เรียนรู้จากตะวันตก ทำไมถึงแตกต่างจากคนไทย ?

posted: 1 year ago
1,417 views
เรียนรู้จากตะวันตก ทำไมถึงแตกต่างจากคนไทย ?

comments

ไม่ว่าเราจะดูข่าวตามช่องโทรทัศน์ ฟังเรื่องเล่าจากที่เขาพูดต่อๆ กันมา ชมภาพยนตร์ หรือกระทั่งไปท่องเที่ยวด้วยตนเอง เราก็มักจะได้เห็นวัฒนธรรมชาวตะวันตก ที่ผิดแปลกแตกต่างไปจากบ้านเราหลายอย่าง แต่วัฒนธรรมที่คนไทยมักจะนำมาเปรียบเทียบกับตัวเองมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของความเป็นระบบระเบียบของชาวตะวันตก เช่น การต่อแถวเข้าคิวอย่างเป็นระเบียบ การมาตรงเวลา มีความมั่นใจในสูง ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ หรือมีความเป็นปัจเจกบุคคลสูง เป็นต้น

ซึ่งในสายตาของคนไทยบางคนก็อาจจะมีความคิดที่ว่าทำไมวัฒนธรรมของชาวตะวันตกมันช่างแสนน่าชื่นชม น่าอิจฉาจังเลย  แต่เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า ทำไมหนอชาวตะวันตกถึงได้มีลักษณะนิสัยเช่นนี้ และทำไมชาวตะวันออกหรือคนไทยอย่างเรามีนิสัยอีกอย่างทั้ง ๆ ที่อยู่บนโลกใบเดียวกัน ?


ประวัติศาสตร์ที่แตกต่าง

 

สังคมทุนนิยมและวิทยาศาสตร์

 

จากการปาฐกถา ของ รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกในด้านของประวัติศาสตร์ไว้ว่า

 

  • วัฒนธรรมตะวันตกมีการพัฒนา ระบบกรรมสิทธิ์เอกชน  (private property) ที่เข้มแข็งและมีมายาวนานกว่าตะวันออก ย้อนจุดกำเนิดไปตั้งแต่ยุคสมัยอาณานิคมของกรีกในเอเชียไมเนอร์ 12 ศตวรรษก่อนคริสต์ศักราช ในยุคนั้นสถาบันกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลได้แพร่กระจายไปทั่วยุโรปอย่างรวดเร็ว จนพัฒนาไปเป็นระบบทุนนิยมในที่สุด ในขณะเดียวกันสังคมตะวันออกยังคงเป็นระบบแบบชุมชนร่วมกันครอบครองที่ดิน ไม่มีใครถือกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลแบบชัดเจนจนกระทั่งปีคริสต์ศตวรรษที่ 19

 

  • การเกิดแนวคิดมนุษยนิยม และ ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา หรือ Renaissance ในช่วงศตวรรษที่ 14 – 16 ก่อให้เกิดการปฏิรูปศาสนา จนนำมาสู่การค้นพบวิทยาศาสตร์เพื่อพยายามเข้าใจธรรมชาติในศตวรรษที่ 16

 

  • ในยุโรปมีการเกิดขึ้นของชนชั้นกลางหรือชนชั้นกระฏุมพี ท่ามกลางระบบทุนนิยมที่มีมายาวนานกว่า ยิ่งพอผนวกเข้ากับวิทยาศาสตร์จนเกิดเป็นระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมจึงยิ่งทำให้ระบบทุนนิยมแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

 

ด้วยเหตุที่ระบบทุนนิยมในยุโรปหรือชาวตะวันตกมีมายาวนานและต่อเนื่อง ความคิดแบบวิทยาศาสตร์จึงได้ฝังลึกอยู่ในเลือดและเนื้อของชาวตะวันตกส่งผลให้พวกเขามีลักษณะที่โดดเด่นที่ยังคงมีให้เราเห็นในปัจจุบันคือ เน้นความเป็นปัจเจกหรือส่วนบุคคล ให้ความสำคัญกับมนุษย์และเสรีภาพของมนุษย์ ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แสวงหาความรู้และคำตอบแบบวิทยาศาสตร์

 

 

จึงไม่แปลกที่คนไทยมักจะมองเห็นชาวตะวันตกเป็น ผู้ที่ใช้เหตุผล (วิทยาศาสตร์) มากกว่าอารมณ์ มีความมั่นใจในตนเอง และมีความเป็นปัจเจกมากกว่า เพราะพวกเขามีประวัติศาสตร์ที่เรียนรู้และชินชากับระบบทุนนิยม และแนวความคิดแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งสอนให้คิดอย่างเป็นระบบ มีหลักการและเหตุผลชัดเจน แต่ก็เคารพในความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เช่น ใครมาเข้าแถวก่อน คน ๆ นั้นจึงมีเหตุผลเพียงพอที่ควรจะได้รับคิวก่อนหน้าเรา เรามาช้ากว่าเขา เราก็ควรที่จะคิวหลังคนที่มาก่อน การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลเช่นนี้ ทำให้ไม่เกิดการแซงคิวเกิดขึ้นนั่นเอง

 


สังคมไทยกับความแตกต่าง

 

ทว่าพัฒนาการในโลกตะวันออกและโดยเฉพาะในสังคมไทยนั้นแตกต่างออกไปเพราะยังคงเป็นในรูปแบบของระบบกรรมสิทธิ์แห่งชุมชน มีเรื่องของหมู่บ้าน ประชาชน และรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง สังคมไทยยังขาดการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาการและวิทยาศาสตร์แบบชัดเจน ชนชั้นกลางอ่อนแอไม่มีอำนาจมาก

 

 

นอกจากนั้นระบบทุนนิยมยังเข้ามาจากโลกภายนอกอย่างฉับพลัน สังคมไทยจึงไม่ได้เปิดโอกาสให้พัฒนาวัฒนธรรมปัจเจกบุคคล หรือวิทยาศาสตร์มากนัก ยิ่งเมื่อต้องผ่านการคัดกรองของรัฐก็ยิ่งทำให้การซึมซับวัฒนธรรมตะวันตกหรือทุนนิยมช้า ได้รับเฉพาะเป็นบางกลุ่ม หรือพอได้รับก็ถูกบิดเบือดไปด้วยองค์ประกอบอื่นๆ

 

ถ้าหากมองจากแค่มุมมองด้านนี้เพียงด้านเดียว เราอาจจะมองได้ว่าประเทศไทยนั้นมีภาพลักษณ์ของประเทศโลกที่สามอย่างชัดเจน แต่นั้นเป็นเรื่องจริงหรือ? เพราะในเมื่อประเทศไทยมีการพัฒนาที่แตกต่างไปจากสังคมโลกอื่น เราก็ควรที่จะมองในมิติที่ถูกต้องเหมาะสมกับการพัฒนาของประเทศไทยเช่นเดียวกัน

 

 

เหมือนกับถ้าเราไปชมภาพยนตร์ระบบ IMAX เราก็ต้องใช้แว่นตา IMAX ดู ถ้าไม่ได้ใส่แว่นหรือหรือใส่แว่นผิดอัน แม้เราจะพอมองเห็นได้บ้างว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก็จะไม่สามารถเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้เอง รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา จึงกล่าวว่าประเทศไทยมีการพัฒนาที่แตกต่างไปจากสังคมโลกที่สามอื่นในด้านที่ส่งผลดีดังนี้

 

สังคมไทย

 

สังคมชุมชนและน้ำใจ

 

 

  • สังคมไทยสามารถที่จะรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเองให้เข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในระดับหมู่บ้าน ชุมชน หรือชาวบ้าน กำเนิดสิ่งที่เรียกว่า ‘น้ำใจ’ ขึ้นมา ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่

 

  • ก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจคือ การดำนา เกี่ยวข้าว สีข้าว และอื่น ๆ อีกมากมาย ในขณะที่กิจกรรมทางสังคมก็เกิดขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การทำบุญ บวชนาค แต่งงาน หรืองานศพ

 

  • ผู้คนจะอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มมากกว่าเดี่ยว ๆ แบบสังคมตะวันตก มีการช่วยเหลือกันเองในชุมชน หรือหมู่บ้าน ซึ่งทำให้ชุมชนแต่ละที่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง แม้จะพบกับวิกฤตต่าง ๆ มากมาย

 

(cc) http://www.lannacorner.cmu.ac.th/

กล่าวคือด้วยความที่คนไทยเป็นคนที่เน้นการสื่อสารภายในกลุ่มนี้เอง จึงทำให้คนไทยมีความคิดเรื่องของกฏระเบียบในชุมชนหรือกลุ่มขึ้นมาในเลือดเนื้อ เมื่อเราเป็นสมาชิกในชุมชน เราจึงต้องคำนึงถึงผลกระทบของเรื่องต่างๆ มากกว่าแค่ตัวเราเอง เป็นต้นกำเนิดนิสัยเอกลักษณ์ของคนไทยต่างๆ ขึ้น เช่น ความเกรงใจ การเคารพผู้ใหญ่ ผู้อาวุโส ไม่กล้าพูดติตรง ๆ เพราะกลัวจะเสียน้ำใจ หรือเข้าแถวอย่างกระจัดกระจาย เพราะความที่ไม่รู้จักกันนั้นเอง


ก้าวหน้าอย่างถูกวิธี

 

 

จากการศึกษาวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก น่าจะทำให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายเห็นถึงที่มาและที่ไปของ ลักษณะนิสัย อุดมการณ์ หรือแนวคิด ที่เกิดขึ้นทั้งในฝั่งของตะวันตก และของประเทศไทย รวมถึงเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำไมลักษณะนิสัยของชาวตะวันตกและตะวันออกถึงได้มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง

 

ดังนั้น การที่เรานำสังคมบ้านเราไปเปรียบเทียบกับสังคมตะวันตก แล้วมองว่าประเทศไทยหรือคนไทยด้อยพัฒนา ไม่มีการศึกษา จึงเป็นความคิดที่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไรนัก เพราะแต่ละชุมชน สังคม หรือประเทศ ก็มีประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นเครื่องมือหล่อหลอมความคิดของคนในประเทศที่แตกต่างกันออกไป การเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศตะวันตกจึงเป็นเหมือนการนำดินสอและปากกามาเทียบกันแล้วบอกว่าอะไรดีกว่าอะไร

 

ทว่าหนทางที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาไปได้อย่างแท้จริงและเข้มแข็ง คือการรักษาสิ่งดีงามของตนเองเอาไว้ ซึ่งสำหรับประเทศไทยก็คือความเป็นระบบชุมชนที่เปี่ยมไปด้วยน้ำจิตน้ำใจ และหยิบเอาสิ่งดีงามของผู้อื่น สังคมอื่น ประเทศอื่นมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต เช่น ถ้าหากเราต้องการให้คนไทยมีระเบียบมากขึ้น เราก็ควรจะมีการหยิบยืมความคิดเรื่องของมนุษยนิยม และการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลอย่างชาวตะวันตกมาใช้ เพื่อแก้จุดบกพร่องในวัฒนธรรมของเรา แต่ยึดมั่นใจวัฒนธรรมของเราในการเอื้อเฟื้อที่นั่งให้แก่ผู้สูงอายุ ช่วยเหลือคนในสังคมที่ยากลำบาก หากทำเช่นนี้ได้สังคมไทยก็จะเป็นประเทศที่น่าอยู่ขึ้นอย่างแน่นอน

 

เรื่องประกันชีวิตไว้ใจ rabbit finance ได้เลยยยย


avatar
by Rthorns
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon