เอาไงดี? เงินไม่พอจ่าย บัตรเครดิต สิ้นเดือนนี้!

posted: 1 month ago
เอาไงดี? เงินไม่พอจ่าย บัตรเครดิต สิ้นเดือนนี้!

comments

รูดกันเพลินๆ มันๆ มืออยู่ดีๆ บิลแจ้งให้จ่ายค่าบัตรเครดิตงวดนี้นั้นแรงกว่าที่คิด!!! เอายังไงดีกันล่ะเนี่ย เงินดันไม่พอจ่ายซะด้วยสิ ไม่ต้องตกใจไป วันนี้ rabbit finance จะมาหาทางช่วยแก้ไขเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กับคุณเอง!

เอาไงดี เงินไม่พอจ่าย บัตรเครดิต สิ้นเดือนนี้! 

บัตรเครดิต

ทำความเข้าใจกันก่อน กับดอกเบี้ยเครดิต

เห็นยอดที่ต้องจ่ายงวดนี้แล้วคิดหนักเสียเหลือเกิน อีหรอบนี้จะทำยังไงกันดีนะ? ก่อนที่จะตื่นตูมมากเกินไป คิดว่าหลายคนน่าจะสับสน และเข้าใจผิดกันไม่น้อยกับเรื่องดอกเบี้ยของบัตรเครดิต งั้นเดี๋ยวทบทวนเรื่องดอกเบี้ยกันเสียหน่อยดีกว่า

ก่อนอื่น เราควรทำความเข้าใจว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิต จะเกิดขึ้นเมื่อเราชำระค่าสินค้า หรือบริการไม่เต็มจำนวน ไม่ว่าจะเป็น การชำระขั้นต่ำ หรือขาดไปแค่ 1 บาท ก็ตาม

และเนื่องจากบัตรเครดิตเอง ถูกนับเป็นสินเชื่อชนิดหนึ่ง ดังนั้น เจ้าของสถาบันจึงมีสิทธิ์ที่จะคิดดอกเบี้ยตามข้อตกลง หากเราจ่ายหนี้สินไม่ตรงต่อเวลา โดยดอกเบี้ยบัตรเครดิต จะแยกการคำนวณออกเป็น 2 ส่วน คือ

  • ดอกเบี้ยส่วนแรก คิดเป็น 20% จากยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่วันที่บันทึกรายการ จนถึงวันสรุปยอดค่าใช้จ่าย
  • ดอกเบี้ยส่วนที่สอง จะคิดเป็น 20% จากยอดคงค้าง ตั้งแต่วันที่ทำการชำระขั้นต่ำ จนถึงวันสรุปยอดค่าใช้จ่ายเดือนถัดไป

บัตรเครดิต

ตัวอย่างเช่น

บัตรเครดิตของคุณสรุปยอดทุกวันที่ 25 และกำหนดชำระทุกวันที่ 9 ของเดือนถัดไป และคุณมียอดค่าใช้จ่าย 10,000 บาท ในวันที่ 13 ตุลาคม และคุณเลือกที่จะชำระขั้นต่ำ 1,000 บาท ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ดอกเบี้ยสำหรับรอบบิลถัดไป คือ วันที่ 9 ธันวาคม จะถูกคำนวณ ดังนี้

ดอกเบี้ยส่วนแรก

ยอดรวม 10,000 บาท x ดอกเบี้ย 20% x 13 วัน / 365 = 71.23บาท (ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม – 25 ตุลาคม)

ดอกเบี้ยส่วนที่สอง

ยอดคงค้าง 9,000 บาท x ดอกเบี้ย 20% x 17 วัน / 365 = 83.83 บาท (ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน – 25 พฤศจิกายน)

เพราะฉะนั้น ยอดที่คุณจะถูกเรียกเก็บทั้งสิ้น ก็คือ 9,000 + 71.23 + 83.83 = 9,155.06 บาท รวมดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายอีก 155.06 บาท 

โดยดอกเบี้ยที่แต่ละธนาคารเรียกเก็บก็จะแตกต่างกันไป ทำให้การคิดคำนวณแตกต่างกันไปบ้าง ดังนั้นอย่าลืมเช็กกันดีๆ ล่ะ

เราจะเห็นได้ว่า จริงๆ ดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้น ไม่ใช่อะไรที่ร้ายแรง คอขาดบาดตาย หากคุณรีบจ่ายหนี้ที่เหลือคืนในเดือนถัดไป ดอกเบี้ยเหล่านี้ก็เรียกได้ว่าเล็กน้อย แต่ปัญหาส่วนมาก ที่ทำให้คนเกิดหนี้เสียมหาศาล คือ การที่พอกพูน ไม่ยอมจ่ายนานๆ มากเข้า หรือรูดต่อไปโดยไม่มีลิมิตอีกในเดือนหน้า

สาเหตุเหล่านี้แหละ ที่ทำดอกเบี้ยที่ว่ากลายเป็นหนี้สินก้อนโตได้ ถึงแม้ดอกเบี้ยจะเล็กน้อยในทีแรกก็ตาม  ฉะนั้นทางที่ดี จ่ายได้ ให้รีบจ่ายนะ!

บัตรเครดิต

จ่ายขั้นต่ำ กับ จ่ายเท่าที่ไหวไปก่อน แบบไหนดีกว่ากัน

ดอกเบี้ยไม่ได้ดูแรงเท่าที่คิด เดือนหน้าก็น่าจะจ่ายหมดแบบนี้ก็พอไหว แต่เห็นทางบัตรเครดิตอนุญาตให้เราจ่ายขั้นต่ำได้  สรุป จะจ่ายแบบไหนไปก่อนดีล่ะ?

เรื่องนี้ไม่ยาก ถ้าเป็นไปได้ เราก็อยากจะแนะนำให้คุณเลือกการจ่ายเท่าที่ไหวไปก่อน มากกว่าจะเลือกจ่ายขั้นต่ำ

การจ่ายเพียงแค่ขั้นต่ำ นอกจากจะทำให้เป็นหนี้นานแล้ว การจ่ายแค่ยอดเรียกเก็บขั้นต่ำยังทำให้เป็นหนี้มากขึ้นอีกด้วย จริงอยู่ที่ดอกเบี้ยดูไม่มากมายอะไร แต่ถ้าจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน

บัตรเครดิต

เช่น มียอดค้างชำระ 50,000 บาท แล้วจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้นำบัตรเครดิตใบนี้ไปใช้อีกเลย จะเสียดอกเบี้ยรวม 8,810.75 บาท

แต่ถ้าเราไม่ได้หยุดใช้บัตรเครดิตใบนี้ และรักษามูลหนี้เอาไว้ที่ 50,000 บาท อย่างเหนียวแน่น โดยที่รูดแล้วจ่ายแค่ขั้นต่ำ 5,000 แล้วรูดใช้อีก 5,000 บาท แล้วก็จ่ายแค่ขั้นต่ำอีก 5,000 บาท ที่อัตราดอกเบี้ย 18% – 20% ต่อปี จะต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 9,000 บาทต่อปี หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้

ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ เร่งมือ จ่ายเกินขั้นต่ำ จ่ายเท่าที่ไหว และลดการรูดบัตรเครดิตในเดือนถัดไป จนกว่าจะสามารถจ่ายหนี้สินได้หมด เท่านี้ก็โอเคแล้ว!

บัตรเครดิต

จ่ายไม่ครบแบบนี้ มีทางแก้บ้างไหม?

หลายคนไม่อยากจะเสียเงินค่าดอกเบี้ยเลย ถึงแม้จะหลักร้อยก็ตาม แล้วมีวิธีไหนบ้างนะ ที่เราสามารถแก้กรรม โกงความตาย รอดจากดอกเบี้ยมาได้บ้าง?

  • ยิมเงินเก็บตัวเอง

นับได้ว่าเป็นวิธีสุดเบสิกก็ว่าได้ ไม่ต้องลำบากใครแถมไม่ต้องเจอดอกเบี้ยด้วย โดยคุณอาจจะจ่ายค่าบัตรเครดิตเท่าที่ไหว จากนั้นส่วนที่เหลือก็มาจากเงินเก็บของคุณมาทบให้ครบจำนวนหนี้ที่ต้องจ่าย

แต่วิธีนี้เราจะไม่แนะนำให้ทำบ่อย เพราะอาจจะทำให้เงินเก็บของคุณหมดไปอย่างเปล่าประโยชน์ได้ แถมยังสร้างนิสัยเสียด้านการเงินให้ตัวเองอีกด้วย

  • บัตรกดเงินสด

ข้อนี้เราขอแนะนำให้ใช้ในกรณีที่คุณค้างค่าบัตรเครดิตหลายๆ เจ้า และอาจจะดองหนี้สินที่ว่าจะดอกเบี้ยพอกพูนเกินจะจ่ายไหว

บัตรกดเงินสด อาจช่วยคุณได้ แต่นั่นหมายความว่า คุณต้องมั่นใจว่าจะจ่ายหนี้สินก้อนนี้ได้อยู่หมัดนะ เพราะบัตรกดเงินสดเองก็ไม่ต่างจากบัตรเครดิตที่เป็นสินเชื่อ มีการคิดดอกเบี้ยเช่นกัน

  • เจรจาประนอมหนี้

เราขอบอกเลยว่า ไม่ควรไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายเด็ดขาดเชียว เพราะจะเป็นผลเสียกับคุณในอนาคตแน่นอน ถ้าหากหนี้สินที่พอกพูนขึ้นมาเยอะเกินจะจ่ายไหว แนะนำให้เข้าหาสถาบันที่ออกบัตรเครดิตให้คุณ และเจรจาเพื่อขอประนอมหนี้สินต่างๆ เป็นหนทางที่ดีกว่า เผลอๆ จะได้ลดค่าดอกเบี้ย ลดเงินที่ต้องจ่ายหนี้ลงด้วยนะ

  • ยืมเงินเพื่อน

ฟังไม่ผิดหรอกคุณ ในกรณีที่ไม่อยากเสียดอกเบี้ยจริงๆ  แบบนี้ยืมเพื่อนไปจ่ายหนี้ดีกว่าเห็นๆ แล้วเดือนหน้าก็รีบจ่ายคืนให้น่าจะไม่มีปัญหา แต่ทั้งนี้ต้องดูด้วยนะจ๊ะว่าเพื่อนเต็มใจ หรือลำบากอะไรบ้างรึเปล่า เอาเป็นว่านี่ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายก็แล้วกันนะ

บัตรเครดิต

จัดระเบียบยังไง ไม่ให้เผลอแบบครั้งนี้อีก

ดอกเบี้ยแค่หลักร้อยนิดๆ เอาเป็นว่ายังพอไหว แต่ถ้าปล่อยให้ติดนิสัยไปเรื่อยๆ คงไม่ดีแน่ แบบนี้จะเริ่มต้นดัดนิสัยตัวเองยังไงดี? ขอบอกเลยว่าเริ่มต้นได้ง่ายมากๆ ตามเรามาดูเลย

  • วางแผนก่อนรูดทุกครั้ง

ต้องย้ำกับตัวเองให้มากๆ ถึงแม้บัตรเครดิตจะเกิดมาเพื่ออำนวยความสะดวก ให้เราได้ใช้จ่ายซื้อของที่อยากได้ แต่จังหวะนั้นยังไม่มีเงิน และเมื่อรูดแล้วก็หมายความว่าเราตัดสินใจซื้อของที่ว่า ดังนั้นวางแผนให้ดี คิดเสียว่าบัตรเครดิตที่เราถือ ก็คือเงินสดที่เราต้องจ่ายออกไป

คุณอาจจะลองวางแผนควบคู่กับการบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายก็ได้ ยังไงก็นึกดีๆ วางแผนทุกครั้งก่อนรูดล่ะ!

  • เช็กวันรอบตัดบัตรให้ดี

หลายคนชอบพลาดกับวันตัดรอบบัตรเครดิต ทำให้หนี้ไปกองทับถมกันอยู่ที่เดือนเดียว แบบนี้ลองกระจายหนี้สินดูหน่อยดีไหม?  ถ้าจำเป็นต้องซื้อจริงๆ ของมันต้องมี เตรียมใจจะเปย์ไว้แล้ว ลองอดใจสักนิด เช็กรอบบัตรตัดเสียหน่อย คุณจะได้เฉลี่ยค่าใช้จ่ายได้ง่ายดายมากขึ้น

บัตรเครดิต

  • กำหนดงบ และจ่ายเต็มจำนวน

ลองกำหนดงบการใช้บัตรเครดิตในแต่ละเดือนดูสิ เช่น เดือนนึงรูดได้ครั้งละ 4,000 – 5,000 บาท เมื่อถึงลิมิตที่กำหนดไว้ ก็ให้เก็บ บัตรเครดิต ไว้ที่ห้อง ถ้าจะช้อปปิ้งออนไลน์ก็เน้นจ่ายด้วยเงินสดที่มีแทน เท่านี้ก็ช่วยให้คุณมือลั่นได้น้อยลงแล้ว

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการใช้บัตรเครดิต ก็คือวินัยทางการเงิน ไม่รูดเกินพอดี วางแผนทุกครั้งก่อนใช้

บัตรเครดิตจะกลายเป็นเครื่องอำนวยความสะดวก หรือจะกลายเป็นเครื่องมือสร้างหนี้สิน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วล่ะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
นักเขียนที่กล้าบอกเต็มปากว่า ตัวเองไม่ใช่มักเกิ้ล แต่ต้องพยายามใช้ชีวิตในโลกมักเกิ้ล ทุกวันนี้นางก็ยังต้องทำความเข้าใจต่อไป ถึงแม้บางเรื่องจะไม่อินกับไม่เก็ตก็ตาม

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon