5 วิธีรับมือของนักลงทุน เมื่อตลาดหุ้นขึ้นสูง

posted: 1 year ago
5 วิธีรับมือของนักลงทุน เมื่อตลาดหุ้นขึ้นสูง

comments

ปัจจุบัน “การเล่นหุ้น” ได้รับความนิยมจากผู้ที่ต้องการจะลงทุนต่อยอดทรัพย์สินเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้ผลตอบแทนและอัตราการเติบโตสูง อีกทั้งนักลงทุนยังสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจปัญหาสำคัญของบริษัท

และ การลงทุนในหุ้น มีสภาพคล่องในการแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดด้วย ถึงแม้การเล่นหุ้นจะมีปริมาณความเสี่ยงที่สูงมาก เพราะความผันผวนของดัชนีราคาหุ้นที่ผันแปรตลอดเวลา แต่ก็ไม่ทำให้จำนวนนักลงทุนลดลงเลยแม้แต่น้อย


เคล็ดลับเล่นหุ้น

ข้อควรรู้! เมื่อตลาดหุ้นขึ้นสูง

หากความผันผวนของดัชนีราคาหุ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นขึ้นสูง เราจะมีวิธีรับมือและเตรียมกลยุทธ์ ในการต่อยอดอัตราผลตอบแทนเพื่อกอบโกยผลประโยชน์จาก “การเล่นหุ้น” ได้อย่างไรบ้าง

  • Uptrend และ Downtrend

ความผันผวนของตัวเลขที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญ ที่ทำการซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หรือที่นักวางแแผนลงทุนรู้จักกันในชื่อว่า

ดัชนีราคาหุ้น นั้น มีการผันแปรอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดหุ้นในช่วงขาขึ้น (Uptrend) และขาลง (Downtrend) สลับกันไปมาอยู่บ่อยครั้ง

ในช่วง Uptrend อาจจะทำให้นักเล่นหุ้นลังเลในการขายหุ้น เพราะกลัวว่าจะเกิดกรณี “ขายหมู” หรือ “ติดดอย” โดยการเล่นหุ้นที่ดีนั้นควรตั้งจุดประสงค์ในการซื้อขายหุ้นให้ชัดเจน มากกว่าการจะมากังวลเรื่องดัชนีราคาหุ้นที่ผันผวนตลอดเวลา

 

  • กลยุทธ์จับจังหวะในการลงทุน

ในปี 1986 นิตยสาร Financial Analysts Journal ได้ตีพิมพ์บทความผลการวิจัยที่เกี่ยวกับการศึกษา การลงทุนในระยะยาว ตัวกำหนด ผลตอบแทน และการค้นหาจังหวะในการลงทุนว่า หากใช้กลยุทธ์จับจังหวะในการลงทุนจะส่งผลต่อการลงทุนเพียง 2% เท่านั้น

ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนน้อยที่สุด ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนมากที่สุดคือ การสร้างพอร์ตหรือ การกระจายการลงทุนทรัพย์สิน (Asset Allocation) ซึ่งมีผลต่อการทำกำไรถึง 93.6%

  • ความสำคัญของบริษัทลงทุน

การซื้อขายหุ้นในช่วงขาขึ้นนั้น นอกจากจะต้องจัดสรรพอร์ตให้เหมาะสมแก่ตนเองแล้ว การวิเคราะห์ บริษัทที่จะเลือกลงทุน ก็มีส่วนในการที่คุณจะได้ผลตอบแทน หรือัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลหากคุณลงทุนในระยะยาวมากขึ้น

โดยสามารถพิจารณาจากลักษณะและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพในการทำกำไร ทีมผู้บริหารและบุคลากร รวมถึงผลประกอบการ และสถานะทางการเงินของธุรกิจว่ามีแนวโน้ม และโอกาสที่การลงทุนจะสร้างผลกำไรหรือไม่

ดังที่ ปีเตอร์ ลินช์ อดีตผู้จัดการกองทุนชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่า “อย่าซื้อหุ้นเพียงเพราะคุณคิดว่ามันจะขึ้น และอย่าขายหุ้นเพียงเพราะคุณคิดว่าตลาดหุ้นกำลังจะถล่ม

แต่จงซื้อหรือขายหุ้นนั้น เมื่อยามที่พื้นฐานของบริษัทมันเปลี่ยนแปลง จากบริษัทธรรมดากลายเป็นสุดยอดบริษัท หรือจากสุดยอดบริษัทกำลังจะถดถอย”


วิเคราะห์หุ้น

  • การจัดสรรทรัพย์สินให้เหมาะสม

“การออมเงิน” กับธนาคาร เป็นการจัดสรรทรัพย์สินสำหรับไว้ใช้ในอนาคต ที่ใครหลายคนเลือกใช้ เนื่องจากจะทำให้ผู้ออมมีเงินเก็บอย่างแน่นอน และจำนวนเงินฝากอาจจะงอกเงยขึ้นจากการได้รับผลประโยชน์จากนโยบายดอกเบี้ยของธนาคาร

แต่หากคุณต้องการให้เงินงอกเงย และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การลงทุนด้วยวิธีเล่นหุ้นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งจากนักวางแผนลงทุนมืออาชีพ และนักวางแผนการลงทุนมือสมัครเล่น

  • การเล่นหุ้นนั้นต้องดูตามความเหมาะสมของผู้ลงทุน

ทั้งเงินลงทุน อัตราผลตอบแทน โดยเฉพาะข้อจำกัดในการยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนว่า รับได้มากน้อยเพียงใด หากยอมรับความเสี่ยงได้สูง ผู้ลงทุนอาจจะจัดสรรทรัพย์สินเงินลงทุน ด้วยการแบ่งจำนวนเงินสด 5-15 %, ตราสารหนี้ 10-30 % และ ตราสารทุน 60-80%

นอกจาก การจัดสรรทรัพย์สินให้เหมาะสมแล้ว คุณต้องเลือก และค้นหาจังหวะในการลงทุนตลาดหลักทรัพย์ด้วย โดยเฉพาะขณะหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้น

ตลาดหุ้น

  • ระยะเวลาในการลงทุน

การลงทุนด้วยการเล่นหุ้น โดยเฉพาะการลงทุนเล่นหุ้นในระยะยาวนั้น ผู้ลงทุนควรให้ระยะเวลาในการเติบโตของหลักทรัพย์หรือบริษัทที่ลงทุน เนื่องจากระยะเวลามีผลต่ออัตราผลตอบแทน ที่สามารถเปลี่ยนแปลงให้ผลตอบแทน หรืออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเติบโต และเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างเช่น

บริษัทท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่ในช่วงต้นปี 2012 ได้เสนอราคาขายหุ้นอยู่ที่หุ้นละ 4-5 บาท แต่ในช่วงสิ้นปีราคาเสนอขายหุ้นผันตัวสูงถึง 8-9 บาท ซึ่งสร้างกำไรเกือบ 1 เท่าตัวให้กับผู้ถือหุ้นที่ต้องการเสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุนผู้อื่น

โดยทุกวันนี้ราคาหุ้น AOT มีราคาเสนอขายอยู่ที่ 60 บาท ซึ่งขึ้นราคามากว่า 10 เท่าภายในเวลาเพียง 5 ปี ของราคา Par เดิมที่ตั้งไว้

แต่ทั้งนี้ คุณจะต้องเลือกลงทุนกับหลักทรัพย์หรือบริษัทที่มีโอกาสในการเจริญเติบโตมาก หรือ อาจจะใช้กลยุทธ์ในการลงทุนกับ “Big Shot หรือบริษัทที่อาจมีความเสี่ยงในการเติบโตเพียงแค่ระยะเริ่มต้น

แต่ในระยะหลังสามารถผันตัวกลับมาเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ผลของการเลือกลงทุนหุ้นในช่วงขาขึ้นและลงก็มีผลต่ออัตราผลตอบแทนด้วย โดยเฉพาะการลงทุนในช่วง Uptrend

การเล่นหุ้นให้ประสบความสำเร็จนั้น อาจจะต้องอาศัยการจับจังหวะและกลยุทธ์ ทั้งช่วง Uptrend และ Downtrend

นอกจากนี้ ยังต้องจัดสรรพอร์ตให้เหมาะสมแก่ตนเองด้วย เพราะข้อจำกัดในการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละบุคคลนั้นย่อมแตกต่างกัน รวมถึงความคาดหวังอัตราผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนต้องการด้วย


avatar
by wacheese

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon