8 แนวทางรับมือ วิกฤตฝุ่น PM 2.5 จากสภาวิศวกร

posted: 1 เดือนที่แล้ว
8 แนวทางรับมือ วิกฤตฝุ่น PM 2.5 จากสภาวิศวกร

comments

ตอนนี้คนไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 อย่างรุนแรง มีฝุ่นกระจายปกคลุมอยู่ทั่วเมืองและหลาย ๆ พื้นที่สำคัญ ซึ่งฝุ่น PM 2.5 เป็นส่วนหนึ่งของมลพิษทางอากาศที่อาจส่งผลรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อันเนื่องมาจากการแพ้ฝุ่น เช่น ตาอักเสบ, ผื่นแพ้ ฯลฯ ดังนั้น การมีมาตรการเพื่อช่วยควบคุมปริมาณฝุ่น PM 2.5 ให้ลดลง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของคนไทยลงได้


ฝุ่น PM 2.5

สภาวิศวกร แนะ 8 แนวทาง รับมือวิกฤตฝุ่น PM 2.5

ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์ ตำแหน่งนายกสภาวิศวกร กล่าวถึงสภาวะฝุ่นละอองในปัจจุบันว่า สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 เป็นเรื่องมลพิษทางอากาศมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และจากการรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) การได้รับฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายจะทำให้เป็นอันตรายต่อปอดและเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิต โดยได้เตรียมวางแนวทาง 8 แนวทาง เพื่อช่วยร่วมลดปัญหามลพิษจากฝุ่นและสร้างสุขภาพที่ยั่งยืนให้กับคนไทย ดังต่อไปนี้

  • ติดตั้งระบบแจ้งเตือน

ฝุ่นละออง PM 2.5 กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ แต่จะมีความหนาแน่นในปริมาณที่แตกต่างกันไป จึงมีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนมลพิษในเมือง เพื่อแจ้งเตือนเหล่าประชาชนที่เดินทางหรืออาศัยในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นเกินมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมระมัดระวังและสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่น

  • ผลักดันแนวคิดภาษีฝุ่น

มีการผลักดันแนวคิดในการพัฒนาภาษีฝุ่น โดยจัดทำมาตรการทางภาษีบังคับใช้กับกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯ รวมทั้งเสนอแนวคิดจัดเก็บภาษีสำหรับยานพาหนะที่ปล่อยควันดำสร้างมลพิษทางอากาศ เพื่อนำภาษีที่เรียกเก็บมาใช้ดูแลด้านสิ่งแวดล้อม

  • พัฒนาแอปพลิเคชัน

มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน แจ้งเตือนปริมาณฝุ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องมลพิษฝุ่น PM 2.5 ได้ผ่านสมาร์ทโฟน โดยสามารถเข้าถึงได้แบบเรียลไทม์ ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อช่วยเป็นแนวทางป้องกันฝุ่นให้กับประชาชน

  • กำหนดพื้นที่เสี่ยง

การกำหนดพื้นที่เสี่ยง (Risk Area) เพื่อทำการแก้ไขหรือหามาตรการป้องกัน โดยเฉพาะกับบางพื้นที่ที่เสี่ยงมีฝุ่นในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เช่น บริเวณป้ายรถเมล์ เพราะคาดว่าปัญหาฝุ่นน่าจะยังอยู่อีกนาน การกำหนดพื้นที่เสี่ยงเพื่อหามาตรการลดฝุ่นอย่างเป็นรูปธรรมจะช่วยลดความเสี่ยงเจ็บป่วยของประชาชนลงได้


ฝุ่น PM 2.5

  • ฉีดน้ำจากที่สูงไม่ช่วยอะไร

จากมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของ กทม. ด้วยการฉีดละอองน้ำหรือติดตั้งสปริงเกอร์บนตึกสูงเพื่อพ่นละอองน้ำ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดและไม่เกิดประสิทธิภาพ จึงควรวิเคราะห์ถึงต้นเหตุของปัญหาและแนวทางแก้ไขที่มีความเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

  • พัฒนาระบบ Big Data

ประเทศไทยควรพัฒนาระบบ Big Data เพื่อจัดเก็บข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการคาดการณ์และแจ้งเตือนความหนาแน่นของปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ช่วยเอื้อประโยชน์ในการบริหารจัดการ

  • เตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยง

มีการเตือนภัยประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ฝุ่นพิษจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและเกิดอาการรุนแรงมากที่สุด เช่น กลุ่มเด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ, สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เพื่อให้ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงได้เตรียมตัวป้องกันให้มากขึ้น

  • เสนอนโยบายแก้ไขปัญหาจากสภาวิศวกร

มีการชูนโยบายแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ของสภาวิศวกร ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ร่วมมือกันในการลงพื้นที่เพื่อดูแลปัญหาฝุ่น PM 2.5 พร้อมจัดอบรมเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชน และจัดประชุมเพื่อระดมความคิดจากนักวิชาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางจัดการ


ระหว่างนี้ประชาชนก็ต้องป้องกันตัวเองในเบื้องต้นด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นพิษเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความหนาแน่นของปริมาณฝุ่น PM 2.5 เพื่อความปลอดภัยกันนะคะ

 

ที่มา : matichon.co.th/lifestyle/tech/news_1906021


avatar
by IN-Wsible
Related stories
loading icon