ทุนประกันรถยนต์ ทำเท่าไหร่ถึงจะดี?

posted: 2 weeks ago
ทุนประกันรถยนต์ ทำเท่าไหร่ถึงจะดี?

comments

สิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึง เวลาซื้อประกันรถยนต์ คือ เรื่องของ ทุนประกันรถยนต์ เพราะ ถ้าเลือกทุนประกันที่สูงเกินไป มันอาจทำให้เราต้องจ่าย เบี้ยประกัน แพงขึ้นได้ แต่ถ้าเลือกทุนประกันที่ต่ำเกินไป มันก็อาจจะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้เหมือนกัน

แล้วอย่างนี้ ทุนประกันเท่าไหร่ ถึงเรียกว่าพอดีและเหมาะสมที่สุด ตาม rabbit finance มาหาคำตอบเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ


ทุนประกันรถยนต์ 1

ทุนประกันรถยนต์ คืออะไร แล้วควรทำเท่าไหร่?

ทุนประกันรถยนต์ คือ ค่าสินไหมทดแทน ที่บริษัทประกันภัย จะต้องจ่ายให้เรา (ผู้เอาประกันภัย) เมื่อรถยนต์ของเราเกิดความเสียหายในกรณี สูญหาย ไฟไหม้ หรือเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยเวลาจ่าย บริษัทจะจ่ายค่าเสียหาย ไม่เกินทุนประกันภัยสูงสุดที่เราระบุไว้นั่นเองค่ะ

ดังนั้น การกำหนดทุนประกัน จึงมีความสำคัญมาก เพราะ มันจะส่งผลต่อเงินชดเชยที่เราได้รับ และยังส่งผลต่อเบี้ยประกันภัย ที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือนอีกด้วย บางคนพอรู้แบบนี้ จึงเลือกที่จะทำทุนประกันรถยนต์สูงๆ ไว้ก่อน เพราะคิดว่าช่วยครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด ได้ โดยที่เราไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง ซึ่งความคิดนี้ ไม่ได้ถูกต้องเสมอไปนะคะ

เพราะ ค่าสินไหมที่เราจะได้รับ บริษัทประกัน จะจ่ายเท่ากับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามจริงเท่านั้น ไม่ได้จ่ายตามทุนประกันภัยที่เราทำไว้แต่อย่างใด

ทำให้ การทำประกันภัยด้วยทุนประกันที่สูงกว่า มูลค่าทรัพย์สิน (Over Insured) จะไม่เกิดผลประโยชน์ใดๆ กับเรา แถมยังทำให้เราจ่ายเบี้ยประกันแพงเกิดเหตุได้ด้วย ดังนั้น เราจึงต้องรู้จักวิธีการคำนวณทุนประกันรถยนต์ที่เหมาะสมไว้ด้วย เพื่อจะได้เลือกทุนประกันที่พอดีที่สุดนั่นเองค่ะ


ทุนประกันรถยนต์ 2

วิธีคำนวณทุนประกันรถยนต์ ที่เหมาะสม

บริษัทประกันบางเจ้า ก็อยากจะขายของให้ได้เยอะๆ จึงเลือกเสนอทุนประกันภัยสูงๆ ให้กับลูกค้า เพื่อจูงใจให้คนอยากซื้อมากขึ้น ซึ่งผู้บริโภคอย่างเรา ไม่ควรไปติดกับดักง่ายๆ แบบนี้ค่ะ เราควรเลือกทุนประกันของเรา ตามความเป็นจริงมากกว่า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ โดยไม่จำเป็น

วิธีคำนวณทุนประกันภัยรถยนต์

ทุนประกันรถยนต์ส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ 90% ของราคารถยนต์ในตลาดกลางค่ะ ซึ่งทุนประกันจะค่อยๆ ลดลงปีละ 10% เรื่อยๆ ด้วย เนื่องจากต้องหัก ค่าเสื่อมราคารถยนต์ ในแต่ละปีด้วยนั่นเอง

สมมุติว่า

เราทำประกันรถยนต์ ยี่ห้อ A ราคาตลาดอยู่ที่ 1,000,000 บาท
ทุนประกันภัยที่เหมาะสม จะเท่ากับ ประมาณ 900,000 บาท
(กรณีทุนประกันภัย 90% ของราคาตลาด)

ถ้าทำประกันรถยนต์เป็นปีที่ 2

ทุนประกันภัยที่เหมาะสม จะเท่ากับ ประมาณ 800,000 บาท
(กรณีมีค่าเสื่อมราคา 10% ต่อปี)


แต่สำหรับ รถยนต์ที่เป็น รถใหม่ป้ายแดง ทุนประกันภัยจะอยู่ที่ประมาณ 80% เท่านั้นค่ะ เนื่องจาก เวลาซื้อรถใหม่ เราจะต้องจ่ายเงินดาวน์รถไปประมาณ 20% ของราคาเต็มอยู่แล้ว ทำให้ถ้าทุนประกันมันสูงกว่านี้ ก็เท่ากับว่าบริษัทจะจ่ายเงินเกินราคาขายเต็มได้ เขาจึงให้เท่านี้ค่ะ

สมมุติ

เราทำประกันรถยนต์ป้ายแดง ยี่ห้อ B ราคาตลาดอยู่ที่ 1,000,000 บาท
จ่ายเงินดาวน์ไปแล้ว 20% = 200,000 บาท
ทุนประกันภัยที่เหมาะสม = ประมาณ 800,000 บาท
(กรณีทุนประกันภัย 80% ของราคาตลาด)

สรุปง่ายๆ ทุนประกันภัยที่เหมาะสมที่สุด คือ ทุนประกันภัยที่อยู่ที่ประมาณ 80% ค่ะ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยไป โดย ทุนประกันที่ได้ มันก็ขึ้นอยู่กับ รุ่นรถ ยี่ห้อ และบริษัทประกันภัยที่เราเลือกใช้ด้วยนะคะ ว่าเขาจะให้เท่าไหร่ และสำหรับราคากลาง เราสามารถหาข้อมูลได้ตาม เว็บไซต์ของยี่ห้อรถยนต์หรือ เว็บไซต์ของบริษัทเช่าซื้อต่างๆ ในกรณีที่เป็น รถยนต์มือสอง ค่ะ


ทุนประกันรถยนต์ 3

แล้วถ้ายอมจ่ายแพงๆ ล่ะ ขอทุนประกันแบบ 100% เต็มเลยได้มั้ย

ถึงแม้ทุนประกัน 80-90% จะถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะแล้ว แต่บางคนก็ยังมีข้อสงสัยค่ะว่า แล้วถ้าเราไม่อยากจ่ายเงินเองสักบาทเลยล่ะ เราขอยอมจ่ายเบี้ยแพงๆ เพื่อทำทุนประกันแบบ 100% เต็มไปเลยได้มั้ย ต้องบอกตรงนี้เลยว่า เป็นไปได้ยากมากๆ ค่ะ

เพราะ คงไม่มีบริษัทไหน ที่อนุมัติให้คุณทำทุนประกัน 100% หรอกค่ะ เนื่องจากบริษัทประกัน เขาต้องคิดเผื่อค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมสภาพ ของรถยนต์ในแต่ละปีด้วย ถ้าคุ้มครองแบบ 100% มันก็เหมือนบริษัทต้องจ่ายเงินให้ลูกค้าเกินจริงตลอดเวลา ซึ่งคงไม่มีที่ไหนอยากรับความเสี่ยงตรงนี้แน่นอน

แต่ถ้าคิดในแง่ดี การที่ผู้ขับขี่ยังต้องแบกรับความเสี่ยงบางประการอยู่ ก็อาจจะช่วยส่งเสริมให้เราขับรถอย่างมีสติและระมัดระวังมากขึ้นได้นะคะ เพราะ ถ้าเราไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายอะไรเลย เราก็อาจจะขับรถประมาทมากขึ้น เพราะคิดว่า ยังไงก็มีคนจ่ายให้อยู่แล้ว ซึ่งนี่ส่งผลให้ตัวเลข อุบัติเหตุบนท้องถนน สูงขึ้นตามไปด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้น ทำทุนประกันแต่พอดี ก็พอค่ะ

ประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องแพงที่สุดเสมอไป แต่ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานและสไตล์การขับขี่ของเราจะดีกว่าค่ะ รู้แบบนี้แล้ว เลือกซื้อประกันรถยนต์ครั้งหน้า ก็อย่าลืมหาทุนประกันภัยที่เหมาะสมกับตัวเองกันด้วยนะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon