แก้เหลื่อมล้ำ 1 ม.ค.63 ใครมีที่ดินเกิน 50 ลบ. เตรียมเสีย ภาษี

posted: 5 days ago
แก้เหลื่อมล้ำ 1 ม.ค.63 ใครมีที่ดินเกิน 50 ลบ. เตรียมเสีย ภาษี

comments

ใช้เวลาเกือบ 2 ปีกับการหารือแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ภาษี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลังจากที่บ้านเมืองเรากำลังมีการพัฒนาแนวรถไฟฟ้า และรถไฟฟ้าความเร็วสูงเพิ่มมากขึ้นในหลากหลายเส้นทาง ส่งผลให้ที่ดินมีการอัปเพิ่มราคาขึ้นเป็นหลายเท่าตัว

ล่าสุด กระทรวงการคลังดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผ่านชั้นคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ จนสำเร็จ ส่งผลให้ประเทศไทยเราจะได้ฤกษ์ใช้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 63 เป็นต้นไป แล้วภาษีฉบับนี้ครอบคลุมอย่างไรบ้าง rabbit finance ได้หาข้อมูลลงรายละเอียดมาให้ได้อัปเดตกันแล้วค่ะ

ทำไมต้องมีการจัดเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง

ภาษี

หากย้อนไปหลายสิบปีก่อนกฎหมายภาษีโรงเรือน และที่ดินกับกฎหมายภาษีบำรุงท้องที่ มีการบังคับใช้มานานแล้ว และการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายทั้งสองฉบับไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เห็นได้จากในกรุงเทพฯ มีคนที่เสียภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่จำนวนกว่า 3 แสนคน เมื่อเทียบกับคนที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สก. และ สข.กว่า 4 ล้านคน จะเห็นได้ว่าคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากขึ้นแต่การจัดเก็บภาษีได้น้อย

ทั้งนี้รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงสนับสนุนการออกพ.ร.บ.เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะเป็นเครื่องมือทางการคลังที่สำคัญในการเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะเป็นผู้เก็บภาษีตัวนี้ ส่งผลให้มีการกระจายการใช้ประโยชน์จากที่ดินเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศด้วย

อย่างไรก็ดี จากการประเมินของ อปท. จะต้องรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้เสียก่อน ถึงจะมีอำนาจในการเข้าไปสำรวจการใช้ที่ดินจริงของประชาชนว่า ใช้เพื่อการเกษตร ที่อยู่อาศัย เพื่อการพาณิชย์ หรือเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคาดว่าจะต้องใช้เวลา 6-7 เดือน ถึงจะเสร็จทั้งหมดทั่วประเทศ


อัตราเพดาน ภาษี ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างใหม่

เพดานภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างใหม่ที่จะจัดเก็บได้ลดลงไปมากจากการหารือในครั้งก่อนๆ อยู่ที่ร้อยละ 40 อีกทั้งยังผ่อนผันทั้งเวลาและประเภทการใช้ที่ดินอีกหลายข้อ ซึ่งแบ่งการจัดเก็บที่ดินออกเป็นดังนี้

  • ภาษีที่ดินเพื่ออยู่อาศัย

บ้านหลังแรกที่มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้น ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท เสียภาษีร้อยละ 0.02 หรือล้านละ 200 บาท สำหรับบ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป ต้องเสียภาษีล้านละ 200 บาท

ภาษี

  • ภาษีที่ดินเกษตรกรรม

มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาทแรกก็ได้รับการยกเว้น จากนั้นที่เหลือทุกๆ 1 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 100 บาท และยกเว้นภาษีใน 3 ปีแรก เพื่อไม่ให้รายย่อยเดือดร้อน แต่หากเป็นนิติบุคคลหรือเกษตรกรรมรายใหญ่ คิดภาษีทุกมูลค่า 1 ล้านบาท เสียภาษี 100 บาท โดย 10 ล้านบาทจะเสียภาษี 1,000 บาท และจะเริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปีแรก

ภาษี

  • ภาษีที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรม

จะค่อยๆ เพิ่มอัตราภาษีแบบขั้นบันได สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.7 หรือที่มีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ขึ้นไป และถ้าหากที่ดินมีมูลค่าตั้งแต่ 200 – 1,000 ล้านบาท จะเก็บภาษีอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และถ้าหากที่ดินมีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 – 5,000 ล้านบาท จะเก็บภาษีอยู่ที่ร้อยละ 0.6 หากต้องจ่ายมากกว่าภาษีที่เสียอยู่เดิม จะให้ทยอยเพิ่มส่วนเกินจากปีแรกร้อยละ 25 จนครบร้อยละ 100

ภาษี

  • ภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า หรือที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์

เริ่มเก็บภาษีร้อยละ 0.3 ของราคาประเมิน และหากไม่ใช้ประโยชน์จะเก็บเพิ่มขึ้นทุก 3 ปี แต่ไม่เกินร้อยละ 3 จนกว่าจะมีการใช้ประโยชน์จากที่ดิน หมายความว่า ในปี 2563 จัดเก็บภาษีอยู่ที่ร้อยละ 0.3 ในปี 2566 เก็บอยู่ที่ร้อยละ 0.6 ในปี 2569 เก็บที่ร้อยละ 0.9 ,ปี 2572 เก็บที่ร้อยละ 1.2 , ปี 2575 เก็บที่ร้อยละ 1.5 ,ปี 2578 เก็บที่ร้อยละ 1.8 ,ในปี 2581 เก็บที่ร้อยละ 2.1 ,ในปี 2584 เก็บที่ร้อยละ 2.4,ในปี 2587 เก็บที่ร้อยละ 2.7 และในปี 2590 และปีต่อๆ ไป จะเก็บที่ร้อยละ 3.0 ซึ่งกินเวลาถึง 27 ปี


จับตาที่ดินชานเมืองแนวรถไฟฟ้าราคาพุ่ง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้ข้อมูลว่า ที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวม 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานีสมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านราคา

โดยพบว่า ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในไตรมาส 3 ปี 2561 ราคาที่ดินเปล่าที่อยู่ใกล้แนวเส้นทางการก่อสร้างรถไฟฟ้า มีราคาปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งค่าดัชนีเท่ากับ 219.2 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ภาษี

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลฯ ยังได้เปรียบเทียบราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา ในแต่ละทำเลที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนผ่านกับราคาที่ดินในทำเลที่ไม่มีโครงการรถไฟฟ้าผ่าน พบว่า ทำเลที่มีแผนการลงทุนโครงการลงรถไฟฟ้าในอนาคต มีราคาสูงกว่า 66.7% เนื่องจากราคาที่ดินปรับเพิ่มจากฐานราคาเดิมที่ยังไม่สูงมากนัก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่แถบชานเมือง

ส่วนทำเลที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า จะมีราคาสูงกว่า 51.6% แต่เมื่อแยกตามทำเลเฉพาะที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านแล้วจะพบว่า อันดับแรกที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่ BTS สายสุขุมวิท ปรับราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุด 27.6%

ขณะเดียวกันราคาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ระยอง จ.ชลบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา ปรับเพิ่มขึ้นสูงหลายเท่าตัว โดยเฉพาะตามชุมชน และตามแนวโครงการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานนั้นราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน


สุดท้ายก็ต้องมาลุ้นกันว่า พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่จะเลื่อนมาใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือปี 2563 นั้นจะยังคงทันสมัยเข้ากับยุคหรือไม่ หรือจะต้องมารับเปลี่ยนกันอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ร่างกฎหมายภาษีที่ดินพยายามกันมาเกือบ 30 ปี และผ่านมาแล้ว 12 รัฐบาล เราคงต้องมารอลุ้นกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : กระทรวงการคลัง, กรมสรรพากร, ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคาร,อาคารสงเคราะห์, posttoday, bangkokbiznews


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon