5 นิสัยแย่ ๆ ทางการเงิน ที่ทำให้คุณไม่มีเงินเก็บ

posted: 3 สัปดาห์ที่แล้ว
5 นิสัยแย่ ๆ ทางการเงิน ที่ทำให้คุณไม่มีเงินเก็บ

comments

หลายคนคงยังประสบปัญหาการใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน หรือไม่เคยมีเงินเหลือใช้จนถึงสิ้นเดือน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาวะทางการเงินในอนาคตว่าเข้าข่ายมีความเสี่ยงที่จะมีเงินไม่พอใช้ หรือไม่มีเงินออมไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน  วันนี้ rabbit finance จึงได้รวบรวมหลากหลายสาเหตุที่เป็นอุปสรรคของการออมมาฝากกัน

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์

ส่อง 5 สัญญาณเสี่ยง! ที่ทำให้คุณไม่มีเงินเก็บเสียที

1.ไม่มีเป้าหมายทางการเงินในชีวิต

การวางเป้าหมายทางเงินให้กับชีวิตของตัวเราเองถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งควรกำหนดให้ชัดเจน ควรมีทั้งการวางเป้าหมายในระยะสั้น เช่น การมีเงินก้อนสำรองไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน และวางแผนระยะยาว เช่น เก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณอายุ เก็บไว้ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานในอนาคต เป็นต้น เมื่อเป้าหมายชัดเจน คุณก็เริ่มออมเงินประมาณ 10 – 20% ของรายได้/เดือน  รับรองว่านานวันเข้าก็จะกลายเป็นเงินก้อนโตได้ไม่ยาก

2.ซื้อแต่ของฟุ่มเฟือย

ในแต่ละเดือนหลายคนอาจจะหมดเงินไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็น หรือของฟุ่มเฟือยแบบไม่รู้ตัว ทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บ ซึ่งหากมีความตั้งใจจริงที่จะเก็บเงิน หรืออยากมีเงินไว้ใช้ในอนาคต ควรแบ่งเงินออมเก็บไว้ก่อนที่จะนำมาใช้ เช่นในทุก ๆ เดือนจะมีรายได้เข้ามาประมาณ 30,000 บาท เริ่มต้นควรแบ่งเก็บออมไว้ก่อนใช้จ่ายประมาณ 5,000 – 10,000 บาทของรายได้ แล้วลดรายจ่ายฟุ่มเฟือย หรืองบสำหรับช้อปปิ้งออนไลน์ลงบ้าง ก็จะช่วยให้คุณบริหารจัดการเงินได้ดีขึ้น

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์

3.ไม่เคยทำบัญชีรายรับ รายจ่าย

ถ้าเรารู้จักที่จะทำบัญชีทางการเงินให้เป็นนิสัยก็จะทำให้ทราบถึงค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ทำให้ง่ายต่อการคำนวณรายรับและรายจ่าย ซึ่งมองดูอาจจะยุ่งยากแต่ถ้าทำเป็นประจำก็จะทำให้มีเงินเก็บขึ้นมาได้ เช่น รายรับที่เข้ามาในแต่ละเดือนนั้นอยู่ที่ 30,000 บาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ค่ารถ ฯลฯ ตัวเลขของค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะช่วยทำให้เราเห็นภาพได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และง่ายต่อการตัดรายจ่ายไม่จำเป็นออกไป ซึ่งแต่ละเดือนก็มีไม่น้อย เชื่อสิ!

4.ไม่เคยวางแผนออมเงิน

หลายคนอาจมองว่าการออมเงินนั้นเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ เพราะถ้าเราไม่รู้จักออมเงิน หรือไม่เห็นคุณค่าของเงิน แต่กลับจับจ่ายใช้สอยให้หมดไปในทุก ๆ เดือนอย่างไรจุดหมายปลายทางแบบนี้คงไม่ดีแน่ ๆ ฉะนั้นแล้วเรามาเริ่มออมเงินในแบบฉบับง่าย ๆ เช่น ฝากประจำ ซื้อฉลากออมสิน กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือซื้อทองคำ เป็นต้น โดยอาจจะเริ่มจากจำนวนเงินที่ไม่มากก่อนแล้วค่อยทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะได้ไม่อึดอัดจนเกินไป

5.ไม่เคยให้ความสำคัญกับการทำประกันชีวิต

หลายคนอาจละเลยกับการทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ แต่แท้ที่จริงแล้ว การทำประกันชีวิตนอกจากจะได้ความคุ้มครองแล้ว ยังสามารถเป็นอีกแหล่งเงินออมที่ดีให้แก่เราได้อีกด้วย และยังให้ผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลทุก ๆ ปี ซึ่งจะได้มากกว่าการฝากออมทรัพย์ และยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย ซึ่งเป็นการสร้างวินัยทางการออมเงินที่ดีอีกวิธีหนึ่ง เรียกว่าคุ้มเกินคุ้ม

ประกันสะสมทรัพย์

รับประโยชน์สองเด้ง กับ ประกันสะสมทรัพย์

การออมผ่านประกันสะสมทรัพย์ หรือประกันออมทรัพย์ เป็นการออมเงินที่ดีเพราะคล้ายจะเป็นการบังคับให้เราต้องเก็บออมเงินอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการจ่ายเบี้ยประกันเป็นรายเดือน หรือรายปี ในระยะเวลาที่กำหนด โดยผลตอบแทนที่ได้จะแตกต่างกันไปตามกรมธรรม์ บางกรมธรรม์มีกำหนดการจ่ายเงินต้นคืน พร้อมดอกเบี้ยคืนเมื่อครบสัญญา แต่บางกรมธรรม์จะทยอยจ่ายเงินปันผลให้รายปี

ประกันออมทรัพย์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินในระยะยาว ต้องการสร้างหลักประกันของรายได้หลังวัยเกษียณ หรือต้องการซื้อความคุ้มครองให้กับครอบครัวในกรณีของประกันชีวิต รวมถึงผู้ที่หาช่องทางการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมอีกด้วย ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่กำลังได้รับความนิยม เพราะให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก

สนใจทำประกันสะสมทรัพย์ ก็สามารถเข้ามาศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์ เปรียบเทียบเบี้ยประกัน และสมัครออนไลน์ง่าย ๆ ผ่านทาง rabbit finance เพราะเรามีประกันชีวิตให้เลือกหลากหลายรูปแบบ พร้อมบริการที่ปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

ประกันชีวิตออมทรัพย์ สมัครได้ที่ rabbit finance

ประกันสะสมทรัพย์


avatar
by Unchalee Sabaisook
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
Related stories
loading icon