เคล็ดไม่ลับ : กระจกรถ เช็ดอย่างไรให้สะอาดเหมือนใหม่

posted: 2 months ago
เคล็ดไม่ลับ : กระจกรถ เช็ดอย่างไรให้สะอาดเหมือนใหม่

comments

การขับรถบนท้องถนน องค์ประกอบที่สำคัญหลายอย่างที่เราต้องเป็นต้องดู เพื่อความปลอดภัยในขณะขับขี่ อาทิเช่น กระจกมองข้าง หรือกระจกมองหลัง

แล้วกระจกบานหน้าล่ะ? หลายคนอาจละเลยในจุดนี้ และไม่ได้ดูแลให้ดีเท่าไหร่ บางคนแปะตราต่างๆ เอาไว้ที่กระจกบานหน้าจนเลอะเทอะ หรือมีคราบฝุ่น คราบน้ำ เกาะติดบนผิวกระจกจนฝังแน่น ทำให้บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ไปพอสมควร

วันนี้เราได้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถมือสองจาก Carro จะมาแนะนำวีธี ทำความสะอาดกระจกรถ ให้สะอาดเอี่ยมอ่อง

 

กระจกรถ เช็ดอย่างไรถึงจะสะอาด

ชนิดของกระจกรถยนต์

ก่อนอื่นขอพูดถึงชนิดของกระจกกันก่อน โดยปกติแล้ว กระจกบานหน้าของรถในปัจจุบัน เป็น กระจกแบบ Tempered Glass (เทมเปอร์ กลาส) เป็นกระจกนิรภัยที่เนื้อกระจกมีค่าความเครียดที่ผิวค่อนข้างสูง เมื่อมีของแข็งมากระทบแรงๆ เนื้อกระจกจะแตกเป็นเม็ดเล็กๆ เหมือนเม็ดข้าวโพด ซึ่งไม่ทำอันตรายต่อคนขับและผู้โดยสาร

ส่วน กระจกแบบบ Laminated Glass (ลามิเนท กลาส) เป็นกระจกสองชั้นที่มีแผ่นฟิล์มใสบางๆ คั่นตรงกลาง และทำหน้าที่ประสานกระจกทั้งสองชั้นให้เป็นเนื้อเดียวกัน กระจกแบบนี้มีราคาแพงกว่ากระจกแบบ Temper แต่เมื่อมีของแข็งมากระแทก ชั้นของกระจกฝั่งที่ถูกกระแทกจะแตกร้าวเพียงด้านเดียว โดยที่อีกด้านที่อยู่ตรงข้ามยังคงสภาพปกติ บริเวณที่ถูกของแข็งกระแทก จะมีเพียงรอยแตกร้าววิ่งเป็นแนวเส้น ไม่แตกเป็นเกล็ดๆ

หากกระจก Laminated Glass เมื่อมีรอยตำหนิ ไม่ว่าจะเป็นรอยหลุมเล็กๆ รอยร้าวที่ไม่ใหญ่มาก หรือแม้แต่รอยของผิวกระจกกระเทาะ เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถซ่อมให้กระจกที่เป็นรอยตำหนิกลับมาเหมือนเดิมได้ โดยอาศัยน้ำยาซ่อมผิวกระจกและแสงเลเซอร์ ในการเร่งปฏิกิริยาของน้ำยาที่ใช้


กระจกรถ เช็ดอย่างไรถึงจะสะอาด

3 วิธี เช็ดกระจกรถให้สะอาด!

  • เริ่มจากล้างกระจกด้วยน้ำสะอาด แล้วค่อยๆ ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ ผสมน้ำยาล้างกระจกกับน้ำ ค่อยๆ เช็ดกระจก แล้วฉีดน้ำล้าง เช็ดให้แห้ง หรือจะใช้เพียงสบู่และน้ำธรรมดาผสมกันก็ได้ หากต้องการลดรอยขีดข่วนที่กระจกแบบง่ายๆ ก็ใช้ยาสีฟัน มาเช็ดจนทั่วกระจกแล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดออกให้สะอาด
  • หมั่นตรวจเช็คระดับน้ำฉีดกระจกอย่างสม่ำเสมอ ว่าปริมาณน้ำมีอยู่เท่าไหร่ อาจจะใส่น้ำสะอาดเข้าไป หรือใช้น้ำแชมพูผสมไป (แต่ไม่ต้องเยอะ เพราะอาจจะเกิดฟองติดค้างบนกระจก)
  • ตรวจเช็กความแรงของหัวฉีดน้ำ หากกดฉีดน้ำแล้วน้ำออกไม่แรง ให้ลองใช้หัวเข็มหมุด หรือไม้จิ้มฟัน แหย่รูฉีดน้ำกระจกดู เพราะอาจมีสิ่งสกปรกไปอุดตันอยู่ภายใน
  • ปัดน้ำฝน ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนปีละหนึ่งครั้ง เพราะยางของใบปัดน้ำฝนที่รับความร้อนบนกระจกแทบตลอดเวลา (กรณีรถจอดตากแดดนอกบ้าน) จะเสื่อมสภาพ และหากเวลาปัด ยางที่แข็งกรอบจะส่งเสียงดัง และอาจทำให้กระจกหน้ารถเป็นรอยได้

เมื่อทราบกันถึงเคล็ดลับต่างๆ กันแล้ว ก็อย่าลืมทำความสะอาดกระจกหน้ารถให้สะอาด ก่อนจะออกเดินทางกันด้วย


ขอบคุณข้อมูลจาก th.carro.co


avatar
by IN-Wsible

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon