เช็กสภาพรถมือสองก่อนซื้อ มือใหม่ก็เช็กได้

posted: 2 weeks ago
เช็กสภาพรถมือสองก่อนซื้อ มือใหม่ก็เช็กได้

comments

รถมือสอง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่อยากมีรถยนต์ไว้ใช้งาน แต่มีงบประมาณไม่มาก ซึ่งปัจจุบันก็มีรถมือสองหลากหลายรูปแบบและหลายราคาให้เลือกดู

แต่รถมือสอง ก็คือรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ใช่ว่ารถยนต์มือสองที่วางขายอยู่จะยังคงสภาพดีทุกคัน หากไม่พิจารณาให้ดีก็อาจถูกย้อมแมวขายได้ แต่เป็นมือใหม่ ไม่รู้วิธีเช็กสภาพรถยนต์ จะทำยังไงดีล่ะ?

วิธีเลือกซื้อรถยนต์มือสองให้ปัง

เช็กสภาพรถมือสองก่อนซื้อ มือใหม่ก็เช็กได้

รถมือสองก็คือรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว จึงมีการเสื่อมสภาพไปบ้างตามปกติ แต่ถ้าเจ้าของรถยนต์ดูแลรักษารถยนต์อย่างดีก่อนนำมาขายต่อ ก็คงไม่มีปัญหา แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ารถมือสองคันไหนดีจริง คันไหนหลอก ลองเช็กตามจุดต่าง ๆ ตามคำแนะนำของ rabbit finance ได้เลย

  • สังเกตสภาพรถยนต์เมื่อจอดนิ่ง

สังเกตลักษณะของรถยนต์เมื่อรถยนต์จอดบนพื้นราบ ซึ่งรถมือสองที่สภาพดีควรจะไม่เอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งขณะจอดนิ่งๆ หากสังเกตแล้วพบว่ารถเอียง อาจหมายถึงรถยนต์คันนี้มีปัญหาที่ระบบช่วงล่างรถยนต์ หรือระดับความดันของลมในยางรถยนต์อาจไม่เท่ากัน ให้ลองเช็กที่ยางรถยนต์เพื่อความมั่นใจ

  • ยางรถยนต์

ยางรถยนต์ที่มีสภาพดี ควรมีดอกยางที่ลึกไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร เช็กง่ายๆ ด้วยการนำไม้ขีดไฟจิ้มลงไปในร่องของดอกยาง หากยังมองเห็นหัวสีแดงของไม้ขีดไฟพ้นขึ้นมา แสดงว่ายางเริ่มสึกหรอแล้ว และอีกจุดสังเกตหนึ่งคือจะต้องไม่มีร่องรอยเสียหายบริเวณผิวด้านข้างของยางรถยนต์ ซึ่งแสดงถึงการนำรถยนต์ไปขับเบียดกับขอบถนน หรือประสบอุบัติเหตุมาก่อน

  • ฝากระโปรงหน้ารถ

เปิดฝากระโปรงหน้ารถเพื่อเช็กว่ามีร่องรอยใต้ฝากระโปรงหรือไม่ จุดสังเกตคือรูบริเวณคานฝากระโปรง โดยปกติจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมหรือวงกลมในรถยนต์บางรุ่น หากสังเกตดูแล้วเห็นว่ารูมีรูปร่างบิดเบี้ยว คาดว่าอาจถูกชนมาแล้วนั่นเอง นอกจากนี้การเช็กฝากระโปรงท้ายรถก็สามารถทำได้ด้วยวิธีเดียวกัน

  • ตัวถังเครื่องยนต์

พิจารณาบริเวณตัวถังเครื่องยนต์และตัวเลขเครื่องยนต์ ว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่บิดเบี้ยวหรือเอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไป หากมีร่องรอยของการแก้ไข ให้ถามเจ้าของรถยนต์ว่านำไปทำอะไรมา และอย่าลืมเช็กตัวเลขเครื่องยนต์ว่าตรงกับตัวเลขที่ระบุไว้ในสมุดทะเบียนรถหรือไม่

เช็กสภาพเครื่องยนต์รถมือสองให้พร้อม

  • ภายในรถยนต์

เข้ามาสังเกตส่วนประกอบภายในห้องโดยสารรถยนต์บ้าง โดยเริ่มจากสังเกตส่วนประกอบที่เป็นยางที่ติดอยู่รอบๆ ส่วนต่างๆ ของรถ เช่น ขอบประตู ขอบกระจกหน้าต่างรถ ยางขอบลิ้นชักรถ ว่ายังมีสภาพดี เหนียวแน่น ไม่หลุดหรือห้อยลงมา  รวมไปถึงสภาพของเบาะนั่ง มีร่องรอยการขีดข่วน รอยเปรอะเปื้อน และร่องรอยความเสียหายอื่นๆ หรือไม่ แนะนำให้ลองนั่งดูได้เลย

  • บริเวณหน้าปัดรถยนต์

เมื่อเข้ามานั่งในห้องโดยสารรถยนต์แล้ว ลองสังเกตตัวเลขที่ระบุไมล์ บริเวณหน้าปัดรถยนต์ ซึ่งตัวเลขไมล์จะเป็นสิ่งที่ช่วยบอกอายุการใช้งานของรถยนต์ รถยนต์โดยส่วนใหญ่จะมีระยะทางการขับขี่อยู่ที่ประมาณ 25,000 – 35,000 กิโลเมตร/ปี หากสังเกตดูแล้วเห็นว่าตัวเลขไมล์ไม่สัมพันธ์กับอายุการใช้งานของรถยนต์ มีโอกาสที่จะถูกย้อมแมวตั้งเลขไมล์ขึ้นมาใหม่ หรือลองสอบถามประวัติการใช้งานของรถยนต์จากเจ้าของรถดูก็ได้

  • ทดลองขับจริง

การทดลองขับจริงจะช่วยให้ประเมินสภาพรถยนต์ได้มากกว่าการสังเกตภายนอก เพราะผู้ขับจะได้ทดลองใช้งานรถยนต์ ได้รู้จักการทำงานของเครื่องยนต์ว่ากระตุกไหม มีสิ่งปกติหรือไม่ และได้ลองสัมผัสส่วนประกอบต่างๆ ของรถยนต์ เช่น ระบบเกียร์ ระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์ เบาะนั่ง พวงมาลัย และอื่นๆ 


เตรียมรีไฟแนนซ์รถมือสอง

เจอคันที่ถูกใจแล้ว เตรียมตัวจัดไฟแนนซ์รถมือสองเลย

เมื่อตรวจสภาพรถมือสองจนเจอรถยนต์ที่รู้สึกพึงพอใจแล้ว ลองเจรจาเรื่องราคารถยนต์กับเจ้าของเดิม โดยประเมินจากสภาพรถยนต์และการทดลองขับ ว่าราคาควรจะอยู่ที่ประมาณเท่าใด ขั้นตอนต่อมาคือ เตรียมการจัดไฟแนนซ์รถยนต์ได้เลย

การจัดไฟแนนซ์รถยนต์ ก็คือการทำสัญญาเช่าซื้อนั่นเอง โดยทางไฟแนนซ์จะเป็นฝ่ายจ่ายเงินซื้อรถยนต์ก่อน แล้วคุณจึงผ่อนชำระตามสัญญาในภายหลัง

หากตกลงกับฝ่ายผู้ขายรถยนต์เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็เตรียมเอกสารสำคัญสำหรับการจัดไฟแนนซ์รถมือสอง แล้วนำไปติดต่อกับผู้รับจัดไฟแนนซ์ได้เลย หากไม่เกิดปัญหาระหว่างการดำเนินการ และทำข้อตกลงเสร็จสิ้น ก็สามารถนำรถยนต์ออกมาใช้งานได้

รถมือสอง มีทั้งรถยนต์ที่ดีและไม่ดีปะปนกันอยู่ หากต้องการรถมือสองที่มีสภาพดี คงทน เหมาะกับการใช้งาน ให้เริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อรถยนต์กับผู้ขายที่น่าไว้วางใจและเชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาในภายหลัง


avatar
by IN-Wsible
Tiny girl with Big heart.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon