ทำประกันชีวิตกับบริษัทประกันต่างจากทำกับธนาคารยังไง

posted: 2 years ago
1,364 views
ทำประกันชีวิตกับบริษัทประกันต่างจากทำกับธนาคารยังไง

comments

หลายคนที่ได้มีโอกาสไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคาร หลังจากที่ทำธุรกรรมเสร็จมักจะได้คำแนะนำเชิญชวนว่า “สนใจออมเงินพร้อมได้ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ หรือประกันสุขภาพกับทางธนาคารไหม ได้ลดหย่อนภาษี ครบระยะเวลาตามกำหนด มีเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย”  และข้อเสนออื่นๆอีกมากมาย จนบางทีเราอาจจะนึกว่านี่เราอยู่ที่ธนาคารหรือบริษัทประกันชีวิตกันแน่

ขอบคุณภาพจาก https://www.kenresearch.com

ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เข้าใจในคำว่า ออมเงินพร้อมได้ประกัน… จนอาจจะคิดว่ามันคือการทำประกันที่ได้ทั้งการออมเงินและประกันชีวิตไปในตัว แล้วเราจะสามารถถอนเงินออกมาได้ก่อน แต่จริงๆแล้วมันเป็นการทำประกันชีวิตชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถที่จะถอนเงินออกมาได้ก่อนกำหนด วันนี้เราเลยจะมาดูกันว่าการซื้อประกันชีวิตผ่านบริษัทประกันกับการซื้อประกันชีวิตผ่านทางธนาคารจะแตกต่างกันมากน้อยเพียงใดกัน


ความแตกต่างของการซื้อประกันชีวิตผ่านบริษัทประกันกับธนาคาร

ถ้าพูดถึงการทำประกันชีวิตไม่ว่าเราจะทำผ่านทางบริษัทประกันหรือผ่านทางธนาคารทุกอย่างย่อมมีเงื่อนไขในการทำและไม่ว่าเราจะทำผ่านทางไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมหรือความต้องการของเราว่าเราสะดวกใจที่จะทำแบบไหนมากกว่ากัน ซึ่งในการทำประกันชีวิตผ่านทั้งสองที่ก็จะมีจุดเด่นและจุดด้อย ดังนี้

การทำประกันผ่านบริษัทประกัน

การทำผ่านบริษัทประกันหรือผ่านตัวแทนเป็นทางที่หลายๆคนเลือกที่จะทำประกันชีวิต เพราะเหมือนกับเราได้ทำประกันโดยตรงผ่านบริษัท และน่าจะมีความน่าไว้วางใจหรือเชื่อมั่นว่าบริการหลังจากที่ได้ทำไปแล้วย่อมสะดวกและดีกว่าการทำผ่านทางธนาคาร

จุดเด่น

  • ถ้าหากเราได้ทำประกันชีวิตที่เป็นตัวหลักแล้ว ทางบริษัทประกันอาจจะมีสัญญาเพิ่มเติมต่างๆมาแนะนำให้แก่เรา เช่น ค่ารักษาพยาบาล ความคุ้มครองโรคร้ายแรง ฯลฯ
  • มีตัวแทนติดตามให้บริการให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องของการทำประกัน รวมไปถึงในการเบิกเคลมที่ง่ายและสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง

จุดอ่อน

  • ผลตอบแทนอาจจะน้อยกว่าการทำผ่านธนาคาร
ขอบคุณภาพจาก https://www.mycarpaltunnel.com

การทำประกันผ่านธนาคาร

ในส่วนของการทำผ่านธนาคาร หลายๆคนอาจจะทำเพราะถูกเชิญชวนและมักจะทำไปแบบตอนแรกไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทำอาจจะรับฟังข้อเสนอกลับไปคิดถ้าสนใจพอว่างๆก็สามารถเดินเข้าไปทำได้อย่างง่ายดาย

จุดเด่น

  • สามารถสมัครได้ง่ายๆเพียงเดินเข้าไปสมัครที่ธนาคารสาขาที่เราสะดวก

จุดอ่อน

  • ไม่มีตัวแทนติดตามให้บริการ เนื่องจากทางธนาคารก็ต้องส่งเรื่องของประกันให้กับทางบริษัทประกันอีกที จึงทำให้การติดต่อสอบถามต่างๆรวมไปถึงการเบิกเคลมทำได้ช้ากว่าการทำกับบริษัทประกันโดยตรง
  • ถ้าหากทำกับผ่านทางธนาคารจะมีเพียงแค่ประกันชีวิตหลักและไม่สามารถทำสัญญาเพิ่มเติมต่างๆได้

 

จะเห็นว่าไม่ว่าเราจะเลือกทำประกันชีวิตผ่านทางไหนก็จะมีจุดเด่นและจุดด้อยด้วยกันทั้งคู่ อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะทำแบบไหนที่เหมาะสมหรือเราสะดวกที่จะทำ แต่สำหรับใครที่อยากจะทำประกันชีวิตผ่านทางธนาคารเรามีข้อแนะนำดีๆเกี่ยวกับการซื้อประกัน ชีวิตผ่านทางธนาคารมาฝากกัน


ข้อแนะนำในการซื้อประกันภัยผ่านธนาคาร

ในส่วนของข้อแนะนำในการซื้อประกันผ่านทางธนาคารเป็นข้อแนะนำที่ทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้จัดทำขึ้นมาเพราะเห็นถึงความสำคัญของการซื้อประกันภัยของประชาชนผ่านช่องทางธนาคาร เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการซื้อประกันภัย โดยมีทั้งหมด 12 ข้อ ดังนี้

ขอบคุณภาพจาก http://cyfroznawca.pl
  1. ผู้ซื้อควรเข้าใจว่าการซื้อประกันชีวิตไม่ใช่การฝากเงินกับธนาคาร
  2. ผู้ซื้อควรขอดูใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต หรือประกันวินาศภัยของพนักงานธนาคารตามประเภทของกรมธรรม์ประกันภัย
  3. ผู้ซื้อควรเลือกแบบประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองตรงกับความต้องการของตนเอง
  4. ผู้ซื้อควรวางแผนและประมาณการรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้สามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยให้ครบตลอดระยะเวลาของสัญญาประกันภัย
  5. ผู้ซื้อควรเข้าใจถึงความคุ้มครอง และข้อยกเว้นของกรมธรรม์นั้นๆ หากไม่เข้าใจ ต้องสอบถามจากผู้ขายให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ รวมทั้งควรเก็บเอกสารประกอบการเสนอขายของธนาคารไว้
  6. ผู้ซื้อมีสิทธิเลือกซื้อประกันภัยด้วยความสมัครใจ และปฏิเสธได้ หากไม่เป้นไปตามต้องการของตนเอง ทั้งนี้ ธนาคารไม่อาจใช้การทำประกันภัยเป็นเงื่อนไขต่อรองในการให้สินเชื่อ หรือธุรกรรมอื่น
  7. ในกรณีที่ต้องกรอกใบคำขอเอาประกันภัย ผู้ซื้อควรกรอกด้วยตนเอง หรือหากไม่ได้กรอกด้วยตนเอง ผู้ซื้อจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้อง โดยไม่ให้ข้อความที่เป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง ก่อนลงลายมือชื่อในใบคำขอเอาประกันภัย
  8. ผู้ซื้อควรสอบถามถึงสิทธิและระยะเวลาในการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย โดยผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ภายใน 15 วัน นับจากวันที่รับกรมธรรม์ประกันชีวิต และได้รับเบี้ยประกันภัยคืน หลังจากหักค่าใช้จ่าย และค่าตรวจสุขภาพ (หากมี) ทั้งนี้ หากผู้ซื้อยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตหลังจากระยะเวลาดังกล่าวผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตและได้รับมูลค่าเวนคืนตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิต
  9. เมื่อผู้ซื้อชำระเบี้ยประกันภัย ให้ชำระเข้าบัญชีบริษัทประกันภัยเท่านั้น และจะต้องได้รับเอกสารการรับชำระเงินจากธนาคาร พร้อมเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  10. ผู้ซื้อควรสอบถามถึงช่องทางการติดต่อ หรือการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยจากผู้ขาย
  11. เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยว่าถูกต้องและเป็นไปตามการเสนอขายจากผู้ขายหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่เสนอขาย สามารถยกเลิกได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย กรณีเกิดข้อสงสัยหรือข้อผิดพลาดในกรมธรรม์ประกันภัย ให้ติดต่อผู้ขายหรือบริษัทประกันภัยโดยเร็ว
  12. ผู้ขายยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และไม่อาจใช้ข้อแนะนำข้างต้นเป็นการอ้างสิทธิเหนือผู้บริโภค

 

ทั้งหมดคือสิ่งที่เราควรศึกษาถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเอง รวมถึงความคุ้มครองและข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยให้เข้าใจอย่างถี่ถ้วน ก่อนตัดสินใจซื้อประกันภัยจากทางธนาคารหรือแม้แต่จากบริษัทประกันก็ตาม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ www.oic.or.th


นอกจากนี้หากเราต้องการที่จะทำประกันชีวิตก็มีอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยให้เราได้ตัดสินใจง่ายขึ้น คือการซื้อประกันผ่านทางโบรกเกอร์ชั้นนำ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โบรกเกอร์ประกันภัย rabbit finance ที่รวบรวมประกันต่างๆจากบริษัทประกันชั้นนำไว้ในที่เดียวพร้อมข้อเสนอดีๆอีกมากมาย


avatar
by doubleP

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon