ตามรอยกีฬาของ “พ่อหลวงรัชกาลที่ 9”

posted: 2 years ago
ตามรอยกีฬาของ “พ่อหลวงรัชกาลที่ 9”

comments

เราคงเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เล็กจนโตถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชต่อประชาชนชาวไทย ในเรื่องของการเป็นกษัตริย์นักพัฒนาที่ต่อสู้กับความจนเพื่อให้ประชาชนทุกคนของท่านมีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น

พระองค์ทรงเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ประชาชนมากมาย นอกจากนี้พระองค์ท่านทรงได้รับคำสดุดีชื่นชมจากนานาประเทศว่าทรงมีพระอัจฉริยภาพหลายด้าน หนึ่งในนั้นก็คือ “พระอัจฉริยภาพด้านกีฬา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โปรดการเล่นกีฬามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โปรดกีฬาหลายประเภท เช่น สกีน้ำแข็ง, ยิงปืน, กอล์ฟเล็ก, การแข่งขันรถเล็ก, เทนนิส, แบดมินตัน และเครื่องร่อน

โดยทรงกีฬาเหล่านี้มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยทรงศึกษาข้อมูลของกีฬาแต่ละประเภทอย่างละเอียด และทรงฝึกฝนจนปฏิบัติได้ดี

 


 

พระอัจฉริยภาพ
ขอขอบคุณภาพจาก pantip.com

โดยพระองค์ท่านได้พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการกีฬาไว้ว่า

“การกีฬามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคนและชีวิตบ้านเมือง”

พระราชดำรัสนี้แสดงให้เห็นถึง พระราชปณิธานในเรื่องการส่งเสริมการกีฬาว่า เป็นสิ่งจำเป็นและเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคคลและประเทศชาติ จึงทรงส่งเสริมกีฬาทุกประเภท พร้อมทั้งทรงกีฬามากมายหลายประเภทเช่นกัน วันนี้เราจึงจะขออัญเชิญเรื่องราวเหล่านั้นมานำเสนอให้พวกเราชาวไทยได้ทราบกัน


ตามรอยกีฬาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

1. พระปรีชาสามารถด้านเรือใบ

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสนพระราชหฤทัยในกีฬาเรือใบเป็นพิเศษ เนื่องจากพระองค์ท่านโปรดปรานการช่าง โดยเรือใบของพระองค์จะทรงต่อด้วยพระองค์เอง และจะทรงทดลองแล่นในสระน้ำภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ซึ่งเรือใบฝีพระหัตถ์ลำแรกที่ทรงต่อด้วยพระองค์เองเป็นเรือใบพระที่นั่งเอ็นเตอร์ไพรส์ พระราชทานชื่อเรือว่า “ราชปะแตน” และต่อมาทรงต่อเรือใบประเภท OK ขึ้นอีก พระราชทานชื่อว่า “นวฤกษ์”

การทรงเรือใบของพระองค์ ไม่เพียงแค่ทรงเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น หากแต่ยังทรงต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง และนำเรือใบที่พระราชทานชื่อว่า “นวฤกษ์” ไปร่วมในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นกีฬาซีเกมส์ จนทรงได้รับชัยชนะใบประเภท OK  เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2510 สร้างความปิติให้กับคนไทย ก่อนถือฤกษ์นำวันดังกล่าวมาเป็น “วันกีฬาแห่งชาติ” ถึงขนาดวงการกีฬาเรือใบระดับโลกให้การยอมรับ

2. พระปรีชาสามารถด้านกีฬาแบดมินตัน

 

ในอดีตเมื่อครั้งที่พระราชภารกิจยังมีไม่มากมายพระองค์ท่านโปรดกีฬาแบดมินตันเป็นอย่างมาก ทรงนิยมเล่นหลายประเภท ทั้งประเภทคู่ และประเภท 3 คน ซึ่งในช่วงเวลานั้นกีฬาแบดมินตันของประเทศไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก

แต่ด้วยสายพระเนตรที่กว้างไกล ทำให้มีรับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า “กีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาหนึ่งในไม่กี่ประเภทที่คนไทยสามารถไต่เต้าไปสู่ระดับโลกได้ เพราะไม่เสียเปรียบทางด้านรูปร่างและพละกำลังมากเกินไป” โดยในปีพ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ให้กับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย

นอกจากทรงแบดมินตันเป็นการส่วนพระองค์แล้ว ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการกีฬาแบดมินตันเป็นอย่างมาก ทรงชี้แนะพระราชทานข้อแก้ไขเทคนิคการเล่นแก่นักกีฬาของไทยด้วยพระเมตตา และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างใหญ่หลวงแก่กีฬาแบดมินตันในประเทศไทย จนเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในเวทีแบดมินตันโลกได้ในที่สุด


3.  พระมหากรุณาธิคุณกับวงการมวย

 

พระมหากรุณาธิคุณ
ขอขอบคุณภาพจาก  matichon.co.th

“กีฬามวย” ถือเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้มากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระมหากรุณาธิคุณกับวงการกีฬามวยมาโดยตลอด

เมื่อมีการจัดแข่งขันระหว่างนักมวยไทยและนักมวยต่างชาติ พระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานทอดพระเนตรการชกมวยอยู่เสมอ ซึ่งหลังจากการชกแต่ละครั้ง จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักมวยเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด มีพระราชปฏิสันถารอย่างเป็นกันเองด้วยความห่วงใย และจะพระราชทานเข็มขัดแชมป์โลกให้ด้วย

4. พระมหากรุณาธิคุณทั่วไปในวงการกีฬา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแก่วงการกีฬาไทยอยู่เสมอ นอกจากการเอาพระทัยใส่ และทรงอุปถัมภ์การกีฬาหลายประเภทแล้ว ยังมีพระราชกรณียกิจหลายประการอันเป็นคุณประโยชน์ เป็นสิริมงคลสูงสุดแก่วงการกีฬาไทย และนักกีฬาไทย อันได้แก่

  • พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

พระองค์ได้พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นักกีฬา และผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อการกีฬาในปีพุทธศักราช 2534 – พุทธศักราช 2536 สืบเนื่องจากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 11 ณ ประเทศจีน, การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 16 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ และการแข่งขันโอลิมปิก ครั้งที่ 25 ณ ประเทศสเปน

  • พระราชทานทุนนักกีฬา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานทุนแก่นักกีฬาที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ยกตัวอย่างเช่น ทุนมวยไทยในมูลนิธิอานันทมหิดล โดยเงินที่พระราชทานให้นั้นมาจากกองทุนโดยเสด็จพระราชกุศล และศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน นักแบดมินตันรองแชมป์โลกชายเดี่ยว ออล อิงแลนด์ 2 สมัย ที่ได้รับพระราชทานทุนส่วนพระองค์ไปศึกษาในประเทศอังกฤษ เป็นต้น

  • พระราชทานไฟพระฤกษ์

ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครั้งสำคัญๆ พระองค์จะพระราชทานไฟพระฤกษ์ให้นำไปประกอบพิธีเปิดการแข่งขันทุกครั้ง

ถึงแม้ว่าพระอัจฉริยภาพด้านการกีฬาของพระองค์จะเริ่มจากความสนพระราชหฤทัยส่วนพระองค์ แต่ด้วยทรงเห็นว่ากีฬาเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินชีวิต เนื่องจากกีฬาทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

ดังนั้น พระองค์จึงทรงพยายามปลูกฝังการกีฬากับพสกนิกรชาวไทยเรื่อยมา อีกทั้งยังทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีว่า “นักกีฬานั้นต้องสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ” และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท …


avatar
by I'm Duck
เป็ดที่เก่งไม่สุดสักทาง ปัจจุบันอยากเขียนบทความดีๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเยอะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon