โรคความดันโลหิตสูง ที่ถูกละเลย จนทุกอย่างสายเกินไป

posted: 1 year ago
5,194 views
โรคความดันโลหิตสูง ที่ถูกละเลย จนทุกอย่างสายเกินไป

comments

เมื่อพูดถึงอนาคตที่ทุกคนต้องการ คงหนีไม่พ้นการมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ความมั่นคง ครอบครัวที่อบอุ่น และความสุขสบายเป็นแน่แท้ เราจึงทุ่มเท ตั้งใจทำงานสร้างอนาคตอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ จนบางครั้งคุณอาจลืมบางสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือการใส่ใจสุขภาพร่างกายของเรา

ทำไมเรามักได้ยินคำที่ว่า “การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” อาจเพราะว่า ถึงแม้คุณจะมีทุกอย่างตามที่ต้องการทั้งเงินทอง ครอบครัว รวมถึงความมั่นคงทั้งหมดแล้ว แต่ได้ของแถมจากการไม่ใส่ใจสุขภาพ นั่นก็คือการที่คุณมีโรคร้ายแรงติดตัวไปใช้ชีวิตด้วย คุณจะมีความสุขในการใช้ชีวิตจริงๆ ใช่ไหม ?


แน่นอนว่าเราไม่ได้บอกให้คุณหยุดใส่ใจสิ่งอื่นๆ แต่เรากำลังบอกให้คุณ หยุด! ละเลยสุขภาพร่างกายของตัวเองสักที ควรเริ่มจากการสังเกตว่า ร่างกายของเรานั้นได้มีอาการผิดปกติอะไรบ้างไหม แม้ว่าอาจจะไม่พบความผิดปกติอะไรเลย นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังมีร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคสักทีเดียว

เพราะโรคบางโรค แทบไม่มีอาการแสดงออก หรือส่งสัญญาณให้คุณรู้ตัวก่อนเลย นั่นหมายความว่ามันต้องเป็นโรคที่น่ากลัว เป็นโรคที่ไม่มีการแจ้งเตือน พร้อมจะทำลายความสุขในการใช้ชีวิตของคุณโดยไม่ให้โอกาสได้ทันตั้งตัว และโรคสุดคลาสสิกที่คนมักเป็นกันอย่างแพร่หลาย นั่นก็คือ “โรคความดันโลหิตสูง”


ความดันโลหิต

 

โรคความดันโลหิตสูง กับฉายา “เพชฌฆาตเงียบ”

 

ในร่างกายของทุกคนย่อมมีความดันในเลือด เพราะความดันนั้นจะทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกายของเรา ค่าความดันโลหิตนั้นจะไม่สามารถคงที่ได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความเครียด การพักผ่อน และการออกกำลังกาย

ค่าความดันโลหิตปกติจะอยู่ที่  120/80 มิลลิเมตรปรอท และไม่ควรเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท หากใครมีค่าความดันสูงไปกว่านี้จะถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงนี้พบได้บ่อยมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีผู้คนแออัด ภาวะการดำรงชีวิตที่มีการแข่งขันสูง สิ่งแวดล้อมที่เป็นภัยต่อสุขภาพ และการทานอาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยในการทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง และสิ่งที่น่ากลัวของโรคนี้ คือการที่มักไม่มีอาการแสดงออกให้เห็นได้ชัดเจน เหมือนอย่างโรคผิวหนัง หรือโรคเรื้อรังชนิดอื่นๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพอมีส่วนที่สามารถสังเกตได้อยู่บ้าง

 

การสังเกตอาการผิดปกติด้วยตนเอง

อาการของโรคนี้จะไม่มีการแสดงออกมาภายนอกให้คนอื่นได้รับรู้ แต่กับผู้ที่ป่วยอาจรู้ตัวได้ทันหากหมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่มักเกิดขึ้นกับตัวเอง อย่างอาการปวดศรีษะ มึนงง วิงเวียน สับสน หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโดยแพทย์

แพทย์จะทำการตรวจสอบประวัติอาการเจ็บป่วยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งประวัติโรค การใช้ยา รวมถึงการวัดความดัน แต่ถึงอย่างนั้นการตรวจวินิจฉัยโรคนี้ก็ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานและอาศัยการตรวจซ้ำอยู่หลายครั้งกว่าจะได้บทสรุปที่แน่ชัด เพราะการวัดค่าความดันในแต่ละครั้งอาจผันผวนได้ตาม ช่วงเวลา สิ่งแวดล้อม อารมณ์ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้


ความน่ากลัวที่แท้จริงของโรค “ความดันโลหิตสูง”

เนื่องจากโรคความดันโลหิตนั้น ไม่มีการแสดงออกที่ชัดเจนให้เรารับรู้ได้เลย รวมถึงการวินิจฉัย ที่ต้องอาศัยการตรวจวัดซ้ำๆ เป็นเวลานาน จึงทำให้ในปัจจุบันมีทั้งคนที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวว่าอาจกำลังเป็นโรคความดันโลหิตสูง

นอกจากโรคความดันโลหิตสูงจะไม่มีสัญญาณเตือนของโรคที่แน่ชัดแล้ว สิ่งที่น่ากังวลใจไม่แพ้กันคือ โรคแทรกซ้อน ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า เมื่อความดันโลหิตมีความผิดปกติ ระบบภายในของร่างกายเราก็จะเกิดความผิดปกติเช่นเดียวกัน

สำหรับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

 

  • โรคหลอดเลือดแดงแข็ง
  • กล้ามเนื้อหัวใจวาย

แม้โรคความดันโลหิตอาจจะดูเหมือนไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง  แต่มันจะเปิดทางให้โรคร้ายชนิดอื่นๆ เข้ามาทำร้ายร่างกายของเราได้อย่างง่ายดายและล้วนเป็นโรคที่มีความอันตรายถึงชีวิตทั้งสิ้น หากเป็นไปได้ควรตัดไฟแต่ต้นลม ทำความเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดโรคชนิดนี้ และหลีกเลี่ยงโดยการป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ความดันโลหิต

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง

 

  • พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม จากการสำรวจพบว่าคนประมาณ 30-40% ที่บิดามารดาป่วยเป็นโรคนี้ จะมีแนวโน้มป่วยมากกว่าผู้ที่ไม่มีประวัติคนป่วยในครอบครัว
  • มีความเครียดสูง แน่นอนว่าความเครียดคือสาเหตุของหลายๆ โรค รวมถึงโรคนี้ด้วยเช่นกัน
  • โรคแทรกซ้อน โรคความดันโลหิตสูงนอกจากจะนำมาซึ่งโรคแทรกซ้อนต่างๆ มากมายแล้ว ตัวมันเองยังสามารถเป็นโรคแทรกซ้อนของโรคอื่นๆ ได้เช่นกัน อย่างโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง หรือโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจ
  • การสูบบุหรี่ โดยการสูบบุหรี่หนึ่งครั้งอาจเพิ่มความดันถึง 10 มิลลิเมตรปรอท
  • การดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ จะส่งผลให้การเต้นของหัวใจแรงกว่าคนปกติ และมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคความดันโลหิตมากกว่า
  • การทานอาหารรสเค็ม ข้อนี้ควรระวังเป็นที่สุด เพราะอาหารรสเค็มคือสาเหตุหลักของโรคนี้
  • การไม่ออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว ยังมีผลเสี่ยงให้เกิดโรคอื่นๆ อีกมากมาย อย่างโรคอ้วน หรือโรคเบาหวาน
  • ผลข้างเคียง การใช้ยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงเกี่ยวกับความดัน โดยเฉพาะผู้ใช้ยากลุ่ม “สเตียรอยด์

สิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงโรค ความดันโลหิตสูง

  1. ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักมากเกินไป การลดน้ำหนักจะช่วยได้มาก เพราะคนอ้วนมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าปกติ ร่างกายก็จะมีความดันโลหิตที่สูงขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงในทุกส่วนของร่างกาย
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การหาเวลาในการออกกำลังกายให้ได้วันละ 30-60 นาทีต่อวัน จะช่วยลดความดันในเลือดได้ 4-9 มิลลิเมตรปรอท
  3. เลือกทานอาหารที่ดี ปรับเปลี่ยนมาทานอาหารสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เช่น ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ทั้งหลาย ไม่ทานเนื้อสัตว์มากเกินไป จะสามารถช่วยลดความดันในเลือดได้
  4. ลดเกลือและโซเดียมให้น้อยลง โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม หรือขนมสำเร็จรูป ถ้าสามารถทำอาหารทานเองได้จะถือว่าดีมาก
  5. ลดแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการดื่ม เหล้า เบียร์ ไวน์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
  6. ไม่สูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่หนึ่งครั้งอาจเพิ่มความดันให้เรา 10 มิลลิเมตรปรอท เป็นเวลานานถึง 1 ชั่วโมง รวมถึงการหายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไปก็เช่นกัน
  7. งดกาเฟอีน หลายคนอาจใช้กาเฟอีนเพื่อผ่อนคลาย ให้ลองงดการดื่มกาเฟอีนและปรับเปลี่ยนวิธีการผ่อนคลายใหม่
  8. พยายามอย่าเครียด วิธีการลดความเครียดนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน อย่างการออกกำลังกาย การไม่หาปัญหามาสะสม หรือปรับเปลี่ยนทัศนคติของตนเอง
  9. ตรวจเช็กความดันเป็นประจำ สามารถทำได้ง่ายๆ โดยไปที่โรงพยาบาล คลีนิกที่อยู่ใกล้ หรือแม้แต่การตรวจเช็กที่บ้านหากมีเครื่องมือ

นอกเหนือไปจากการพบแพทย์หรือการป้องกันรักษาเบื้องต้นที่เราได้บอกไปแล้ว ยังมีเคล็ดลับง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตนเองเพื่อผ่อนคลายความเครียดในแต่ละวัน ช่วยให้ความดันโลหิตลดลงได้ อย่างเช่นการฟังเพลง การดื่มน้ำสมุนไพรบางชนิด หรือแม้แต่การนั่งสมาธิก็ถือเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีไม่น้อย

แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่มีอะไรการันตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคุณจะไม่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคร้ายแรงอื่นๆ การทำประกันสุขภาพ รวมถึงการทำ ประกันโรคร้ายแรง จึงเป็นทางเลือกที่เราควรทำไว้ เพื่อคุ้มครองในยามที่เจ็บป่วย ให้ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดและไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาที่จะเกิดขึ้น


avatar
by Satorn

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon