วิธีตรวจสภาพ โช๊ครถยนต์ ง่ายๆ ที่คุณก็ทำได้ด้วยตัวเอง

posted: 1 year ago
1,035 views
วิธีตรวจสภาพ โช๊ครถยนต์ ง่ายๆ ที่คุณก็ทำได้ด้วยตัวเอง

comments

รถยนต์หนึ่งคันล้วนเต็มไปด้วยส่วนประกอบต่างๆ มากมาย ซึ่งคนส่วนใหญ่มักให้ความใส่ใจในเรื่องของความเร็ว การประหยัดน้ำมัน รวมถึงความสะดวกสบายของห้องโดยสาร แต่มีน้อยคนที่จะให้ความสำคัญกับช่วงล่างอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในส่วนของ “โช๊คอัพ”

แต่คุณรู้ไหม โช๊คอัพรถยนต์ ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิ่งอื่นๆ เลย เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของช่วงล่าง ที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน หากคุณยังไม่เคยให้ความใส่ใจกับโช๊คอัพอย่างจริงจัง รับรองว่าคุณต้องเสียใจในภายหลังอย่างแน่นอน

 


จะเป็นอย่างไร หาก โช๊ครถยนต์ มีปัญหา ?

โช๊คอัพ (Shock Absorber) คือสิ่งที่รถยนต์ทุกคันจำเป็นต้องมี เพื่อรองรับแรงกระแทกจากการสั่นสะเทือน ช่วยให้รถมีความยืดหยุ่น นุ่มนวล ยึดเกาะถนนและสร้างความปลอดภัยในขณะขับขี่ได้เป็นอย่างดี คงเริ่มเดาออกแล้วใช่ไหมว่า ถ้าโช๊คอัพรถยนต์มีปัญหาขึ้นมาจะเป็นอย่างไร?

ลองนึกถึงรถยนต์สักคันที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง แต่ไร้ซึ่งความยืดหยุ่น ไม่มีการยึดเกาะถนนและไม่รองรับแรงกระแทกใดๆ ทั้งสิ้น หากจะเปรียบว่าทุกชีวิตในรถกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายก็คงไม่ผิด เพราะรถคันนี้คงพร้อมที่จะกระดอนและแหกโค้งได้ตลอดเวลาเลยจริงๆ

เพื่อไม่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายในภายหลัง การตรวจเช็กสภาพโช๊ครถยนต์แต่เนิ่นๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าจริงไหม?


วิธีการตรวจเช็กสภาพ โช๊ครถยนต์ ด้วยตัวเอง

เช็กสภาพโช๊ครถยนต์
(CC) http://car.boxzaracing.com/

1. ตรวจสอบการคืนตัวของโช๊คอัพ

เราสามารถตรวจสอบการคืนตัวของโช๊คอัพรถยนต์ได้ง่ายๆ เพียงใช้มือกดรถยนต์บริเวณมุมใดมุมหนึ่ง เพื่อสังเกตการคืนตัวของรถว่ามีอาการกระเด้งอยู่หลายครั้งหรือเปล่า?

หากโช๊คของคุณมีปัญหา รถจะมีอาการเด้งขึ้นๆ ลงๆ อยู่หลายครั้ง แต่ถ้าหากโช๊คของคุณไม่มีความผิดปกติใดๆ รถจะมีการคืนตัวที่ค่อนข้างไว้กว่ากันอย่างชัดเจน

2. รอยรั่วของน้ำมันบริเวณซีลโช๊คอัพ

สังเกตดูรอยรั่วของน้ำมันบริเวณซีลโช๊ค หากพบว่ามีคราบน้ำมันเปรอะเปื้อนอยู่ แสดงว่าอาจเกิดอาการที่เรียกว่า “โช๊ครั่ว” ซึ่งจะส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของโช๊คอัพลดลง

3. สังเกตรูปทรงของโช๊คอัพ

โช๊คอัพรถยนต์ปกติจะเป็นรูปทรงกระบอกสมมาตร ถ้าหากคุณพบว่ามันมีหน้าตาผิดเพี้ยนไปจากที่ควรเป็นแล้วล่ะก็ หมายความว่าโช๊คของคุณกำลังมีปัญหาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

4. ตรวจเช็กความร้อนจากกระบอกโช๊ครถยนต์

คุณสามารถตรวจได้หลังจากการใช้งานปกติ โดยใช้มือสัมผัสกับโช๊คโดยตรงทันทีเมื่อรถจอดสนิท หากพบว่ากระบอกโช๊คไม่มีความร้อนใดๆ  ก็หมายความว่าโช๊คของคุณไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ หรือพูดง่ายๆ คือมันอาจพังเสียแล้วล่ะ

ดอกยางสึกหรอ
(CC) http://xn--m3chydhu4beb7b3k1fc.blogspot.com/

5. ดอกยางที่ล้อสึกผิดปกติ

ควรตรวจสอบหน้ายางเป็นครั้งคราว เพื่อดูว่าดอกยางมีอาการสึกจนผิดปกติหรือไม่? หากล้อรถของคุณตั้งศูนย์ไว้เป็นอย่างดี แต่กลับพบร่องรอยการสึกที่ไม่สม่ำเสมอ อาจหมายความว่าโช๊คของคุณกำลังมีปัญหาเข้าแล้ว

6. สังเกตอาการของรถในขณะออกตัวและเบรก

สามารถสังเกตได้เมื่อทำการออกตัวและเบรกด้วยความเร็วปกติ ถ้าหากโช๊คไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนหน้าและส่วนท้ายของรถจะไม่มีการเชิดขึ้น หรือโยกโคลงเคลงไปมาอย่างแน่นอน

7. ในห้องโดยสารมีการสั่นสะเทือนมากกว่าปกติ

สังเกตอาการของรถเวลาขึ้นเนินหรือลูกระนาด หากพบว่ารถมีการเด้งขึ้นๆ ลงๆ จนรู้สึกได้ว่ามีสั่นสะเทือนที่รุนแรงหรือไม่นิ่มนวลอย่างที่เคยเป็น ให้รีบตรวจสอบโช๊คอัพโดยทันที

8. รถมีอาการร่อน

เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูง แล้วพบว่ารถมีอาการเหินหรือโคลงเคลงจนรู้สึกได้ อาจมีสาเหตุมาจากโช๊คบางตัวที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนไม่สามารถควบคุมสมดุลรถร่วมกับโช๊คตัวอื่นๆ ได้ หากพบความผิดปกติในลักษณะนี้ ให้รีบนำรถไปตรวจเช็กโดยเร็วที่สุด

ได้รู้วิธีการตรวจเช็กสภาพโช๊คเบื้องต้นกันไปแล้ว หากใครคิดจะลองตรวจสภาพโช๊คด้วยตัวเองดูละก็ เราขอเตือนให้เผื่อใจกันไว้สักหน่อยก็ดีนะ เพราะโช๊คเป็นส่วนประกอบที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน แถมยังต้องพบเจอกับแรงกระแทกอยู่บ่อยครั้ง มันก็ต้องมีเสื่อมมีพังกันบ้างเป็นธรรมดา

 


สิ่งที่ควรทำเมื่อพบว่า โช๊ครถยนต์ ของเรามีปัญหา ?

หากคุณคือหนึ่งในผู้โชคร้าย ที่ดันพบว่าโช๊คอัพกำลังมีปัญหาหรือเสื่อมสภาพ ในฐานะเจ้าของรถคุณต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ ซึ่งทางเลือกของคนที่โช๊ครถยนต์พังก็มีอยู่ไม่กี่ทางหรอก ถ้าไม่นำไปซ่อมก็ต้องซื้อใหม่

แต่ก่อนอื่น เรามาดูความแตกต่างของสองทางเลือกนี้กันสักหน่อย เผื่อจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกที่จะ “ซ่อม” หรือ “ซื้อ” ดีกว่ากัน?

 

โช๊ครถยนต์ ซ่อมโช๊คอัพ

 

  • การอัดโช๊ค(การซ่อม)

ทำได้โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันในกระบอกโช๊คและเปลี่ยนซีลยางใหม่ เป็นวิธีการที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของโช๊คไปได้อีกสักพัก ซึ่งไม่นานปัญหาต่างๆ ก็อาจกลับมาเกิดขึ้นได้เหมือนเดิม แต่ด้วยราคาที่ไม่สูงเท่ากับการเปลี่ยนโช๊คใหม่ ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังตัดสินใจ เลือกที่จะใช้วิธีการซ่อมโช๊คไปเรื่อยๆ แทนการเลือกซื้อของใหม่

  • การเปลี่ยนโช๊ครถยนต์ใหม่

การซื้อของใหม่ย่อมดีกว่าของเก่าอย่างแน่นอน แต่การเลือกซื้อโช๊คอัพก็ใช่ว่าจะง่ายซะเมื่อไหร่ เพราะต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดต่างๆ มากมาย ที่นอกเหนือไปจากยี่ห้อ ประเภท และราคาโช๊คแล้ว เราต้องพิจารณาเรื่อง “ช่วงชัก” หรือระยะการยืด-ยุบของโช๊ค รวมถึงลักษณะของหูโช๊คที่มีจำหน่ายอยู่หลากหลายแบบในท้องตลาดด้วย

ซึ่งวิธีการเลือกซื้อโช๊ครถยนต์ที่ง่ายที่สุด คือการนำเอาของเดิมไปเปรียบเทียบกับโช๊คใหม่ที่ต้องการจะซื้อ หรืออาจขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากช่างผู้เชี่ยวชาญ ก็ย่อมทำได้เช่นกัน


ตรวจสภาพรถยนต์
(CC) http://www.thedigitalbridges.com/

ได้รู้วิธีตรวจเช็กสภาพและวิธีการรับมือเมื่อโช๊ครถยนต์มีปัญหากันไปแล้ว ก็อย่าลืมให้ความใส่ใจส่วนประกอบอื่นๆ ในรถของเรากันด้วยล่ะ ทางที่ดีเราควรตรวจเช็กสภาพรถเป็นประจำ เพื่อบำรุงรักษาสมรรถภาพ อายุการใช้งาน และช่วยให้รถมีความสวยงามอยู่เสมอ และทำประกันรถยนต์เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน


avatar
by Satorn
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon