รถชนแต่คู่กรณีไม่มีประกัน เคลมยังไงดี

posted: 1 year ago
รถชนแต่คู่กรณีไม่มีประกัน เคลมยังไงดี

comments

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องมีสติและไม่ประมาทอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตามท้องถนน เพราะถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่มีใครที่อยากจะให้มันเกิดขึ้นซึ่งบางคนที่ทำประกันไว้ก็คงจะเบาใจไปแล้วไม่น้อยแต่สำหรับใครที่ไม่ได้ทำประกันรถยนต์ไว้ก็คงต้องคิดหนัก

เพราะค่าใช้จ่ายก็คงจะไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียวทั้งค่าซ่อม ค่าบาดเจ็บต่างๆอีก ถึงกับต้องกุมขมับกันเลยเชียว แต่ถ้ารถเรามีประกันแต่ คู่กรณีต่างหากที่ไม่มีประกัน หลายคนคงสงสัยว่าจะทำอย่างไร??


ชนรถไม่มีประกัน

กรณีความผิดที่เกิดเพื่อเรียกประกัน

1. ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้

  • กรณี รถที่มีประกันภัยเป็นฝ่ายผิด

    ให้โทรหาประกันเพื่อเปิดเคลมให้ แล้วประกันจะออกใบเคลมให้รถคู่กรณีและรถประกัน ซึ่งคู่กรณีสามารถนำใบเคลมไปติดต่อเรียกร้องค่าซ่อมรถ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ จากบริษัทประกันภัยได้

  • กรณี รถที่ถูกชนเป็นรถที่มีประกันภัยและเป็นฝ่ายถูก

    สามารถใช้สิทธิเคลมประกันรถยนต์ หรือจะเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีโดยตรงก็ได้ ซึ่งถ้าเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีแล้ว จะไม่สามารถเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยที่ตนทำไว้ได้อีก

2. หากรถไม่มีประกันเป็นฝ่ายผิด และ ฝ่ายถูกเป็นรถที่มีประกันภัย

บริษัทประกันภัยจะเข้ามามีบทบาทเป็นตัวแทนของฝ่ายถูก ในการเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคู่กรณี และรถคันที่ทำประกันภัยไว้สามารถนำเข้าซ่อมอู่ของบริษัทประกันภัยที่ได้ทำไว้ โดยไม่ต้องกังวลว่าคู่กรณีจะจ่ายหรือไม่จ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

3. กรณีประมาทร่วม หรือ ผิดทั้ง 2 ฝ่าย

ให้โทรแจ้งประกันภัยมาเปิดเคลมให้ เพื่อดำเนินการจัดซ่อมประกันภัยของตน อาจจะตกลงให้ต่างฝ่ายต่างซ่อมรถของตัวเอง ในส่วนของรถที่มีประกันภัยก็จะเสียประวัติดีในปีถัดไป ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยอาจจะปรับเพิ่มขึ้น รถที่ไม่มีประกันภัยก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ดำเนินการซ่อมเองทั้งหมด


ประเภทประกัน

รูปแบบประกันภัยรถยนต์

จะเห็นได้ว่าการทำประกันรถยนต์ค่อนข้างจะมีความสำคัญอย่างยิ่งหากคิดกังวลว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่าเบี้ยประกันในแต่ละเดือนก็เลยไม่อยากที่จะทำประกัน ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าประกันไม่ได้มีเพียงแต่ราคาสูงๆ ประกันมีด้วยกันหลายราคา

เรารู้กันอยู่แล้วว่า ประกันชั้น 1 นั้นให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกอย่างที่คุณต้องการ แม้ว่าประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะมีค่าเบี้ยแพงที่สุด แต่ความคุ้มครองที่ได้มาก็คุ้มสุดๆเช่นกัน

แน่นอนว่า หากคุณต้องการใช้ประกันชั้น 2 ก็สามารถทำได้ เพียงแต่คุณอาจจะต้องระมัดระวังการขับขี่ให้มากขึ้นสักหน่อย เพราะ ประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้ ให้การคุ้มครองเฉพาะคู่กรณีเพียงเท่านั้น

สำหรับความคุ้มครองของ ประกันชั้น 2 + นั้น จะให้ความคุ้มครองคู่กรณีและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และให้ความคุ้มครองกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของผู้ซื้อประกันด้วย แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่รถมีการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น

 สำหรับประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 นี้ แน่นอนว่า เป็นประกันภัยรถยนต์ประเภทที่มีราคาถูกที่สุด และให้ความคุ้มครองน้อยที่สุด แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ประกันประเภทนี้ก็ได้รับความนิยมจากกลุ่มคนใช้รถอยู่ไม่น้อย 

เพราะประกันชั้น 3 เหมาะกับรถที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป เหมาะกับคนที่อยากทำประกันภัยรถยนต์ไว้เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่นั่นเอง

ให้การคุ้มครองใกล้เคียงกับ ประกันชั้น 3 เช่นเดียวกัน มีราคาถูกแต่การคุ้มครองจะไม่เกินจำนวนทุนประกันที่ได้ และรับผิดชอบต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถผู้ซื้อประกันชนกับยานพาหนะทางบก

ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความคุ้มครองที่แตกต่างกันไปตามราคา แต่ก็ควรมีติดไว้สักนิดเพื่อความอุ่นใจในการขับขี่เอง อีกทั้งยังช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้ ไม่มากก็น้อย

ซึ่งดีกว่าต้องออกเองด้วยจำนวนเต็มที่อาจทำให้ตัวเราลำบากในการหาเงินเพิ่มมากขึ้น เพราะหากทำประกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือ ฝ่ายผิด ประกันก็ยังคุ้มครอง


เรียกประกัน

เอกสารควรมี ถ้าไม่อยากเสียเปรียบทีหลัง

 1. เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ควรถ่ายรูปเก็บไว้

 2. เมื่อบริษัทประกันแจกใบเคลมซ่อม

  • ถ่ายสำเนาส่วนหัวใบเคลมคู่กรณีไว้ หรือหมายเลขใบเคลม รวมถึงสถานที่ขณะออกใบเคลมของเจ้าหน้าที่ประกัน
  • ถ่ายเอกสารใบเคลมของตัวเองไว้ก่อนส่งอู่ซ่อม

3. เมื่อส่งรถเข้าอู่ซ่อม ใบแจ้งซ่อม / รับรถ ต้องระบุวันที่เข้าอู่ซ่อม ให้ชัดเจน และทำสำเนาเก็บไว้

 4. เมื่อซ่อมเสร็จควรขอสำเนาจากอู่ซ่อม

  • รายละเอียดรายการซ่อม
  • ใบแจ้งซ่อม / ส่งรถ ต้องระบุวันที่ออกจากอู่ให้ชัดเจน

เอกสารที่กล่าวมา ไม่ว่าคุณจะมีประกันหรือไม่มีประกันก็ควรเก็บไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน เช่น โดนเบี้ยวค่าทดแทน คดีพลิก คุณจะได้มี หลักฐาน ในการคัดค้าน

จากบทความที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าคนที่ทำประกันไม่ว่าจะชั้นไหนๆ ดูเหมือนจะมีความอุ่นใจ เพราะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยรถยนต์มากกว่าคนที่ไม่ได้ ทำประกั อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลาในการดำเนินการต่างๆ เองอีกด้วย

ดังนั้น หากใครที่ยังไม่มีประกัน ลองทบทวนอีกครั้งถึงแม้การทำประกันจะไม่ได้เป็นการบังคับแต่วันหนึ่งใครจะรู้ อย่าลืมว่าอุบัติเหตุไม่ใช่สิ่งที่คนเราจะล่วงรู้ได้ก่อน การมีประกันภัยรถยนต์ติดไว้ ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุในกรณีไหนๆ ก็ดีกว่าแน่นอนค่ะ

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon