เป็นไอดอลมันไม่ง่าย ความฝันนี้ต้องลงทุนเท่าไร? กว่าจะได้เป็นจริง

posted: 1 ปีที่แล้ว
เป็นไอดอลมันไม่ง่าย ความฝันนี้ต้องลงทุนเท่าไร? กว่าจะได้เป็นจริง

comments

ศิลปิน ดารา ไอดอล นับได้ว่าเป็นความฝันของใครหลายคนที่อยากจะเป็นบ้าง  แน่นอนว่าการอยู่ในวงการบันเทิงทุกวันนี้ จะหวังให้แมวมองมาสะกิด ทักทาย พาคุณเข้าวงการ ก็ดูยากไปหน่อย ดังนั้นถ้าใจถึง ใจพร้อม การค้นหาหนทาง หรือพาตัวเองเข้าไปออดิชั่นเอง ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ!

แต่ๆๆๆ น้อง หนูๆ หรือคนทั่วไป ลองคิดกันดูบ้างไหมว่า กว่าเราจะเข้าสู่วงการบันเทิง ไม่ใช่แค่ต้องหัดร้อง หัดเต้น หัดพูด หรือหัดแสดงเท่านั้น  ต้นทุน หรือ เงินทุน เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ในการเริ่มต้น วางแผนกันดีกว่า ว่า จะเป็นศิลปิน ไอดอล ทั้งที เราควรวางแผนเก็บเงิน ตั้งต้นทุนกันอย่างไรดีนะ

เป็นไอดอลมันไม่ง่าย คิดค่าใช้จ่ายยังไงดีนะ?

ไอดอล
Cr.-https://truststoreonline.com

1.ขั้นแรก เริ่มต้นฝึกสกิล

คิดจะเป็นศิลปิน ไอดอล นักร้อง หรือนักแสดง   คนเราคงไม่มีความสามารถติดตัวมาตั้งแต่เกิดแน่ การฝึกฝนสกิลต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น และการเริ่มต้นมีพื้นฐานที่ดี จะช่วยให้เราต่อยอดเข้าไปออดิชั่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น การเรียนเต้น, การเรียนร้องเพลง หรือแม้กระทั่ง ใครที่อยากเป็นนักแสดง เรียนการแสดง ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ

แหมคุณ! ใครเขาจะไปมีทาเล้นท์กันตั้งแต่เกิดล่ะ อย่างน้อยก็ต้องได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้อง จนสามารถนำไปต่อยอดได้ ย่อมเป็นผลดีกับค่าย เพราะไม่ต้องฝึกใหม่กันตั้งแต่นับศูนย์

ด้วยเหตุนี้แหละ ทำให้การออดิชั่นในหลายๆ ค่าย มักจะรับเด็กที่เริ่มต้นมีพื้นฐานมาก่อน (แต่ก็มีบางค่ายเหมือนกัน ที่รับเด็กที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนได้ เช่น BNK48 ในไทยเรานี่เอง) แต่ถ้าให้เราแนะนำ การเรียนรู้ไว้ตั้งแต่ต้น ก็เป็นเรื่องที่ดีกว่านะ!

Cr.- http://popcornfor2.com

ถ้าสมมุติว่า คุณต้องการเรียนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน แรกเริ่มไปจนถึงคอร์สสุดท้าย ที่เป็นการเรียนแบบเข้มข้น ขั้นสูง บางคอร์สมีการเทรน เหมือนติวข้อสอบให้คุณก่อนไปออดิชั่น บอกเลยว่าเสียหายกันหลายแสนแน่ โดยเฉลี่ยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่าย คอร์สการเรียนเต้น เรียนร้องเพลง หรือการเรียนการแสดง จะเริ่มต้นที่หลักพันกว่าๆ บางคอร์สอาจราคาสูงถึงหลักหมื่นเลยก็มี  

ซึ่งหลายคนก็ไม่ได้เรียนแค่คอร์สเดียวจบ แต่เรียนต่อเนื่องกันหลายปี เฉลี่ยแล้วแต่ละปี คุณอาจต้องเสียเงินถึงหลักแสนได้ แถมบางคนอาจจะต้องเรียนภาษาเพิ่มเติมเป็นภาษาที่สอง ที่สามอีก โอ้โห! บอกเลยว่าถ้าไม่เก็บเงินออมเงินเผื่อไว้ก่อน อาจมีปาดเหงื่อกับรายจ่ายเหล่านี้แน่ๆ

Cr.- รายการ produce 101 ของจีน

2.ขั้นที่สอง ตะลุยหาสถานที่ออดิชั่น

หลังจากที่ฝึกซ้อมกันมาพอสมควรแล้ว การลองไปออดิชั่นดูบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แถมยังได้ลองฝีมือก่อน ได้รู้แนวทางการออดิชั่นด้วย ที่สำคัญถ้าฟลุ๊คเข้าตากรรมการ ออดิชั่นผ่าน กลายเป็นเด็กเทรนฯของค่ายก็ยิ่งดี!

มองมุมไหนก็มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้น หากนึกภาพไม่ออก เราขอแนะนำให้คุณนึกถึงเด็กเตรียมสอบ ที่มาลองสอบโควต้าในคณะที่ตัวเองอยากได้ นั่นแหละ ใช่เลย!

เรียกได้ว่าเป็นโชคดีของคนยุคนี้ก็ว่าได้ เพราะทุกวันนี้หลายๆ ค่ายที่เปิดรับออดิชั่นในการเป็นศิลปิน ไอดอล ไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศนั้นๆ อีกต่อไป อย่างทางเกาหลีเอง ก็มีรอบการเปิดออดิชั่น หาเด็กเทรนใหม่ๆ เข้าไปฝึกอยู่เสมอ แถมเป็นการออดิชั่นกันที่ประเทศไทย ไม่ต้องบินไกลถึงเกาหลีก็ลองออดิชั่นก่อนได้ เจ๋งใช่ไหมล่ะ!

แต่ใครบอกว่า ออดิชั่น ไม่มีค่าใช้จ่ายเลย ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว จริงอยู่ที่การออดิชั่นหลายๆ ที่ อาจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่คุณก็ต้องคำนึงถึงพวกค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือแม้กระทั่งค่าอาหาร ในการไปออดิชั่นด้วย โดยเฉพาะบางคนที่อยู่ต่างจังหวัด เพราะส่วนมากการออดิชั่นมักจะอยู่ในกรุงเทพฯ 


Cr.- รายการ produce 48

ลองนึกดูสิ แค่ค่าเดินทางที่ต้องเดินทางในกรุงเทพฯ ลำพังก็มากพออยู่แล้ว ถ้าคนจากต่างจังหวัดจะเข้ามาออดิชั่น ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายจุกจิกในเรื่องการเดินทางเข้ามาอีก

ยิ่งใครอยู่จังหวัดที่ไกลจากกรุงเทพฯมากๆ อาจต้องเสียเงินค่าที่พักสักคืน สองคืน หรือเพิ่มเงินค่าเดินทางเข้าไปอีก แค่คิดคร่าวๆ ก็กระเป๋าแฟบ เหงือกแห้งแล้ว เป็นไปได้ ลองหยอดกระปุกด้วยเศษเหรียญเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยแบ่งเบาได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

แม้ว่าการเดินทางมาทดสอบออดิชั่น จะดูเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ถ้านับๆ แล้ว เฉลี่ยจะเสียเงินเดินทางกันตั้งแต่ หลักสิบ จนถึงหลักพัน ต่อปี เลยล่ะ เอาจริงๆ ก็ไม่ได้น้อยเลยนะเนี่ย

Cr.- รายการ produce 101 ss1

3.ขั้นที่สาม พร้อมแล้ว ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

พยายามมาแทบตาย ถ้าสมมุติออดิชั่นติดแล้ว ต้องทำยังไงต่อละ ? ขั้นแรกเลย หากคุณเลือกจะออดิชั่นกับค่ายฝั่งเกาหลี ทางค่ายจะเชื้อเชิญให้คุณมาทดสอบอีกครั้งที่เกาหลีโดยตรง (แต่ถ้าเลือกเดบิวต์ค่ายในไทย ก็อาจจะพอลดหย่อนค่าใช้จ่ายลงไปได้บ้าง)

เรื่องค่าใช้จ่ายนี่บอกเลยว่า ‘ไม่น้อย’ อย่างแน่นอน แหงล่ะ! นี่เกาหลีไงไม่ใช่ไปสยามด้วยรถไฟฟ้าต่อเดียวซะหน่อย ค่าใช้จ่ายย่อมต้องมีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งก็ไม่แปลก 

แม้บางคนจะบอกว่า แหมพี่! ก็เลือกซื้อตั๋วในช่วงโปรโมทชั่นลดกระหน่ำจากสายการบินต่างๆ ก็ได้ ไม่เห็นจะยากเลย ราคาเป็นมิตรจะตาย…เอ่อ น้องๆ แต่โดยรวมแล้ว ค่าเครื่องบินก็ต้องสตาร์ทที่ 500 – 2,000 บาท ขึ้นไป อยู่ดีนะ

Cr.- รายการ produce 48

นอกจากนี้ ยังไม่รวมค่าที่พักชั่วคราวในระหว่างการเทสอีกนะ และถ้าสมมุติว่าติดขึ้นมาจริงๆ ก็จริงอีกนั่นแหละ ที่ทางค่ายฝั่งเกาหลีจะใช้ระบบเหมือนเด็กทุน คือ ออกค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เรื่องการอยู่หอ ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันให้กับคุณก่อน

และเมื่อวันไหน ที่คุณได้เดบิวต์เป็นศิลปินเต็มขั้น ทางค่ายจะค่อยๆ หักจากกำไรของวงคุณไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบทุน 

และก็แน่อีกแหละ ถ้าออกก่อนครบสัญญา ก็อาจต้องมีการเสียค่าปรับ เสียเงินค่าฝึกตามย้อนหลัง ที่สำคัญเราต้องเข้าใจด้วยว่า วงการบันเทิงของเกาหลี มีการแข่งขันสูง ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเด็กเทรนฯของค่ายแล้วจะได้เดบิวต์!

ดังนั้น การเก็บออมเงินไว้เป็นต้นทุน เวลาเดบิวต์ผ่านหรือไม่ผ่านเอาไว้บ้าง ก็นับเป็นแผนการเงินเพื่ออนาคตไม่เลวเลย

Cr.- รายการ produce 48

สรุปยอดค่าใช้จ่าย หมดเท่าไหร่ ถามใจ(กระเป๋าเงิน)เธอดู!

ไม่พูดพล่ามยาวไปให้เสียเวลา งั้นเราสรุปให้เลยละกันว่า รายจ่ายที่คุณต้องจ่าย ถ้าอยากจะตามฝัน เป็นศิลปิน หรือเป็นไอดอลนั้นมีอะไรบ้าง 

  • ค่าคอร์สการเรียนต่างๆ

เช่น ร้อง เต้น แสดง จัดหนัก ฟูลคอร์ส เรียนตั้งแต่เด็ก จนถึงอายุ 18 ปี คุณต้องเสียเงินถึงปีละกว่า 100,000 บาท และถ้าเรียนต่อเนื่องหลายปี อาจจะหมดไปเป็นเงินรวม 1,000,000 บาท 

  • ค่าเดินทางไปออดิชั่น

มีทั้งแบบไปในประเทศและต่างประเทศ ค่าเงินจะผกผันตามที่อยู่ ความถี่ในการลองไปออดิชั่น ซึ่งรวมๆ แล้ว หากมีการเดินทางไปออดิชั่นบ่อยๆ จะสตาร์ทตั้งแต่หลักร้อย และอาจถึงหลักหมื่นเลย 

  • ค่าอยู่ค่ากิน ระหว่างการเทรนฯ

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับค่าครองชีพของแต่ละที่ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายตามที่ตกลงกับทางค่าย ในกรณีที่ทางค่ายออกให้ก่อน (ซึ่งจะรวมทั้ง ค่ากิน ค่าหอ ค่าฝึกซ้อม ค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน) เฉลี่ยกันแบบกว้างๆ อาจจะต้องใช้เงินมากกว่า 15,000 บาท เลยก็ได้ (และอย่าลืมว่า ต้องคิดรวมกับเรทเงินในแต่ละประเทศนั่นๆ ด้วยนะ)

Cr.- รายการ produce 48

รวมๆ แล้ว อาจจะได้เดบิวต์ที่อายุราวๆ 20 ปี แต่เงินที่ใช้จ่ายไปทั้งหมด ตั้งแต่เด็ก อาจมีต้นทุนสูงถึง 5,000,000 บาท เลยก็ได้!

และที่เราพูดถึงไปเป็นเพียงแค่ค่าต้นทุนในการตั้งไข่ฝึกเป็นศิลปินเท่านั้น ยังไม่รวมค่าการเรียนในวิชาสามัญอีกต่างหากนะ จะเห็นได้ว่าการตั้งต้นเป็นดารา ศิลปิน หรือ ไอดอลนั้น ต้องใช้ต้นทุนในการตั้งต้นไม่น้อยเลยล่ะ ดังนั้น การเริ่มเก็บออมเงินในวัยรุ่น ช่วงที่อยากทำตามฝัน จึงเป็นอีกทางเลือก สำหรับใครที่อยากจะแบ่งเบาภาระช่วยผู้ปกครอง

Cr.- รายการ produce 101 ss1

แน่นอนว่า ผู้ปกครองบางคน ที่อยากสนับสนุนอนาคต สนับสนุนความฝันเหล่านี้ อาจจะต้องตระเตรียมเงินไว้พอสมควร การเริ่มต้นเก็บเงินตั้งแต่วันนี้ อาจไม่ใช่เรื่องที่สายจนเกินไป!

สำหรับใครที่อาจจะมองหาหนทางเก็บเงิน ลองปรึกษา rabbit finance ดูสิ เพราะที่นี่ มีทั้งประกันออมทรัพย์ ที่ช่วยเพิ่มหนทางเก็บออมเงิน เพื่อคนที่คุณรักและอนาคตที่สดใสของลูกๆ 

การศิลปิน ดารา หรือกระทั่งจะเป็นไอดอล อาจจะฟังดูยากและอยู่ห่างไกล แต่ถ้าใจพร้อม สกิลพร้อม เราก็ขอเอาใจช่วยให้ทุกๆ คน บินไกลไปถึงฝั่งฝันของตัวเองได้สำเร็จ สู้ๆ นะเออ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้ไม่คุ้นชินกับมักเกิ้ล ชอบกลางคืน มีความสุขเป็นพิเศษถ้าได้กินแซลมอน และผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ
Related stories
loading icon