เที่ยวญี่ปุ่น กับ 3 เมือง ถ้าไม่ไปถือว่าพลาด!

posted: 1 year ago
เที่ยวญี่ปุ่น กับ 3 เมือง ถ้าไม่ไปถือว่าพลาด!

comments

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศในความฝันของใครหลายๆคน หลายคนอยากไปสัมผัสดอกซากุระ สัมผัสอาหารญี่ปุ่น สัมผัสความน่ารักของ ประเทศญี่ปุ่น เก็บเงินอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นใจจะขาด พร้อมจะเที่ยวและ แต่จะไปที่ไหนดี แต่ละที่น่าไปทั้งนั้นเลย เลือกไม่ถูก

rabbit finance จึงคัดเมืองมา 3 เมืองในญี่ปุ่น ที่คุณต้องไปเช็คอิน ถ่ายรูปลงโซเชียลให้คนอื่นอิจฉาเล่นๆ พร้อมแล้วผูกเชือกรองเท้าให้แน่นแล้วไปกันเลย


เที่ยวญี่ปุ่น
ที่มา : th.japantravel.com

Tokyo เมืองที่ทุกคนต้องไป

โตเกียว เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1603 ในปัจจุบันมีประชากรราว 13 ล้านคน ใครที่สายลุย สายตะลอน ไปทุกที่ที่อยากไป ไม่ง้อทัวร์ โตเกียวก็เป็นอีกเมืองที่คุณไม่ควรพลาด เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะโตเกียวมีรถไฟใต้ดินที่ครอบคลุมทุกซอกมุมของเมืองโตเกียวเลย เรียกได้ว่าระบบขนส่งดีงามมากๆ

ถ้างั้นเราเริ่มลุยไปกับสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณห้ามพลาดในเมืองโตเกียวกันดีกว่า

1. Tokyo Tower

โตเกียวทาวเวอร์ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ความสูงอยู่ที่ 333 เมตร โดยหอคอยจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้น ภายในประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ภัตตาคาร

และยังมีจุดชมวิวอยู่ 2 ส่วน อยู่ที่ความสูง 150 เมตร และ 250 เมตร ใครที่ไม่กลัวความสูง ก็สามารถขึ้นไปชมวิวเมืองโตเกียวได้เลย

  • ใช้รถไฟใต้ดินสาย Hibiya ลงสถานี Akabanebashi เดินต่อประมาณ 5 นาที ก็ถึง
  • เวลาเปิด-ปิด 09.00-22.00 น.
  • ค่าเข้าชม 820 เยน (ความสูง 150 เมตร), 1,420 เยน (ความสูง 250 เมตร)

 

เที่ยวญี่ปุ่น
ที่มา : disneydose.com

2. Tokyo Disney

สวนสนุกโตเกียวดิสนีย์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของทุกคน เพราะเป็นสวนสนุกที่รวบรวมตัวการ์ตูนสมัยเด็กของเราเอาไว้ โดยภายในโตเกียวดิสนีย์แลนด์จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

  • Disney Land (เหมาะกับน้องๆหนูๆ)
  • Disney Sea (เหมาะกับวัยรุ่น)

ใครที่รู้สึกว่าตัวเองยังเป็นเด็ก หรืออยากกลับไปเป็นเด็ก สวนสนุกโตเกียวดิสนีย์ ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่คุณควรไป นอกจากสวนสนุกแล้วยังมีรีสอร์ทที่ตกแต่งในธีมการ์ตูนและในช่วงกลางคืนจะมีการแสดงแสงสีเสียงอีกด้วย เรียกว่าคุ้มสุดๆไปเลย

  • ใช้รถไฟ JR ลงสถานี Maihama เดินไปประมาณ 5 นาที
  • เวลาเปิดปิด 9.00-22.00
  • ค่าเข้าสำหรับวันเดียว 7,400 เยน (18 ปีขึ้นไป), 6,400 เยน (12-17), 4,800 เยน (4-11)

 

เที่ยวญี่ปุ่น
ที่มา : travel.gaijinpot.com

3. Shibuya

ชิบูย่าตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของกรุงโตเกียว เป็นศูนย์กลางของวัยรุ่น โดยเฉพาะด้านแฟชั่น ใครขาช้อปเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์เลยทีเดียว นอกจากที่นี้โดดเด่นด้านแฟชั่นแล้ว ร้านอาหารแหล่งบันเทิงก็ไม่น้อยหน้า

ที่นี้ยังมีแลนด์มาร์คสำคัญอย่างแยก Shibuya Crossing ที่ทุกคนพร้อมใจกันข้ามถนน ระวังหลงกับเพื่อนด้วยล่ะ และอีกแลนด์มาร์คคือรูปหล่อสุนัขฮาจิโกะ Hachiki Statue ใครมาย่านชิบูย่าแล้ว หาฮาจิโกะไม่เจอ ถือว่าไม่ได้มาเหยียบชิบูย่าเลยแหละ

  • ใช้รถไฟลงสถานี Shibuya คุณสามารถเดินเล่นได้ทั้งย่านเลย
เที่ยวญี่ปุ่น
ที่มา : indonesia.fun-japan.jp

4. Tomiokahachimangu

เราลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเข้าศาลเจ้า ไหว้พระเพื่อความสิริมงคลกันบ้างดีกว่า ศาลเจ้านี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1627 หากใครชอบศาลเจ้าที่เงียบสงบ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ ต้นไม้ใหญ่ เหมาะกับการทำบุญเป็นอย่างยิ่ง ที่นี้ก็ถือเป็นอีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

ในช่วงเดือนสิงหาคมจะมีเทศกาล ฟุคะกะวะฮะชิมังกู เป็นเทศกาลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 350 ปี ขนาดคนญี่ปุ่นยังมากันอย่างหนาแน่น ถ้าใครไปในช่วงนั้นก็อย่าลืมไปกันนะคะ

  • ลงสถานีรถไฟ Monzen-nakacho เดินไปประมาณ 3 นาที ก็ถึงแล้วค่ะ
  • ค่าเข้าฟรี


 

เที่ยวญี่ปุ่น
ที่มา : osaka-info.jp

Osaka เมืองแห่งประวัติศาสตร์

จบจากเมือง Tokyo แล้ว เราจะไปต่อกันที่เมือง Osaka โดยนั่งรถไฟความเร็วสูงอย่าง ชินคันเซ็น โดยใช้บัตร JR Pass (บัตรเหมาจ่ายค่ารถไฟ) ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 30 นาที เท่านั้นคุณก็จะถึงเมือง Osaka (โอซาก้า) พร้อมแล้วไปลุยกันเลย

1. Osaka Castle

ปราสาทโอซาก้าได้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกสำคัญของประเทศ ภายในมีการจัดแสดงภาพเขียน เครื่องแต่งกายโบราณ และอื่นๆ ส่วนหอคอยชั้น 8 เพื่อนๆสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองโอซาก้าได้เลย

รอบๆปราสาทมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีต้นไม้ดอกไม้งามสะพรั่งเต็มพื้นที่ ที่นี้ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองนี้ หากใครไม่ไปถือว่ายังไม่ถึงโอซาก้านะจ้ะ

  • รถไฟ JR Morinomiya เดินอีก 20 นาที
  • เวลาเปิด-ปิด 09.00-17.00 น. (ปิดวันที่ 28 ธค – 1 มค)
  • ค่าเข้า 600 เยน
เที่ยวญี่ปุ่น
ที่มา : blog.gaijinpot.com

2. Dotonbori

ย่านโดทงโบริ เป็นย่านเอาใจขาช้อป ขาแชะ ขาโพส เพราะที่นี้มีร้านค้า ร้านอาหารให้นักท่องเที่ยวได้แวะ ได้ลองอยู่มาก อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของที่นี้คือ ป้ายไฟ Glico man ที่เหล่าคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวมาเจอร์กับป้ายไฟพร้อมก็อปท่าเหมือนเจ้าป้ายไฟนี้

Glico ขนมยอดฮิตขวัญใจเด็กๆและผู้ใหญ่หลายๆคน ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Glico ห้ามพลาดป้ายไฟนี้เด็ดขาด

  • นั่งรถไฟ Midosuji Line ลงสถานี Namba เดินอีก 4 นาที
เที่ยวญี่ปุ่น
ที่มา : blog.gaijinpot.com

Sapporo เมืองน้ำแข็ง ที่คุณห้ามพลาด

Sapporo ญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวเรียกได้ว่าเป็นความฝันของใครหลายๆคน เพราะ อยากสัมผัสอากาศหนาว หิมะ ใส่เสื้อโค้ทถ่ายรูปปังๆ ซึ่งหนึ่งในความฝันของใครหลายๆคนจะต้องมีเมืองซัปโปโรอยู่ในใจแน่นอน

เมืองซัปโปโรเป็นเมืองศูนย์กลางของเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองขนาดใหญ่ ช่วงฤดูหนาวเมืองนี้จะปกคลุมไปด้วยหิมะ แค่พูดถึงหิมะคนไทยอย่างเราก็อยากไปแล้วใช่ไหมคะ ถึงแม้อุณหภูมิจะติดลบเราก็พร้อมจะสู้

เมืองซัปโปโรมีเทศกาลโด่งดังอย่าง เทศกาลหิมะ ที่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวทั่วโลกเฝ้ารอกัน โดยจะจัดแสดงงานศิลปะจากน้ำแข็งและหิมะทั่วพื้นที่ซัปโปโร ตกดึกก็จะประดับไฟต่างๆนานา พร้อมให้ทุกท่านได้เก็บภาพกัน

  • ใช้รถไฟใต้ดินลงสถานี Odori แล้วออกทางสวนสาธารณะ ก็ถึงที่หมายเลย

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสถานที่ที่ rabbit finance คัดมาสำหรับคนที่จะไปญี่ปุ่น ในช่วงเทศกาลหยุดยาอย่างวันปีใหม่ ส่วนใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปไหน ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นอีกสถานที่ที่เพื่อนๆไม่ควรพลาดนะคะ

แต่ที่สำคัญ ก่อนที่เพื่อนๆจะเดินทางไปต่างประเทศ ควรทำประกันเดินทางเผื่อเกิดปัญหาระหว่างเดินทาง กระเป๋าหาย เครื่องบินดีเลย์ หรือหนักสุดเกิดป่วยระหว่างท่องเที่ยว ประกันเดินทางจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้คุณเอง


avatar
by Echo Wave
วันไหนที่แรงบันดาลใจหมด หรือตัวตนตกหล่นไป เราจะไปริมน้ำและนั่งมอง ปล่อยให้ทุกสิ่งเคลื่อนไป แล้วทุกอย่างที่หายไปจะกลับมา...
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon