บริษัทไม่ให้ลาป่วย ทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ?

posted: 1 year ago
บริษัทไม่ให้ลาป่วย ทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ?

comments

1 ปี มี 365 วัน ใน 365 วันมี 8,760 ชั่วโมง จึงไม่น่าแปลกใจว่าร่างกายของเราที่ทำงานอย่างหนักหน่วงภายในระยะเวลากว่า 300 วัน จะต้องมีการสึกหรอ หรือเรียกง่ายๆว่า “ป่วย” เกิดขึ้นบ้าง

บางคนอาจจะเคยเจอเหตุการณ์ที่ว่าป่วย แต่เจ้านายให้ลาหยุดได้แค่ปีละ 3 ครั้งเพราะเป็นกฏของบริษัท แล้วเราจะสามารถทำอย่างไรกับเหตุการณ์แบบนี้ได้บ้าง วันนี้เราจะไปหาคำตอบไปพร้อมๆกันค่ะ


ใน 1 ปีลาป่วยได้กี่ครั้ง?

ประกันสุขภาพ

เราเชื่อว่าคนทำงานหลายคนน่าจะรู้เกี่ยวกับจำนวนวัยลาป่วยใน 1 ปีกันพอสมควรแล้ว แต่สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน อาจจะยังไม่แน่ใจว่าตัวเองสามารถลาหยุดได้สูงสุดกี่วันใน 1 ปี ลองดูข้อกฎหมายจาก พระราชบัญญัติกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (อ้างอิงจาก www.labour.go.thพ.ศ.2541 มาตรา 32 ที่ระบุไว้ว่า

ให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ซึ่งการลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง หรือสถานพยาบาลราชการ

ในกรณีที่ลูกจ้างไม่อาจแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง หรือสถานพยาบาลราชการ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ ซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างในวันลาป่วยเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 30 วันทำงาน  “

จากกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนี้จึงสรุปได้ว่า

ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยที่ไม่ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ หากต่ำกว่า 3 วันทำงาน แต่ถ้าหากลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างสามารถให้แสดงใบรับรองแพทย์ได้

ซึ่งถ้าหาก นายจ้างได้ทำการจ้างแพทย์ไว้ในสถานประกอบการ สามารถให้แพทย์ผู้นั้นออกใบรับรองแพทย์ให้ได้ ในกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการทำงาน หรือ วันลาเพื่อคลอดบุตร ไม่ถือว่าเป็นการลาป่วย

และข้อสงสัยที่ว่าถ้าหากลาป่วย 3 วันทำงานขึ้นไป ไม่ขอแสดงใบรับรองแพทย์ได้หรือไม่กรณีนี้ถูกแยกออกมาเป็นสองประเด็นคือ ป่วยจริง หรือ ไม่จริง

  • กรณีที่ป่วยจริง

หากเรามีอาการเจ็บป่วยจริง และขอลาป่วย 3 วันทำงานขึ้นไป โดยไม่แสดงใบรับรองแพทย์แต่ลูกจ้างสามารถพิสูจน์ได้ว่าเจ็บป่วยจริง ในกรณีนี้ถึงว่ามีสิทธิลาป่วยได้ แต่ผิดระเบียบการลา คือ ไม่แสดงใบรับรองแพทย์

นั่นหมายความว่า ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เพราะป่วยจริงตามมาตรา 32 และมีสิทธิได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน ตามมาตรา 5

  • กรณีป่วยไม่จริง

หากคุณไม่มีอาการเจ็บป่วย แต่มีการขอลาป่วยเกิน 3 วัน และไม่แสดงใบรับรองแพทย์ตามระเบียบ และ หากนายจ้างสามารถพิสูจน์ได้ว่าอาการเจ็บป่วยที่คุณแจ้งไว้ก่อนหน้านั้นไม่เป็นความจริง นายจ้างมีสิทธิไม่อนุมัติการลาป่วยดังกล่าวได้ โดยถึงว่าขาดงานและละทิ้งหน้านี้ ลาป่วยเท็จ และเข้าข่ายทุจริตต่อนายจ้าง

จะเห็นได้ว่า การแสดงใบรับรองแพทย์นั้นถือว่าเป็นเอกสารประกอบความน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายจ้างเป็นหลักอยู่ดี


ลาป่วยแล้วเบิกประกันสุขภาพได้ไหม

เบิกค่าประกัน

โดยปกติ ตามกฎหมายแล้วทุกบริษัทจะมีทำประกันสังคมให้ แต่ก็จะมีบางบริษัทที่ทำประกันสุขภาพกลุ่มให้ด้วย ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่เราเจ็บป่วย เราสามารถไปโรงพยาบาลและนำใบเสร็จมาเพื่อเบิกเงินจากประกันสังคม แลประกันสุขภาพกลุ่มได้ 

ส่วน จำนวนที่เบิกได้นั้นขึ้นอยู่กับว่าบริษัทของเราเลือกทำประกันสังคม และประกันชีวิตตัวไหน บางแห่งก็ครั้งละ 2000 บาท บางแห่งก็ปีละ 1 แสนบาท แล้วแต่ว่าบริษัทเลือกทำประกันประเภทไหน

แต่ถ้าว่าในความเป็นจริงแล้วผลประโยชน์ที่เราจะได้รับจากประกันสังคม หรือประกันสุขภาพกลุ่มนั้น ก็อาจจะไม่เท่ากับการทำประกันสุขภาพด้วยตัวเอง เพราะสุขภาพของคนเราไม่เหมือนกัน ประกันสังคม และประกันสุขภาพกลุ่มก็เป็นเพียงประกันชีวิตที่ดูแลสุขภาพของเราเบื้องต้นเท่านั้น ดังนั้นการทำประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเองย่อมดีกว่าอยู่แล้ว


ควรซื้อประกันสุขภาพไหม

ประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคน เพราะเราไม่รู้ว่าวันข้างหน้าของเราจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถึงแม้เราจะมีประกันสังคม หรือสวัสดิการพนักงานจากบริษัทที่คุ้มครองได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ยิ่งไปกว่านั้น ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุรายบุคคลยังจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ทำงานอิสระที่ไม่มีประกันสังคม และประกันสุขภาพกลุ่มรองรับ

ซึ่งข้อดีของการทำสุขภาพรายบุคคลคือ เราสามารถเลือกแพ็คเกจที่ตรงกับความเหมาะสม ค่าใช้จ่าย วิถีชีวิต และความเสี่ยงของเราได้ เพราะประกันชีวิตแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน ดังนั้น การเลือกประกันชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเองนั้น จะทำให้เราได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการทำประกัน

ซึ่งปัจจุบันก็มีบริษัทประกันชีวิตหลายแห่งเพิ่มขึ้นอย่างมากมายทำให้เราไม่รู้ว่า ทำประกันที่ไหนดี? เราจึงต้องการโบรกเกอร์ประกันภัยที่มีหน้าที่คอยดูแล และให้คำแนะนำต่างๆเกี่ยวกับประกันชีวิตที่เหมาะสมกับเราอย่าง rabbit finance ที่สามารถให้คำแนะนำ เปรียบเทียบผลประโยชน์จากบริษัทประกันภัยหลายๆแห่งได้ แน่นอนว่าช่วยให้คุณประหยัดเวลา และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพอย่างแน่นอน 

 


avatar
by xcstasy.mm

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon