สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ สัญญากู้ยืมเงิน

posted: 1 year ago
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ สัญญากู้ยืมเงิน

comments

เรื่องเงินนี่มันเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เลยนะคะคุณผู้อ่าน บางครั้งก็คิดว่ามีเงินเท่านี้แหละพอแล้ว แต่อยู่ๆ ก็ดันมีรายจ่ายฉุกเฉินเข้ามา ก็เลยจำเป็นต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามา แน่นอนว่า ตอนที่ต้องกู้ใน ช่วงที่ร้อนเงิน อำนาจในการต่อรองของเจ้าหนี้ก็จะมีมากกว่าเราอยู่แล้ว และเราอาจเสียเปรียบได้


สัญญากู้เงิน

กฎหมายที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน

หากเราไปกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้โดยที่ไม่มีข้อมูลเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินมาก่อน เราก็อาจถูกเจ้าหนี้เอารัดเอาเปรียบได้  แต่ถ้าหากเรา มีความรู้ด้านกฎหมาย อยู่บ้าง ก็จะช่วย ลดความเสียเปรียบ ตรงนี้ลงได้ค่ะ

โดยกฎหมายที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ซึ่งทางเราขอหยิบยกเอา 7 ประเด็นสำคัญที่ผู้กู้ยืมเงินควรรู้มาแบ่งปันกันในวันนี้ค่ะ

1.หลักฐานการกู้ยืมเงินและการใช้เงิน

การกู้ยืมจะสามารถทำการฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ก็ต่อเมื่อ ลูกหนี้มีการผิดนัดหรือไม่ชำระหนี้ และต้องเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ว่า

การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง และลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้

เพราะฉะนั้น การกู้ยืมเงินกันตั้งแต่ 2,001 บาท ก็ต้องมีการทำหลักฐาน หรือ สัญญาการกู้เอาไว้ ซึ่งในกฎหมายไม่ได้มีรูปแบบของสัญญาที่ตายตัว แต่ต้องมีข้อมูลครบถ้วนว่า

  • กู้ยืมเมื่อใด
  • ใครเป็นผู้กู้  
  • ใครเป็นผู้ให้กู้  
  • กู้เงินจำนวนเท่าใด
  • คิดอัตราดอกเบี้ยเท่าใด
  • ที่สำคัญต้องให้ผู้กู้ลงลายมือชื่อเอาไว้ในสัญญานั้นด้วย

2.พิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงลายมือชื่อได้หรือไม่ ?

หากผู้กู้ไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ สามารถพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในสัญญาการกู้ยืมแทนได้ แต่ต้องมีพยานในการรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ 2 คน  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 9 วรรคสองที่เขียนว่า

ข้าพเจ้านาย ก. และนาย ข. ขอรับรองว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วมือของนาย จ. ผู้กู้ แล้วให้พยานทั้งสองลงลายมือชื่อไว้ด้วย

3.หลักฐานแห่งการกู้ยืมที่มีการแก้ไข

หากมีการแก้ไขหลักฐาน หรือ สัญญากู้ยืมเงิน ในระหว่างที่ยังทำเอกสารไม่เสร็จสมบูรณ์ตามความประสงค์ของคู่กรณี  แม้จะไม่ได้มีการลงชื่อกำกับไว้ก็สามารถเป็นหลักฐานการกู้ยืมที่สมบูรณ์ได้  เช่น มีการแก้ไขตัวเลขด้วยการขีดฆ่าเพื่อแก้ไข  แต่ในกรณีนี้เราจำเป็นต้องมีพยานเพื่อช่วยระมัดระวังการโกง


 

ทำสัญญากู้ยืมเงิน

4.การแก้ไขหลักฐานการกู้ยืมเงินที่สมบูรณ์แล้ว

หากหลังจากที่ได้ทำหลักฐานสัญญากู้ยืมเงินเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วนั้น ต่อมามีการกู้เงินเพิ่มเติม โดยที่ไม่ได้มีการทำหลักฐานกู้ยืมขึ้นมาใหม่ แต่ไปแก้ไขในสัญญาเดิม โดยที่ผู้กู้ไม่ได้ลงชื่อกำกับไว้ จะถือว่าการกู้ครั้งแรกเท่านั้นที่มีหลักฐาน

ดังนั้น การกู้เงินกันแต่ละครั้ง ควรจะเขียนสัญญากันใหม่ทุกครั้งนะคะ

5.การนำสืบว่ามีการใช้หนี้เงินกู้แล้วจะทำอย่างไร

การที่ผู้กู้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ได้ขอสัญญากู้คืนมากจากผู้ให้กู้ ต่อมาเมื่อถูกฟ้องร้องก็ทำได้เพียงอ้างว่าชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว โดยในกรณีนี้ ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคสอง ได้บัญญัติเอาไว้ชัดเจน ว่า

“ในการกู้ยืมเงินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง และลงลายมือชื่อผู้ให้ยืม หรือหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว”

ดังนั้น หากไม่มีการบันทึกในสัญญาว่า

  • ผู้กู้ได้ชำระเงินคืนว่าชำระคืนในวันใด
  • ชำระเงินเป็นจำนวนเท่าใด
  • ไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้กู้ไว้
  • ไม่มีสัญญาคืนกลับมาอยู่ในมือของผู้กู้  

ก็ไม่สามารถนำมาอ้างว่าชำระหนี้ไปแล้วได้ เพราะฉะนั้น ถ้าชำระหนี้แล้วอย่าลืมขอสัญญากลับมาด้วยนะคะ

6.คิดดอกเบี้ยเงินกู้เกินร้อยละ 15 ได้หรือไม่?

กฎหมายห้าม คิดดอกเบี้ย เกินร้อยละ 15 ต่อปี (ร้อยละ 1.25  บาทต่อเดือน)

แต่ถ้าผู้กู้ได้ชำระดอกเบี้ยที่เกินอัตราให้แก่ผู้ให้กู้ไปแล้ว ถือเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจก็จะเรียกดอกเบี้ยที่เกินอัตรานั้นคืนไม่ได้ ก่อนที่จะทำสัญญาต้องระวัง อย่าให้ดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 นะคะ

7.ผู้กู้และผู้ให้กู้ยอมรับของอื่นแทนเงินที่กู้ได้หรือไม่?

ถ้าทำสัญญากู้ยืมเงินกัน และผู้กู้ยอมรับเอาสิ่งของหรือ ทรัพย์สินอย่างอื่นแทนการชำระเงินที่กู้ยืมก็ได้ โดยให้คิดเป็นหนี้ค้างชำระเท่ากับราคาท้องตลาดแห่งสิ่งของหรือทรัพย์สินนั้นในเวลาและสถานที่ส่งมอบ

เช่น การเอาทอง 1 บาทชดใช้แทนเงินกู้ ก็ต้องคิดเป็นเงินตามราคาทองในท้องตลาด ณ ช่วงเวลานั้น

และนี่ก็คือ สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนจะทำการกู้ยืมเงิน ปัจจุบันการกู้ยืมเงินนั้นมีการทำสัญญาที่เอารัดเอาเปรียบลูกหนี้อยู่ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะกู้ยืมเงินใครนั้นให้ลองพิจารณาข้อตกลงให้ดีเสียก่อน หรือ กู้ยืมเงินกับผู้ที่เชื่อถือได้ ก็จะปลอดภัยมากกว่านะคะ


avatar
by IN-Wsible
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon