่งทั่วประเทศลง โดยคาดว่าจะลดชั่วโมงการทำงานลงได้ราวๆ 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสั่งให้โรงไฟฟ้าหลายแห่งจำกัดการผลิตไฟฟ้า และสั่งระงับโรงไฟฟ้าถ่านหิน 8 แห่งชั่วคราว ส่วนในตัวเมืองก็มีการรณรงค์ให้หันมาเดินทางด้วยรถสาธารณะมากขึ้นอีกด้วย

เครดิต : โพสต์ทูเดย์
  • จีน

สำหรับประเทศจีน ซึ่งประสบปัญหาสภาพอากาศเป็นพิษมาหลายปี โดยมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพของประชาชน ทำให้ทางรัฐบาลจีนมีคำสั่งเด็ดขาดให้ปิดโรงงานจีนไปแล้ว 40%  หรือราว 80,000 แห่งทั่วประเทศ ที่ทำผิดกฎหมาย  ล่าสุดทางรัฐบาลจีนได้จัดตั้งทีมตระเวนขึ้น เพื่อควบคุมและลงโทษประชาชนที่ทำผิดกฎ เช่น ปิ้งย่างอาหารกลางแจ้ง และใช้รถยนต์เก่าขับขี่บนท้องถนน ซึ่งปีที่ผ่านมา ทางการจีนได้ทำลายรถเก่าที่ปล่อยก๊าซพิษไปราวๆ 300,000 คันเลยทีเดียว และที่น่าสนใจสุดๆ ก็คงเป็นการสร้างหอคอยฟอกอากาศในเมืองซีอานที่ช่วยฟอกอากาศในพื้นที่รอบๆ ให้ดีขึ้นตลอดทั้งวัน

เครดิต : ประชาชาติ
  • อินเดีย

อินเดียก็เป็นอีกประเทศที่มีหลายเมืองติดอันดับเมืองที่มีอากาศเลวร้าย อาทิ นิวเดลี, มุมไบ และ โกลกาตา โดยส่วนใหญ่จะเผชิญปัญหาสภาพอากาศเลวร้ายอย่างรุนแรงตั้งแต่กลางปี 2561 โดยรัฐบาลอินเดียยังคงใช้มาตรการควบคุมแบบเดิม อย่างการห้ามรถยนต์ และรถแท็กซี่ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลหลายพันคันวิ่งบนถนนที่มีอากาศย่ำแย่ ห้ามรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี ขึ้นไปวิ่งตามท้องถนน รวมถึงสั่งให้รถยนต์วิ่งตามวันคี่ และวันคู่ตามเลขทะเบียนรถอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยสารพิษ และทำให้สภาพอากาศดีขึ้นในไม่ช้า

ฝุ่นละออง
เครดิต : บีบีซี ไทย
  • อังกฤษ

อังกฤษ ก็เป็นอีกประเทศที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่วายเจอปัญหามลพิษทางอากาศคล้ายๆ กับบ้านเรา ซึ่งทันทีที่เกิดปัญหา ทางรัฐบาลลอนดอนก็ออกมาประกาศแผน “Clean Air Strategy” โดยมีจุดประสงค์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของภาคการเกษตรก่อน ทั้งจากการเลี้ยงสัตว์ การเผาไม้ และใช้สารเคมีฉีดพ่น ทำให้มีการปล่อยก๊าซแอมโมเนียและก๊าซพิษอื่นๆ ที่ส่งผลต่อสภาพอากาศมากถึง 88% ต่อปี โดยรัฐบาลอังกฤษยังมีความช่วยเหลือเรื่องการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อจำกัดการปล่อยก๊าซแอมโมเนียอย่างถูกวิธีให้อีกด้วย

ฝุ่นละออง
เครดิต : โพสต์ทูเดย์
  • ฝรั่งเศส

ตามติดมาด้วย ปารีส เมืองหลวงฝรั่งเศส ที่เจอปัญหามลพิษในอากาศต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 โดยรัฐบาลฝรั่งเศสเริ่มใช้มาตรการควบคุมด้วยการคัดกรองรถยนต์ที่วิ่งบนถนนในกรุงปารีส โดยผู้ใช้รถยนต์ทุกคันต้องติดสติกเกอร์ “Crit Air” ที่หน้ารถ เพื่อระบุอายุการใช้งานของรถยนต์และระดับมลพิษที่ปล่อยสู่อากาศ ว่าปลอดภัยสำหรับคนเมืองหรือไม่ รวมถึงมีการกำหนดให้รถยนต์ที่มีเลขทะเบียนเป็นเลขคู่ขับได้เฉพาะวันคู่ และทะเบียนเลขคี่ให้ใช้รถได้ในวันคี่เท่านั้น เพื่อลดปริมาณรถยนต์ที่วิ่งตามท้องถนน รวมทั้งมีรถสาธารณะให้เลือกใช้บริการอย่างเพียงพออีกด้วย

เครดิต : บีบีซี ไทย
  • สวีเดน

ต่อด้วย กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดนที่เผชิญปัญหามลพิษทางอากาศ ตั้งแต่ต้นปี 2561 ถึงแม้เป็นเพียงระดับเบื้องต้น และค่าฝุ่นละอองในอากาศจะยังไม่รุนแรงต่อร่างกายมากนัก แต่ทางรัฐบาลสวีเดนก็ออกมาประกาศทันทีว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์ที่ต้องการเข้าไปในเมืองหลวง แถมยังเคลียร์พื้นที่ไว้สำหรับให้จอดรถตามจุดขนส่งสาธารณะต่างๆ เพื่อความสะดวก เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากกว่าการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งรถราง รถไฟ และรถใต้ดิน นับว่าเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซพิษสู่อากาศได้ดีทีเดียว

เครดิต : บีบีซี ไทย
  • สเปน

ปิดท้ายที่ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ที่เจอปัญหามลพิษในอากาศช่วงปลายปี 2561 ทำให้เกิดมาตรการจำกัดปริมาณรถยนต์ที่จะวิ่งเข้าไปในเขตควบคุมคุณภาพอากาศใจกลางกรุงมาดริด ยกเว้นรถยนต์แบบไฮบริดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ยังสามารถขับขี่ได้อย่างเสรี โดยทางการสเปนตั้งเป้าว่าจะช่วยลดมลพิษทางอากาศได้ 40% แถมยังเป็นการช่วยลดมลพิษทางเสียงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการกระตุ้นให้ผู้คนใช้รถจักรยาน และหันมาโดยสารด้วยรถขนส่งสาธารณะ ซึ่งทางการสเปนได้ทำการปรับปรุงระบบขนส่งให้สะดวก และตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนมากขึ้นอีกด้วย


ตอนนี้ก็คงต้องจับตาดูมาตรการรับมือปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในไทยกันต่อ ว่าทางรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการ หรือข้อบังคับอะไรออกมาแก้ปัญหานี้บ้าง ตอนนี้ทำได้ดีที่สุดก็คงเป็นการหลีกเลี่ยงการสูดอากาศภายนอก ใส่หน้ากากอนามัย และรักษาความสะอาดของร่างกายให้ดี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของตัวคุณเอง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bbc.com/thai/international-46861285 และ https://www.prachachat.net/world-news/news-278361


avatar
by EYELINER
เป็นนักเขียนไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะเป็นนักเขียนที่ดีก็ไม่ง่าย นี่คือเหตุผลที่เรายังวิ่งวุ่นทุกเช้า มือขวาพลิกหนังสือพิมพ์ มือซ้ายก็ไถจอโทรศัพท์อัพเดทเรื่องราวของชาวโลก เหนื่อยหน่อยแต่ก็ต้องทำ เพราะอยากเป็นตำนาน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon