สุดยอด “วิธีบริหารเงิน” ของมนุษย์เงินเดือน ให้เหลือเก็บ

posted: 1 year ago
4,918 views
สุดยอด “วิธีบริหารเงิน” ของมนุษย์เงินเดือน ให้เหลือเก็บ

comments

“มีสลึง พึงบรรจบให้ครบบาท”  ที่ทุกวันนี้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ที่ต้องออกจากบ้าน จากหอพัก จากคอนโดตั้งแต่เช้า ก็เพราะสิ่งที่ต้องการสิ่งเดียวและเหมือนกันเลยก็คือ “เงิน” เงินที่ทุกคนต้องเอามาเพื่อใช้จ่ายไม่ว่าจะ  ค่าบ้าน ค่าหอ ค่าคอนโด ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารการกิน ค่าเงินเดือนให้ที่บ้าน ค่าเครื่องสำอางค์

โอ๊ย!สารพัดค่าใช้จ่าย จนบ้างครั้งเมื่อได้กลับมามองย้อนดูตัวเองแล้วถึงได้คิดว่า ทุกวันนี้ เรามีเงินเก็บกันหรือยัง? ทุกวันนี้เรามีเงินสำหรับอนาคตตัวเองมากเท่าไหร่แล้ว? หรือทุกวันนี้คุณยังใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือน หรือกำลังหาเงินมาจ่ายค่าบัตรเครดิตที่ใช้มากเกินไปอยู่หรือเปล่า?


 

แต่ละวันจ่ายค่าอะไรบ้างนะ??

ก่อนอื่นสิ่งที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนต้องพิจารณาก่อนที่จะหาวิธีบริหารเงินที่มีอยู่ คือ “รายจ่าย” หรือค่าใช้จ่ายต่างๆของเราที่จะต้องใช้ในแต่ละเดือนว่ามีอะไรบ้าง

  • ค่าอาหาร

    ทุกวันนี้ค่าครองชีพที่สูงขึ้นค่าอาหารการกินก็ต้องสูงขึ้นตาม แม้ว่าจะประหยัดเท่าไหร่ เพราะค่าอาหารแต่ละมื้อสมัยนี้มื้อเดียวก็ราวๆ 50 บาทแล้ว ซึ่งนี่ ยังไม่รวมไปถึงค่าน้ำ ค่าผลไม้ หรือค่าขนมอื่นๆอีกต่างหาก

  • ค่าเดินทาง

    ถ้าไม่รวมค่าผ่อนรถแล้ว จะต้องมีค่าน้ำมันหรือค่ารถเมล์ ค่ารถไฟฟ้าในการเดินทางอีกแต่ละเดือนคงไม่ต่ำกว่า 3000 บาทแน่นอน

  • ค่าใช้จ่ายรายเดือน

    แน่นอนมันเป็นเรื่องที่ต้องจ่ายทุกเดือนโดยเฉพาะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ตเพราะ เรามันเป็นพวกมนุษย์สังคม ต้องมีสังคมจะส่งจดหมายก็กลัวจะเสียค่าแสตมป์ไปรษณีย์ ดังนั้น 1000 บาทขั้นต่ำในแต่ละเดือนเราต้องจ่ายแน่นอน

  • ค่าอุปโภคบริโภค

    ไม่ว่าจะสบู่ ยาสีฟัน แชมพู ผงซักฟอก จิปาถะที่ต้องใช้ จะทำอย่างไรในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องจ่าย อย่างน้อย 1000 บาทต่อเดือน

  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

    ไม่ว่าจะค่าดูหนัง ค่าเครื่องสำอางค์ หรือสิ่งบันเทิงอื่นๆที่เราๆต้องการ ค่าใช้จ่ายข้อนี้คงเป็นเรื่องที่หนักสุดๆ เพราะข้อนี้เหมือนเป็นค่าใช้จ่ายแห่งกิเลสของเราเองเลยทีเดียว ขั้นต่ำคงไม่น้อยกว่า 5000 บาทเป็นแน่ๆ (สำหรับคนที่ประหยัดจริงๆ)


วิธีการบริหารเงินเพื่อชีวิตที่มั่นคง แข็งแรง

“เงิน ไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้ แต่เงินสามารถซื้อได้หลายอย่าง”  ประโยคเด็ดที่เหล่าดาราตลกมักเล่นกัน ซึ่งเราก็คงจะเถียงไม่ได้ เพราะมันช่างเป็นประโยคเด็ดที่ตรงใจใครหลายๆคนเสียจริง เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้น เราจะนั่งทำงานหาเงินกันไปเพื่ออะไร?  ถ้าไม่ใช่เพื่อสนองNeed สนองความต้องการของตัวเอง

ชีวิตยังต้องกินต้องใช้ค่ะทุกคน ดังนั้นเรามาค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆปรับตัว รู้จักการบริหารเงินเพื่อให้เหลือใช้เหลือเก็บกันดีกว่าค่ะ ไม่ต้องสน ต้องแคร์ ว่าเศรษฐกิจในปัจจุบันจะเป็นอย่างไร เพียงแต่ยึดแนวทางต่อไปนี้เพื่อจะได้มีเงินเก็บกันดีกว่า

1.   บริหารเงินเพื่อเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะเงินในส่วนนี้จะเอาไปใช้ในตอน เจ็บป่วย ตกงานกระทันหัน หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุ วิธีการบริหารเงินในส่วนนี้ก็เช่น การทำประกันชีวิต ทำประกันสุขภาพ ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญและคิดว่ารายได้ที่มีก็แทบจะไม่พอใช้ จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเบี้ยประกัน

ซึ่งการทำประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพถือเป็นการออมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินที่ดีที่สุด ในส่วนนี้หากสนใจ หรืออยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ การทำประกัน สามารถ ปรึกษา rabbit finance ได้เพราะลูกค้าจะได้ราคาในการทำประกันที่ถูกที่สุด ตรงใจลูกค้าแน่นอน

 

เงินออม

2.   บริหารเงินเพื่อให้เหลือเก็บออม

หลายคนคงอยากได้ วิธีเก็บเงินให้อยู่ แต่ตรรกะการออมที่เข้าใจง่ายที่สุดเลยก็คือ ไม่ใช้เงินเกินรายได้ที่มี ซึ่งยากมาก แต่ก็นั่นแหละ หากอยากมีเงินเก็บก็ต้องทำให้ได้ และคิดเสียว่าอะไรที่ยังไม่จำเป็น ยังไม่มีตอนนี้ก็คงไม่เป็นไร เช่น รถ เพราะนอกจากจะเสียค่าผ่อนแล้ว ยังต้องรับภาระค่าน้ำมันพ่วงมาด้วย  และอีก 8 วิธีการออมที่น่าสนใจที่จะมาบอก ทุกคนจะได้มีเงินออมมีเงินเก็บกันเยอะๆ

  • จดบัญชีรายรับ – รายจ่าย

    วิธีนี้เป็นขั้นแรกที่มีความสำคัญเพราะจะทำให้เรารู้ว่าในแต่ละเดือนเราใช้จ่ายไปเท่าไหร่แล้ว และเราก็จะได้ปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายได้ทันหากเรามีค่าใช้จ่ายเกิน

  • เปิดบัญชีฝากประจำ

    เป็นการออมที่ปลอดภัย แถมยังได้เงินดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกด้วย

  • ทำงานพิเศษ   

     อีกวิธีที่จะเป็นการเพิ่มเงินรายได้ให้พนักงานประจำอย่างเราๆ มีช่องทางการเงินเพิ่มมากขึ้น

  • ซื้อของลดราคา   

    การซื้อของลดราคาย่อมดีกว่าการซื้อราคาเต็มแน่นอน เพราะอย่างน้อยก็เป็นการประหยัดเงินในกระเป๋าได้

เงินออม

  • ซื้อไปคำนวณไป   

    ในการซื้อ – จ่ายแต่ละครั้ง หากไม่มีการคำนวณรับรองหยิบเพลินไปเลยค่ะ  รู้ตัวอีกทีเดือนนี้คงไม่มีเงินกินข้าวกันเลย หรืออาจต้องเป็นหนี้เพิ่ม ทางที่ดีจึงควรคิดวิเคราะห์การจ่ายแต่ละครั้งให้ดี

  • แยกแยะระหว่าง จำเป็น กับ อยากได้   

    ก่อนจะซื้อของแต่ละชิ้นควรแยกให้ดีว่าจำเป็นหรือไม่ หรือเพราะเราอยากได้เองกันแน่ เพราะถ้าไม่จำเป็นเราก็จะมีเงินเหลือเพิ่มมากขึ้น

  • ซื้อกระปุกออมสิน

    หยอดกระปุกไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ หรือแบงค์ย่อย หยอดให้เป็นนิสัย เพราะหากหยอดทุกวันเมื่อนำออกมานับแล้วอาจได้เงินเยอะมาก

  • ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง   

    เศรษฐกิจพอเพียง หลักการที่ ไม่ว่าจะปีไหนๆ ก็สามารถนำมาประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตได้เป็นอย่างดี คือการดำเนินชีวิตอยู่บนทางสายกลาง คำนึงถึงความพอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี ก็จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

    บริหารเงินออม

     3.   บริหารเงินเพื่อความมั่นคงในชีวิต

จากที่เราเริ่มรู้จักการบริหารเงินอย่างมีระบบ อย่างการบริหารเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินและการออมเงินแล้ว ความมั่นคง คงเป็นสิ่งต่อไปที่ทุกคนต้องการ ออมเงินอย่างไรให้ชีวิตมั่นคง ซึ่งก็อาจจะมาจากการลงทุนเพิ่มหรือการทำธุรกิจ นั่นแหละ

แต่การลงทุน ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง โชคดีก็ได้กำไร ซวยหน่อยก็ขาดทุน แล้วแบบนี้จะหาความมั่นคงได้จากที่ไหนกัน แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ก็คือคนที่มีความพยายาม มีความความอดทน รู้จักเปิดใจที่จะเรียนรู้ทุกรูปแบบ มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ค่อยๆเริ่มไปทีละเล็กละน้อย และจะประสบความสำเร็จในที่สุด

เพราะในความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในชีวิตคือเหตุผลสำคัญที่เราต้องบริหารจัดการเงินของเราให้มีเหลือเก็บเพื่ออนาคต  ซึ่งทุกคนก็ไม่รู้ว่าการเงินของตัวเองจะเป็นเช่นไร และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการบริหารเงินของตัวเองหรือคนที่อยากรวย คือ การมีระเบียบวินัย มีความมุ่งมั่นอดทน รู้จักพลิกแพลงหาช่องทางการหาเงินเพิ่ม ซึ่งจากที่กล่าวมา การบริหารเงินอาจจะยากสำหรับใครหลายๆคนแต่ในวันข้างหน้าเราจะสบาย ดังคำโบราณที่เคยได้ยิน “ยากตอนเด็ก สบายตอนแก่”

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon