ไฟเตือนน้ำมันโชว์ รถจะวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร?

posted: 3 months ago
ไฟเตือนน้ำมันโชว์ รถจะวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร?

comments

เวลาขับรถทางไกลผ่านปั๊มน้ำมันหลายปั๊ม เรามักจะชะล่าใจ โดยคิดเข้าข้างตัวเองว่า เดี๋ยวถ้ามีปั๊มข้างหน้าค่อยจอดก็ได้ แต่พอขับไปเรื่อยๆ จนออกนอกเขตชุมชน หรือเข้าเส้นทางเปลี่ยวปราศจากผู้คน ทันใดนั้นสัญญาณเตือน น้ำมันหมด ก็แสดงขึ้น ราวกับฟ้ากลั่นแกล้ง

ซึ่งคนที่เคยมีประสบการณ์ดังกล่าว น่าจะเข้าใจถึงความรู้สึกตอนนั้นดีว่า มันเป็นการขับ รถยนต์ ที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง และความคาดคะเน

กลัวว่าน้ำมันรถจะหมดก่อนถึงปั๊มน้ำมัน หรือจะขับไปได้อีกไกลแค่ไหนกัน !


 

รถจะวิ่งได้อีกไกลแค่ไหน หากไฟเตือนน้ำมันขึ้นโชว์

หากไฟสีเหลืองรูปถังน้ำมันบนหน้าปัดรถคุณสว่างขึ้น นั่นถือเป็นสัญญาณเตือนว่า เชื้อเพลิงกำลังจะหมดแล้ว แต่เพื่อนๆ เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า เมื่อไฟเตือนน้ำมันโชว์แล้ว รถยนต์ของคุณจะวิ่งไปได้อีกไกลแค่ไหนกัน ?

ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว เมื่อไฟเตือนน้ำมันหมดโชว์ในลักษณะการขับขี่ปกติ ระยะทางที่สามารถวิ่งไปต่อได้จนเกลี้ยงถังจะอยู่ที่ 40 – 50 กิโลเมตร

ดังนั้น คุณจึงควรคำนวนระยะทางที่จะวิ่งไปต่อว่าพอที่จะไปถึงปั๊มน้ำมันหรือไม่ นอกจากนี้ บริษัทประกันภัยชั้นนำของอังกฤษ ได้เผยข้อมูลระยะทางที่วิ่งต่อไปได้ ไฟเตือนน้ำมันขึ้นโชว์ ของรถยนต์ 10 รุ่นยอดนิยมในประเทศอังกฤษ ไว้ดังนี้

  • Mercedes-Benz C-Class จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 74 กม.
  • Mini Cooper จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 72 กม.
  • Nissan Qashqai จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 69 กม.
  • Volkswagen Golf จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 67 กม.
  • Audi A3 จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 67 กม.
  • Ford Focus จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 64 กม.
  • Volkswagen Polo จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 62 กม.
  • Ford Fiesta จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 59 กม.
  • Vauxhall Corsa จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 46 กม.
  • Vauxhall Astra จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 42 กม.


ไฟเตือนน้ำมัน
ขอบคุณภาพจาก autoblog.it

วิธีเซฟน้ำมันให้รถของคุณได้ไปต่อ

หากรถน้ำมันหมด นอกจากคุณจะต้องคำนวนระยะทางเพื่อหาปั๊มน้ำมันเติมแล้ว คุณยังต้องประหยัด อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ให้ตัวรถอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อยืดระยะเวลาให้รถคุณวิ่งได้ไกลขึ้นยังไงล่ะคะ

  • อย่าเบรครถบ่อย

เพราะเมื่อ เบรครถ หรือชะลอความเร็วรถบ่อยๆ คุณต้องกลับมาเหยียบคันเร่งใหม่ ซึ่งการเหยียบคันเร่งบ่อยๆ แบบไม่เลี้ยงความเร็วให้คงที่ จะทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันรถเพิ่มขึ้น

  • ควบคุมความเร็วของรถให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์

หากเป็นเครื่องยนต์ 1.3 – 1.8 ลิตร ควรเลี้ยงความเร็วให้อยู่ระหว่าง 45 – 65 กม./ชม. หากเป็นเครื่องยนต์ใหญ่อย่างเครื่อง 2.0 – 3.0 ควรเลี้ยงความเร็วให้อยู่ที่ 55 – 75 กม./ชม.

  • ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในรถ

ทั้งแอร์ วิทยุ ระบบนำทาง หรือการชาร์จระบบไฟต่างๆ ในรถ เป็นต้น

  • ปิดกระจก หรือพยายามให้ลมเข้าในห้องโดยสารให้น้อยที่สุด

เพราะลมที่เข้ามาจะทำให้มีอากาศในรถมากขึ้น รถจึงต้องใช้แรงวิ่งมากขึ้นยังไงล่ะคะ

  • ศึกษาเส้นทางแผนที่ปั๊มน้ำมันในโทรศัพท์มือถือ

ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องคาดคะเน หรือขับไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย

  • ศึกษาเส้นทางการจราจร

ศึกษาเส้นทางการจราจรว่าเส้นทางที่คุณจะไปนั้น การจราจรติดขัดหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร เพราะหาก การจราจรติดขัด มาก มันก็เหมือนคุณนำรถของคุณเข้าไปขังรอวันน้ำมันหมดเปล่าๆ

คุณลองนึกภาพตามนะคะ หากคุณต้องไปในเส้นทางที่คุณไม่คุ้นเคย ไม่รู้ว่าจะเจอปั๊มน้ำมันอีกเมื่อไร คุณจะทำอย่างไร ซึ่งทางแก้ง่ายๆ ก็เพียงแค่ เติมน้ำมัน เผื่อไว้ มันไม่ได้ยากเย็นเลยหนิคะ

หรือถ้าคุณไม่อยากรู้สึกว่าต้องแวะเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว คุณก็แค่คิดว่าคุณได้แวะลงไปยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ แวะซื้อขนมขึ้นมากินบนรถ เพียงเท่านี้ คุณก็คงสบายใจขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะ


avatar
by tira.Cha

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon