เจาะ 4 เทรนด์ กองทุน เด่น ผลตอบแทนแจ่ม ปี 2019

posted: 10 months ago
เจาะ 4 เทรนด์ กองทุน เด่น ผลตอบแทนแจ่ม ปี 2019

comments

กองทุนรวมถือเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการลงทุน ช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐและยุโรป รวมถึงปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่คาดว่าจะเห็นผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้นตลอดทั้งปีนี้ (2562)

สำหรับการลงทุนในปีนี้ ก็ยังคงต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บตัวให้น้อยที่สุด แล้วเทรนด์การลงทุนในปีนี้มีกองทุนประเภทไหนบ้างที่น่าสนใจ ลงทุนได้ ให้ผลตอบแทนที่ดี ตามไปดูกันเลยค่ะ


4 เทรนด์ กองทุน เด่น ผลตอบแทนแจ่ม ปี 2019

กองทุน ai

กองทุน AI หนึ่งตัวเลือกที่เข้ากับยุคเทคโนโลยี

ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า การใช้เทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจนั้นมีบทบาทมากยิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การลงทุนในกองทุนรวม ที่นำหุ่นยนต์ หรือ A.I. เข้ามาเป็นตัวช่วยในการลงทุน ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมมากในยุคปัจจุบัน

การทำงานของกองทุน A.I. หรือ Artificial Intelligence จะเข้ามามีส่วนช่วยในการสร้างพอร์ตโฟลิโอการลงทุนเพื่อความแม่นยำของผลการดำเนินงาน เช่น การคัดเลือกกองทุนและจัดอันดับ Fund Rating สำหรับกองทุนแต่ละประเภทเป็นต้น

ตัวอย่างเช่น ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับบริษัท อลิอันซ์ โกลบอล อินเวสเตอร์ เปิดขายกองทุน “Allianz Global Artificial Intelligence” ให้กับนักลงทุนไทย โดยเน้นการลงทุนในหุ้นบริษัททั่วโลกที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยี AI โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุนเป็นธุรกิจด้านไอทีประมาณ 70%

และส่วนที่เหลือลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มใช้งานเทคโนโลยี AI เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) ธุรกิจการดูแลสุขภาพ ธุรกิจการเงิน ภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยมีการจัดสรรสินทรัพย์การลงทุนกว่า 89% ใน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และฝรั่งเศส

ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เชื่อมั่นว่า การลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าว จะช่วยเสริมศักยภาพในการลงทุนของนักลงทุนให้พอร์ตโฟลิโอแข็งแรงและเติบโตได้มากยิ่งขึ้น

กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน แข็งแกร่งแน่นปึ๊ก

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure Fund ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อระดมทุน จากผู้ลงทุนทั่วไปทั้งรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน เพื่อลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในวงกว้างของประเทศไทย อีกทั้งเป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงด้วย

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ได้แก่ ระบบขนส่งทางราง ไฟฟ้า ประปา ถนน ทางพิเศษ หรือทางสัมปทาน ท่าอากาศยาน สนามบิน ท่าเรือน้ำลึก โทรคมนาคม พลังงานทางเลือกระบบบริหารจัดการน้ำหรือ การชลประทาน และระบบป้องกันภัยธรรมชาติ เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ Thailand Future Fund (TFFIF) ที่อยู่ภายใต้การบริหารของ บลจ.กรุงไทยและบลจ.เอ็มเอฟซี โดยกองทุน TFFIF จะเข้าลงทุนครั้งแรกในสิทธิในการรับรายได้ร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทาง รวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งมีระยะทางรวมกัน 83.2 กิโลเมตร เป็นระยะเวลา 30 ปี นับจากวันแรกที่กองทุนมีสิทธิในรายได้ที่โอนตามสัญญาโอน และรับโอนสิทธิในรายได้ เป็นต้น

กองทุนFIF

ลงทุนเหินฟ้าไปทั่วโลกกับกองทุนต่างประเทศ หรือ FIF

กองทุนรวมต่างประเทศ หรือ FIF มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ เป็นกองทุนรวมประเภทเดียวที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทยให้สามารถระดมเงินจากผู้ลงทุนในประเทศไทย และนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหน่วยลงทุนไปลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ

ทั้งนี้การลงทุนในกองทุนดังกล่าว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการแสวงหาผลตอบแทน จากการลงทุนในต่างประเทศได้ทั่วโลกนั้น มีตราสาร และหลักทรัพย์ต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนที่หลากหลาย

ตัวอย่างเช่น กองทุนหุ้นประเภททริกเกอร์ฟันด์ อย่างกองทุนเปิด ทิสโก้ เจแปน อิควิตี้ ทริกเกอร์ ที่บริหารจัดการโดย บลจ.ทิสโก้ มองว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเป็นตลาดเด่นที่สุด ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในปีนี้ เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะเติบโตได้ดี แม้ว่าจะมีผลกระทบด้านลบจากการที่รัฐบาลจะขึ้นภาษีการบริโภคตามแผนในเดือนตุลาคม 2562

แต่เชื่อว่าจะกระทบต่อการเติบโตของการบริโภคอย่างจำกัด เนื่องจากรัฐบาลได้เริ่มออกมาตรการต่างๆ เพื่อชดเชยผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีบ้างแล้ว และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงปลายปี 2562 เพราะคาดว่าเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ทำให้คาดว่าการเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นนั้น จะได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต เป็นต้น

กองทุนเฮลแคร์

กองทุน Healthcare ตอบรับเทรนด์ผู้สูงวัย-คนรักสุขภาพ

ปัจจุบันประชากรโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น รวมถึงกระแสคนรักสุขภาพก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นธุรกิจ Healthcare จึงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และการดูแลสุขภาพมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก

เช่นเดียวกับ บลจ.บัวหลวง ได้เล็งเห็นความสำคัญในอนาคต ได้เปิดตัวกองทุน กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์ หรือ BCARE ซึ่งถือว่าเป็นกองทุนแห่งแรกในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550 เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ Wellington’s Global Health Care Equity Portfolio Class A : WGH เป็นกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียว (Master Fund) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ทั้งนี้ กองทุนหลักมีการลงทุนในภูมิภาคอเมริกาเหนือในสัดส่วนสูง เนื่องจากหุ้นกลุ่ม Health Care ที่มีคุณภาพส่วนใหญ่จะจดทะเบียนซื้อขายในอเมริกาเหนือ  ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของธุรกิจนี้ โดยที่มีลักษณะเป็น Global Company ที่มียอดขายกว่า 50% มาจากต่างประเทศ และมีส่วนของยอดขายที่มาจากตลาดเกิดใหม่ ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นี่ถือว่าเป็นตัวอย่างของเทรนด์การลงทุน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในปีนี้ และคาดว่าจะสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุนได้ แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่รู้ๆ กันว่า ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกลงทุนประเภทไหน ต้องศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจนะคะ จะได้ไม่ผิดหวัง

ขอบคุณข้อมูล
www.set.or.th
www.aimc.or.th
บลจ.เอ็มเอฟซี
บลจ.บัวหลวง
บลจ.ทิสโก้
ธนาคารซิตี้แบงก์


avatar
by Unchalee Sabaisook
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon