เปิดประวัติ เจฟฟ์ เบโซส์ บุคคลที่รวยที่สุดของโลก ปี 2018

posted: 3 months ago
1,487 views
เปิดประวัติ เจฟฟ์ เบโซส์ บุคคลที่รวยที่สุดของโลก ปี 2018

comments

ถ้านึกถึง คนที่รวยที่สุดในโลก หลายๆ คงคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “บิล เกสต์” นักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ร่วมก่อตั้ง “ไมโครซอฟท์” และทุกคนต้องรู้กันดีว่า เขาคือมหาเศรษฐีผู้รั้งตำแหน่ง คนที่รวยที่สุดในโลก อีกด้วย แต่ปี 2018 โพเดียมลำดับที่ 1 ไม่ใช่ของ บิล เกสต์ อีกต่อไป


คนที่รวยที่สุดในโลก มหาเศรษฐี

เจฟฟ์ เบโซส์ ขึ้นแท่น คนที่รวยที่สุดในโลกปี 2018

ปีที่ผ่านมา บิล เกสต์ ได้รับ การจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์  ให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกประจำปี 2017 ซึ่งการจัดอันดับครั้งนั้นทำให้ บิล เกสต์ ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยมูลค่าทรัพย์สินได้เพิ่มขึ้นเป็น 86,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ในขณะนั้นเอง เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ “Amazon.com” ได้ขึ้นเป็น คนที่รวยที่สุดในโลก อันดับที่ 3 ประจำปี 2017 โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากที่สุดของโลกถึง 27,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ใครเลยจะรู้ว่า ปี 2018 เจฟฟ์ เบโซส์ ขึ้นแท่นเป็นคนที่รวยที่สุกในโลกประจำปี 2018

เพราะว่าจากการประเมินของนิตยสารฟอร์บส์ ราคาหุ้นของ Amazon ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 59 ในช่วง 12 เดือนของปี 2017 ที่ผ่านมา ทำให้ทรัพย์สินของ เจฟฟ์ เบโซส์ เมื่อรวมๆ แล้วเพิ่มขึ้น 112 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  ส่งผลให้ บิล เกสต์ หล่นมาอันดับที่ 2 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่ง 10 คนที่รวยที่สุดในโลก ปี 2018 ถูกจัดอันดับโดย Forbes มีดังนี้

1. เจฟฟ์ เบโซส์  (Amazon)  – มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 112 ,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
2. บิล เกสต์ (Microsoft) –  มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 90, 000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
3. วอร์เรน บัฟเฟต์ (Berkshire Hathaway)   มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
4. แบร์นาร์ด อาร์โนลต์ (LVMH) –  มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
5. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Facebook) –  มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 71,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
6. อามันซิโอ ออร์เตก้า (Zara) – มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
7. คาร์ลอส สลิม เฮลู (Telmex) –  มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 67,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
8. ชาร์ลส คอช ( Koch Industries)   มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตำแหน่งร่วม)
9. เดวิด คอช ( Koch Industries)   มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตำแหน่งร่วม)
10. แลร์รี่ เอลลิสัน (Oracle Corporation) –  มีมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 58,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และถ้าใครกำลังมองหาชื่อของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ อยู่ล่ะก็ บอกเลยว่าในปี 2018 ทรัมป์ร่วงจากอับดับที่ 544 ในปีที่แล้วไปอยู่ลำดับที่ 766 ในปีนี้ ด้วยมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปีนี้ช่างไม่ใช่ปีของทรัมป์เลยจริงๆ


คนที่รวยที่สุดในโลก มหาเศรษฐี

คนที่รวยที่สุดในโลก ปี 2018 เริ่มต้นธุรกิจจากอะไร

ไม่มีใครไม่รู้จัก  www.amazon.com แน่นอน เพราะ Amazon ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมแบบสุดๆ อีกด้วย แต่ใครเลยจะรู้ว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจระดับ 112 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จะมาจากร้านหนังสือออนไลน์ที่เรียบง่ายในห้องนอนของตัวเอง

ความคิดของ เจฟฟ์ เบโซส์ เขาคิดว่า อยากทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายของทุกอย่างได้ด้วย การซื้อของออนไลน์ ลูกค้าจะต้องนึกถึง Amazon.com เป็นที่แรกเสมอ แต่สิ่งที่เจฟฟ์ เบโซส์ คิดเพิ่มไปอีก 1 ขั้นก็คือ “ต้องขายของที่ขายออกยากๆ” สุดท้ายหวยก็ลงที่ “หนังสือ”

  • ในปี 1994

Amazon.com ถือกำเนิดขึ้นแบบจริงๆ จังๆ ในโรงรถในบ้านของตัวเอง ณ เวลานั้น เจฟฟ์ เบโซส์ ก็ได้ลาออกจากงานประจำของตัวเอง (บริษัทลงทุนเฮดจ์ฟันด์ที่นิวยอร์ก) อาจเป็นเพราะว่า ผู้คนเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น จ่ายเงินออนไลน์มากขึ้น การขายสินค้าปลีกทางออนไลน์ต้องมีอนาคตที่ยาวไกลแน่นอน

Amazon.com สามารถสร้างกำไรได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 30 วัน และ 2 เดือนต่อมา สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 20,000 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

ซึ่งยอดขายทั้งหมดมาจาก การขายหนังสือที่ไม่มีหนังสต๊อกไว้สักเล่ม แต่เมื่อมีการสั่งสินค้าเข้ามา เขาก็จะส่งออร์เดอร์นั้นไปยังร้านขายหนังสือ หรือสำนักพิมพ์อีกหนึ่งทอด นี่แหละนะ ที่เรียกว่า ร้านค้าออนไลน์ สินค้าลอยอยู่ในอวกาศ เงินลอยในอวกาศ

และอีก 2 ปีต่อมา เจฟฟ์ เบโซส์ สามารถผลักดันให้ Amazon.com เข้าสู่ตลาดหุ้นได้สำเร็จ และมองเห็นรูปแบบธุรกิจของตัวเองชัดเจนขึ้นว่า Amazon.com ควรจะเป็นเว็บไซต์ที่ขายอะไรก็ได้ ไม่ใช่แค่หนังสือเท่านั้น ปัจจุบันในเว็บไซต์จึงมีสินค้าให้ทุกคนเลือกมากมาย

 


คนที่รวยที่สุดในโลก มหาเศรษฐี

  • ในปี 2007

จริงอยู่ที่ว่า Amazon.com สร้างกำไรให้ เจฟฟ์ เบโซส์ ได้มากมาย  ในปี 2007 เขาได้ใช้ความรู้จากคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ที่ตัวเขาเองชอบเกี่ยวระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้วมาสร้างผลงานที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ก็คือ

โกดังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่บนอินเทอร์เน็ตในระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ตลอดเวลา ซึ่งมีชื่อว่า “Amazon Web Service”

จุดเริ่มต้นของ Amazon.com คือขายหนังสือ ทำให้ Kindle คืออุปกรณ์แท็บเล็ตที่เอาไว้อ่านหนังสือแบบออนไลน์ (E-Book) จะอ่านที่ไหนก็ได้ จะพกกี่เล่มก็ได้ มีลักษณะคล้ายๆ กับไอแพดในปัจจุบัน แต่เอาไว้อ่านหนังสืออย่างเดียว

ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับหนังสือแล้ว ก็มีความสำเร็จอีกมากมาย ทั้ง Amazon Prime สำหรับดูวิดีโอ, Alex ผู้ช่วยส่วนบุคคลอัจริยะ, การประกาศซื้อกิจการสำนักพิมพ์วอชิงตันโพสต์ด้วยเงินสด หรือแม้แต่ “Prime Air (อากาศยานไร้คนขับ) ที่เป็นบริการขนส่งสินค้าด้วยเทคโนโลยีออคโทคอปเตอร์ จัดส่งสินค้าไม่เกิน 2.2 กิโลกรัม

จุดเริ่มเต้นของ Amazon.com เกิดขึ้นจากการขายหนังสือออนไลน์ของเขาเอง ทั้งๆ ที่ตอนนั้น เจฟฟ์ เบโซส์ ก็เป็นแค่พนักงานบริษัท แต่ก็เลือกที่จะลาออกมาทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แถมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและประสบความสำเร็จอีกด้วย แม้จะมีทั้งพ่อแม่ และหัวหน้างานทักท้วง แต่เขาก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อ ทุกวันนี้จึงมีชื่อ Amazon.com และมีคนที่รวยที่สุดในโลกประจำปี 2018 อย่าง เจฟฟ์ เบโซส์


avatar
by 9 Tails

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon