เคล็ด(ไม่)ลับ ประหยัดเบี้ยประกัน ฉบับคนมีคู่

posted: 1 year ago
เคล็ด(ไม่)ลับ ประหยัดเบี้ยประกัน ฉบับคนมีคู่

comments

เมื่อเราแต่งงานและเริ่มใช้ชีวิตคู่กับคนที่เรารัก มันหมายความว่า นอกจากตัวเองแล้ว ยังรับต้องรับผิดชอบและดูแลชีวิตของอีกคนหนึ่งควบคู่กันไปด้วยถูกมั้ยล่ะคะ

การทำประกันใดๆ ก็ตาม โดยเฉพาะ ประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในชีวิต ที่ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่กับเขาหรือไม่ คนที่เรารักจะไม่ต้องลำบากและได้รับการดูแลที่ดีที่สุดค่ะ

สำหรับคู่รักที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน วันนี้ rabbit finance มีเคล็ด (ไม่) ลับ สำหรับการประหยัดเบี้ยประกันประเภทต่างๆ มาฝากกัน เผื่อจะได้เอาไปปรับใช้ ให้คนโสดเขาอิจฉาตาร้อนกันดูค่ะ


ประหยัดเบี้ยประกัน

3 เคล็ด(ไม่)ลับ ประหยัดเบี้ยประกัน ฉบับคนมีคู่

1.เบี้ยประกันรถยนต์

ตอนที่คุณยังโสด บริษัทประกันก็มองว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะ ขับรถอย่างประมาท และเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าคนมีคู่ ดังนั้น คนโสดอย่างเราเลยจำใจต้องจ่ายเบี้ยประกันที่แพงกว่าคนที่แต่งงานแล้ว เพราะสำหรับบริษัทประกัน คนที่แต่งงานมีครอบครัว มักมีแนวโน้มขับรถอย่างระมัดระวังมากกว่านั่นเองค่ะ

ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณ เปลี่ยนสถานะ แล้ว ให้รีบโทรแจ้งบริษัทประกันโดยด่วนเลยค่ะ เพราะประกันรถยนต์จะลดราคาเบี้ยประกันที่คุณต้องจ่ายแบบทันที ทำให้คุณจ่ายเบี้ยน้อยลงแต่ยังได้รับความคุ้มครองเต็มที่เหมือนเดิมเลย เมื่อจ่ายเบี้ยน้อยลง คุณอาจจะลองอัพเกรดจากประกันชั้น 2 มาเป็นชั้น 1 ดูก็ยังได้เลยค่ะ

นอกจากนั้น ถ้าคุณและแฟนต่างมีรถยนต์เป็นของตัวเอง แต่ทำประกันรถยนต์ไว้คนละบริษัท ก็ให้ย้ายประกันมาอยู่บริษัทเดียวกันจะดีกว่าค่ะ เพราะคุณอาจได้รับส่วนลดอื่นๆ เพิ่มเติมทำให้ยิ่งประหยัดเบี้ยประกันมากขึ้นตามไปด้วยค่ะ


ประหยัดเบี้ยประกัน

2.เบี้ยประกันชีวิต

สภานภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทประกันชีวิตใช้เพื่อ คำนวณเบี้ยประกัน ที่คุณต้องจ่ายไปจนถึงทุนประกันที่คุณจะได้รับเลยค่ะ และแน่นอนว่าเมื่อคุณเปลี่ยนสถานะจาก โสด มาเป็น แต่งงานแล้ว เบี้ยประกันชีวิตของคุณก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกันค่ะ

เมื่อคุณแต่งงาน รายได้ของคุณจะเพิ่มขึ้นจากหนึ่งเป็นสองทาง แต่กลับกันภาระความรับผิดชอบของคุณเองจะถูกหารลงเหลือครึ่งหนึ่งด้วย ทำให้คุณอาจไม่ต้องการ ทุนประกันชีวิตสูงๆ เหมือนตอนที่อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป

คุณสามารถปรับเปลี่ยนกรมธรรม์ประกันชีวิตของคุณ ให้สอดคล้องกับภาระทางการเงินใหม่ที่มาพร้อมกับชีวิตคู่ได้ค่ะ โดยคุณทั้งคู่สามารถช่วยกันจ่ายเบี้ยประกันชีวิตได้ แถมยังช่วยกันปลดหนี้ได้เร็วขึ้นอีกด้วยค่ะ

สมมุติว่า ก่อนแต่ง คุณและแฟนเคยเช่าคอนโดอยู่คนละห้อง แต่พอแต่งงานแล้วย้ายต้องมาอยู่ด้วยกัน คุณก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าคอนโด 2 ห้องอีกต่อไป มีง่ายเหลือมากขึ้น และหนี้สินน้อยลง ยิ่งหากใครคนใดคนนึงเกิดเป็นอะไรขึ้นมา อีกคนก็จะไม่ต้องลำบากมากเหมือนตอนอยู่คนเดียวด้วยค่ะ


ประหยัดเบี้ยประกัน

3.เบี้ยประกันสุขภาพ

สมมุติว่า คุณและแฟนต่างคนต่างทำงาน และทั้งคู่ต่างได้รับสวัสดิการเป็นประกันสุขภาพกลุ่มของบริษัทที่ตัวเองงานอยู่ หลังแต่งงาน เราแนะนำให้คุณยุบรวม ประกันสุขภาพ ให้เหลือแค่ 1 กรมธรรม์ และให้คุณใส่ชื่ออีกคนนึงเป็น คู่สมรสแทนค่ะ เพราะ แบบนั้นคุณทั้งคู่ก็จะได้รับความคุ้มครองเหมือนเดิม แต่ประหยัดเบี้ยประกันลงได้เยอะเลยล่ะค่ะ

แต่ข้อควรระวัง คือ หลายๆบริษัทอาจไม่อนุญาตให้คุณยกเลิกประกันสุขภาพของบริษัทค่ะ และประกันแบบนี้เองก็ให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย ไม่ได้ให้ความคุ้มครองพวกโรคร้ายแรงต่างๆสักเท่าไหร่ค่ะ

ซึ่งถ้าคุณอยากได้ประกันที่คุ้มครองได้มากกว่า คุณทั้งคู่สามารถทำ ประกันสุขภาพ แยกเป็นของตัวเองได้ แต่ถ้าจะให้ประหยัด เราแนะนำว่า ให้คุณลองดูสิทธิรักษาพยาบาลที่คุณมีอยู่ก่อน เช่น ประกันสังคม หรือบัตรทอง แล้วทำประกันแค่ส่วนที่ขาดพอค่ะ แบบนี้เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายก็น้อยลงแล้วค่ะ

รู้ความลับแบบนี้แล้ว จะช้าอยู่ทำไมล่ะคะ อย่าลืมลองเอาไปปรับใช้กันดู และ rabbit finance  ขอให้คุณมีความสุขกับชีวิตคู่นะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon