วิธีเล่นหุ้นด้วยตัวเอง สำหรับมือใหม่หัดเล่นหุ้น

posted: 1 year ago
1,593 views
วิธีเล่นหุ้นด้วยตัวเอง สำหรับมือใหม่หัดเล่นหุ้น

comments

นักลงทุนยุคใหม่น่าจะเคยรู้จักหรือได้ยินข่าวคราวในเรื่องของ “การเล่นหุ้น” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย บางทีก็ชักอยากจะเล่นหุ้นกับเขาดูบ้างแล้วสิ แต่ก็ยังลังเล ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน อยากจะได้คำแนะนำจากใครสักคน ไม่อยากพลาดขาดทุน ถ้าคุณกำลังเป็นอยู่ บอกเลยว่ามาถูกทางแล้วค่ะ วันนี้ rabbit finance จะพาคุณมาดู  วิธีเล่นหุ้นฉบับมือใหม่ อ่านจบแล้วจะเข้าใจมากขึ้นเลย


มือใหม่หัดเล่นหุ้น

ทำความรู้จัก “หุ้น”

หุ้น “Stock” คือ สิทธิในการเป็นเจ้าของกิจการหรือบริษัท กล่าวคือ ตราสารทุนที่บริษัทนั้นๆ ออกและทำการเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อระดมทุนนำเงินที่ได้นั้นไปลงทุนในกิจการของบริษัท

ทั้งนี้ ถ้าผู้ลงทุนได้ลงทุนไปในหุ้นของบริษัทใด ก็จะมีฐานะเป็น “เจ้าของกิจการ” ของบริษัทนั้น

ถ้าบริษัทดำเนินกิจการไปได้ด้วยดีผู้ลงทุนก็จะได้กำไร แต่ถ้าบริษัทเกิดปัญหาก็อาจทำให้ประสบกับสภาวะขาดทุนได้ เป็นความเสี่่ยงจากการลงทุนในหุ้นนั่นเองค่ะ


มือใหม่หัดเล่นหุ้น

ทำความเข้าใจกับขั้นตอนการเล่นหุ้น

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าการลงทุนกับหุ้นนั้นค่อนข้างที่จะมีความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นค่ะ ถ้าเราเรียนรู้วิธีการเล่นหุ้น ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากหุ้นที่คุณต้องเจอลงได้ค่ะ หากได้กำไรแล้วล่ะก็ มีแต่ได้กับได้ค่ะ ซึ่งการเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดหุ้นมีขั้นตอนต่อไปนี้

1 . เปิดบัญชีหุ้น

ก่อนที่จะเริ่มต้นเล่นหุ้นได้นั้น ขั้นแรกคุณต้องเปิดบัญชีหุ้นเสียก่อน โดยยื่นเอกสารสมัครได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ หรือเรียกอีกชื่อว่า โบรกเกอร์ (Broker) ซึ่งมีให้เลือกหลายบริษัทเลยค่ะ

หรือถ้าคุณมีบัญชีเงินเดือนอยู่ธนาคารใด ก็สามารถเข้าไปสมัครที่ธนาคารสาขาต่างๆ ได้เลย แล้วธนาคารจะดำเนินการไปยังบริษัทหลักทรัพย์ของตนเองอีกที โดยเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครได้แก่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบแจ้งรายการบัญชีผ่านธนาคาร หรือสำเนาสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ย้อนหลัง 6 เดือน
  • ค่าอากรแสตมป์ 30 บาท

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรสอบถามจากบริษัทหลักทรัพย์ที่คุณจะสมัครอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง เพราะแต่ละแห่งจะเรียกขอเอกสารไม่เหมือนกัน

และที่สำคัญ ผู้ลงทุนที่สามารถเปิดบัญชีหุ้นได้จะต้องมีอายุ  18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หากต่ำกว่าจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองก่อนนะคะ 


มือใหม่หัดเล่นหุ้น

2 . เลือกการเปิดบัญชี

ในการเปิดบัญชีเพื่อซื้อ-ขายหุ้นนั้น ผู้ลงทุนจะต้องเลือกด้วยว่าจะเปิดบัญชีแบบเงินสด (Cash Account) บัญชีเงินฝาก (Cash Balance) หรือบัญชีเงินกู้ยืม (Credit Balance Account) ซึ่งจะอธิบายความแตกต่างของแต่ละบัญชีให้ลองตัดสินใจดูนะคะ

  • บัญชีเงินสด (Cash Account)

จะเป็นบัญชีที่ยังไม่ต้องวางเงินสดเต็มจำนวนเป็นหลักประกัน แต่บริษัทหลักทรัพย์จะพิจารณาวงเงินที่เหมาะสมให้ตามฐานะทางการเงิน หลักประกัน และ ความสามารถในการชำระหนี้

เมื่อได้วงเงินมาแล้ว ผู้ลงทุนจะต้องวางเงินประกัน 15 – 20% ของวงเงินที่อนุมัติ ก่อนส่งคำสั่งซื้อหุ้น โดยเงินประกันนี้จะได้ดอกเบี้ยตามที่บริษัทกำหนด

เมื่อซื้อหุ้นแล้ว ผู้ลงทุนจึงชำระเงินเข้าบัญชีเต็มจำนวนด้วยเงินสด ภายใน 3 วันทำการ ซึ่งค่าธรรมเนียมในการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตของบัญชีประเภทนี้คือ 0.20% ของมูลค่าการซื้อขาย

ที่สำคัญ ผู้ที่สมัครบัญชีประเภทนี้ต้องยื่นสลิปเงินเดือน Statement บัญชีธนาคาร เพื่อประกอบการพิจารณาด้วยนะคะ

  • บัญชีเงินฝาก (Cash Balance)

ผู้ลงทุนต้องฝากเงินเข้าบัญชีหลักทรัพย์ก่อนจึงสามารถซื้อหุ้นได้ตามวงเงินที่ฝากเข้าบัญชี และเมื่อซื้อหุ้นไปแล้ว จำนวนวงเงินก็จะลดลงไป หากเงินไม่พอ สามารถโอนเงินเข้าไปเพิ่มได้ หลังจากนั้นจะถูกหักเงินจากเงินประกันที่ฝากไว้เมื่อ 3 วัน หลังจากวันที่ซื้อหุ้น

เมื่อขายหุ้น บริษัทจะนำเงินมาทบในบัญชีหลักประกันในวันทำการที่ 3 หลังวันที่ขาย

ซึ่งเงินที่ฝากไว้ แต่ยังไม่ได้นำไปซื้อหุ้นจะได้ดอกเบี้ย โดยจะมีค่าธรรมเนียมในการซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต  0.15% ของมูลค่าการซื้อขายค่ะ

  • บัญชีเงินกู้ยืม (Credit Balance Account) หรือ บัญชีมาร์จิ้น (Margin Account)

เรียกได้ว่า เป็นการกู้ยืมเงินจากบริษัทหลักทรัพย์เพื่อซื้อขายหุ้น โดยผู้ลงทุนต้องวางเงินสดหรือหุ้นเป็นหลักประกัน และต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้นั้น

โดยวงเงินกู้ยืมอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามราคาหุ้นที่วางเป็นประกันไว้ ถ้าราคาหุ้นลดลงมากๆ จนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทอาจบังคับให้วางหลักประกันหรือเรียกเงินสดเพิ่มหรืออาจจะบังคับขายหุ้นที่วางเป็นหลักประกันเอาไว้เพื่อรักษามูลค่าให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด

มีค่าธรรมเนียมในการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต 0.15% ของมูลค่าการซื้อขายค่ะ 

จากข้อมูลข้างต้นจึงขอแนะนำว่า ผู้เล่นหุ้นมือใหม่ควรเปิดบัญชีแบบ บัญชีเงินฝาก (Cash Balance) มากที่สุด เพราะคุณต้องโอนเงินเข้าบัญชีก่อน จึงจะซื้อหุ้นได้ในวงเงินที่กำหนดไว้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่ซื้อหุ้นเกินวงเงินของตัวเอง

ส่วนบัญชีที่ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ก็คือ บัญชีเงินกู้ยืม (Credit Balance Account) บัญชีแบบนี้เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์ในตลาดหุ้นสูง เพราะเสี่ยงต่อการเป็นหนี้สูงสำหรับมือใหม่


มือใหม่หัดเล่นหุ้น

 

3 . ศึกษาโปรแกรมเล่นหุ้น Streaming Pro

เมื่อผู้ลงทุนทำการเปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับเลขที่บัญขี และรหัสผ่านเพื่อล็อกอินเข้าไปที่หน้าเว็บของโบรกเกอร์ และจะได้รู้จักกับโปรแกรม Streaming Pro ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ให้คุณได้ส่งคำสั่งซื้อขายแบบเรียลไทม์ และเป็นโปรแกรมที่สามารถใช้งานเองได้ง่ายๆ โดยใช้ได้ทั้งใน PC และในสมาร์ทโฟน ( ศึกษาวิธีการใช้ที่ Settrade.com )

4 . ทำความเข้าใจคำศัพท์ที่ใช้ในโปรแกรม Streaming Pro

ในโปรแกรม Streaming Pro นั้นจะมีคำศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่หลายคำ ซึ่งเป็นคำสำคัญที่ต้องใช้ในการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นที่คนเล่นหุ้นจำเป็นต้องรู้ก็คือ

  • Market คือ ส่วนแสดงข้อมูลภาพรวมของตลาดแบบเรียลไทม์
  • Portfolio คือ ส่วนแสดงพอร์ตการลงทุนของเรา ว่าได้กำไรหรือขาดทุนเป็นจำนวนเท่าใด
  • Account No. คือ หมายเลขบัญชีของผู้ลงทุนหรือผู้เล่นหุ้น
  • Credit Line คือ วงเงินอนุมัติจากทางบริษัท ผู้ลงทุนจะสามารถซื้อหุ้นได้ไม่เกินมูลค่า Credit ที่ปรากฏ
  • Line Available คือ อำนาจซื้อที่แท้จริง ณ ขณะนั้น ๆ หมายถึงผู้ลงทุนจะสามารถซื้อหุ้นได้เพิ่มเติมอีกไม่เกินมูลค่า Line ที่ปรากฏ เช่น หากโอนเงินเข้าบัญชี 10,000 บาท มูลค่า Line ตั้งต้นจะเท่ากับ 10,000 บาท เมื่อสั่งซื้อหุ้นไป 3,000 บาท มูลค่า Line จะถูกหักออก 3,000 บาท เท่ากับผู้ลงทุนมีอำนาจซื้อเพิ่มเติมได้อีกไม่เกิน 7,000 บาท
  • Cash คือ มูลค่าเงินสดที่อยู่ในบัญชีของผู้ลงทุนในขณะนั้น ซึ่งมูลค่านี้จะไม่อัพเดทแบบเรียลไทม์ เพราะกระบวนการชำระราคาในการซื้อขายหุ้นจะใช้เวลา 3 วันหลังการซื้อขาย (T+3) ดังนั้น หากซื้อหุ้นวันนี้ 20,000 บาท มูลค่า Cash จะยังไม่ปรับลดลงทันที แต่จะลดลงในวันที่ 3 หลังวันทำการ (T+3)
  • Opened หรือ Queuing (SX) คือ คำสั่งซื้อขายที่รอการจับคู่ หรือมีการจับคู่ได้บางส่วนแต่ยังจับคู่ได้ไม่หมด

มือใหม่หัดเล่นหุ้น

5 . โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเตรียมการซื้อหุ้น

สำหรับผู้เล่นหุ้นมือใหม่ อาจเริ่มทดลองเล่นด้วยเงินจำนวนไม่มากก่อน โดยสามารถตรวจสอบกับบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ที่คุณสมัครว่าสามารถเล่นหุ้นในวงเงินขั้นต่ำได้ถึงจำนวนเท่าใด หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้วให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

  • โอนเงินเข้าบัญชีโบรกเกอร์ (ตรวจสอบเลขที่บัญชีจากโบรกเกอร์ที่สมัครไว้ได้เลย)
  • แจ้งวัน – เวลาที่โอนเงิน จำนวนเงินที่โอนกับโบรกเกอร์ โดยสามารถแจ้งทางโทรศัพท์หรือทางอินเทอร์เน็ตก็ได้ ขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละโบรกเกอร์
  • ตรวจสอบยอดเงินในโปรแกรม Streaming Pro ว่าตรงกับที่โอนเข้าไปหรือไม่

6 . ทดลองซื้อขายหุ้น

หากผ่านการเตรียมตัวมาในระดับหนึ่งจนรู้สึกว่าพร้อมแล้ว ก็เริ่มซื้อขายหุ้นได้เลยค่ะ  โดยในช่วงแรกอาจเริ่มจากหุ้นราคาต่ำๆ เช่น1-5 บาท และปริมาณน้อยๆ ก่อน โดยขั้นต่ำของการซื้อหุ้นแต่ละครั้งคือ 100 หุ้น

หากยังจับจังหวะการซื้อขายหุ้นไม่ถูก หรือยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อในช่วงไหนดี คุณสามารถใช้วิธีซื้อเฉลี่ยแบบ DCA (Dollar-cost averaging) หรือการถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยสามารถตั้งคำสั่งแบบรายเดือนหรือรายสัปดาห์ก็ได้ในโปรแกรม Streaming Pro แล้วระบบจะช่วยซื้อหุ้นให้อัตโนมัติตามระยะที่คุณต้องการ

และนี่ก็คือวิธีการเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่ที่เรานำมาแบ่งปันกันในวันนี้ค่ะ สิ่งที่คนเล่นหุ้นควรมีก็คือการหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมให้ตัวเอง ให้รู้ว่าตอนนี้ตลาดเป็นอย่างไร มีหุ้นแบบไหนที่น่าสนใจ เพื่อที่การลงทุนจะได้เป็นไปอย่างราบรื่นไม่ขาดทุนนะคะ


avatar
by IN-Wsible
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon