เด็กเจนใหม่เก็บเงินไม่อยู่ จริงหรือ?

posted: 1 เดือนที่แล้ว
เด็กเจนใหม่เก็บเงินไม่อยู่ จริงหรือ?

comments

หลายคนน่าจะเคยได้ยินบทความเกี่ยวกับเรื่องการเงินของเด็กๆ เจนใหม่กันมาบ้าง ที่ว่าเด็กเจนใหม่เก็บเงินกันไม่ค่อยอยู่ แน่นอนว่าต้องมีทั้งคนที่เห็นด้วย และคนที่ไม่เห็นด้วยแน่ ๆ 

มันเป็นจริงอย่างที่เขาว่ากันไหมนะ หรือว่าคนมีอายุทั้งหลายคาดหวังสูงมากไป? วันนี้ rabbit finance จะพาคุณไปไขข้อข้องใจพร้อม ๆ กัน

ประกันออมทรัพย์ ทำยังไง

ที่เขาว่า “เด็กเจนใหม่เก็บเงินไม่อยู่” จริงหรือ?

สำรวจพฤติกรรมใช้เงินของ Gen Y 

จากผลการสำรวจของ ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี กับ Wisesight (ไวซ์ไซท์) พบว่า จำนวนคน Gen Y (ช่วงอายุ 23-38 ปี) ในไทยมีอยู่ 14.4 ล้านคน กว่า 50% (ราว 7.2 ล้านคน) ของชาว Gen Y ทั้งหมด มีพฤติกรรมทางการเงินเป็นหนี้ และเฉลี่ยภาระหนี้ตัวหัวสูงถึง 4.23 แสนบาท และที่สำคัญคือ กว่า 1.4 ล้านคน เป็นหนี้แบบผิดนัดชำระ ซึ่งคิดเป็นหนี้เสีย 7% ของยอด NPL หรือ Non-Performing Loan โดยรวม

นอกจากนี้ ยังพบว่า Gen Y หมดเงินไปกับ “ของมันต้องมี” ปีละเกือบแสนหรือ 1 ใน 4 ของรายได้ต่อปี โดยเฉลี่ยตกคนละ 95,518 บาทต่อปี จากรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ที่ 377,694 บาท โดยจากที่สำรวจพบว่าใช้เงินซื้อสินค้ายอดฮิตอย่าง สมาร์ทโฟน 22% เสื้อผ้า 11% เครื่องสำอาง 8% อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 5% กระเป๋า 4% และนาฬิกา/เครื่องประดับ 2% ตามลำดับ

ทำให้ในแต่ละปี รายจ่ายของมันต้องมี พุ่งสูงถึงปีละ 1.37 ล้านล้านบาท คิดเป็น 13% ของรายได้ประเทศ (GDP) และพบว่ามากกว่า 70% ของ GEN Y มีการผ่อนชำระที่ต้องเสียดอกเบี้ยจากการใช้บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสดในการใช้จ่ายอีกด้วย

ทั้งนี้ คน Gen Y อาจจะไม่ใช่กลุ่มคนที่ฟุ่มเฟือย แต่ด้วยสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ทำให้หลายคนเลือกซื้อหาความสุขเพิ่มมากขึ้น

ประกันออมทรัพย์ ออมเงิน

เก็บเงินไม่อยู่ มีสาเหตุมาจากอะไรบ้างนะ

ไม่ใช่แค่ฟุ่มเฟือยอย่างเดียว แต่คนเจนนี้ยังต้องพบเจอกับปัญหาหลายอย่างที่ทำให้เก็บเงินเอาไว้ไม่อยู่ ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนะ?

  • หนี้การศึกษาที่สูงขึ้น (มาก)

แม้ปัจจุบัน หลายคนจะเริ่มทำงานด้วยฐานเงินเดือนที่สูง แต่สิ่งที่สูงตามก็คือ ค่าเล่าเรียน โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐฯ ก็ตาม ทำให้เกิดหนี้สินตามมาก่อนที่จะได้เริ่มทำงานเสียอีก บางคนได้ทุนก็อาจจะโชคดีไป แต่ถ้าต้องใช้จ่ายด้วยตัวเองทั้งหมด บอกเลยว่าค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษายุคนี้หนักใช่เล่น

  • ต้องเก็บเงินนานกว่าแต่ก่อนเพื่อซื้อบ้าน

ยอมรับเลยว่าราคาบ้านในสมัยนี้สูงขึ้นมากและมีแนวโน้มที่จะแพงมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่เด็กเจนใหม่ต้องเผชิญหน้ากับการเก็บเงินที่หนักหนาสาหัสกว่าแต่ก่อนเพื่อซื้อบ้าน หรือแม้แต่การซื้อสิ่งของของอื่น ๆ ก็ตาม ยิ่งไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน การเช่าอยู่ดูจะสิ้นเปลืองกว่าลงทุนซื้อเป็นของตัวเอง เพราะนอกจากพักอาศัยได้อย่างสะดวกสบาย ยังสามารถเก็บไว้เก็งกำไรในอนาคตได้อีกต่างหาก

ประกันออมทรัพย์ เจนวาย

  • หนทางสู่ความร่ำรวยไม่ใช่เรื่องง่าย

แม้ว่าในอดีตจะมีการปูทางความสำเร็จในยุคพ่อแม่เอาไว้ก็ตาม แต่วิกฤตเกี่ยวกับการเงินที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้รับมือได้ยาก หากเป็นกิจการก็ต้องหมั่นปรับตัว การทำงานก็ต้องมีทักษะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ให้สมกับตำแหน่งงาน ทำให้เป็นเรื่องยากไม่น้อยเลยนะ

  • ค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้น

ค่ารักษาพยาบาล ค่าครองชีพ ค่าอุปโภค-บริโภค มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้การดูแลครอบครัวในยุคนี้ต้องใช้เงินไม่น้อย ยิ่งจำนวนการมีลูกที่ลดลง จึงมีครอบครัวจำนวนไม่น้อยที่ลูกหลานเพียงแค่ 1-2 คน ต้องดูแลทั้งพ่อและแม่ รวมไปถึง ปู่-ย่า ตา-ยาย ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นถึงภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับและหาทางรับมือให้ได้

  • ต้องเก็บเงินมากขึ้นเพื่อรอเกษียณ

ด้วยค่าเงินที่เฟ้อมากขึ้น การมีเงิน 5 ล้านบาท ไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอาจจะเป็นจำนวนเงินก้อนที่ไม่มากเท่าไหร่ อาจจะพอใช้จ่าย พอกิน แต่ใช่ว่าจะคล่องมือ หรือเหลือเป็นมรดกให้คนข้างหลังหรอกนะ ค่าเงินที่เฟ้อมากขึ้น ทำให้เด็กเจนใหม่ ๆ เริ่มใช้ชีวิตลำบากมาก บวกกับสถานการณ์รอบข้างก็ทำให้ชีวิตต้องดิ้นรนไม่จบสิ้น ไม่ว่าจะเป็น การเมือง เศรษฐกิจ หรือโรคระบาด

ประกันออมทรัพย์ ช่วยออมเงิน

Gen Z ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

ถึงแม้ว่าเจนล่าสุด อย่างเด็ก ๆ Gen Z นั้น จะเป็นเด็กรุ่นใหม่ หลายคนยังไม่จบและยังไม่มีงานทำ แต่การสำรวจพฤติกรรมใช้เงินของเด็กกลุ่มนี้ จะทำให้เราพอสังเกตทิศทางการเงินของเด็กรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น โดยพฤติกรรมการใช้เงินของกลุ่มนี้ จะเน้นการจับจ่ายเพื่อความสุขส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น 

นอกจากจะเติบโตมากับเทคโนโลยี การจับจ่ายทำได้ง่ายผ่านโลกออนไลน์ ทำให้กลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้ นอกจากจะเชื่อมั่นในตัวเองแล้ว ก็มักจะใช้โลกออนไลน์ในการค้นหา เปรียบเทียบสินค้า เพื่อหาสิ่งที่ตนพึงพอใจที่สุด เพราะเชื่อว่าตนมีสิทธิ์เลือก มีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยอย่างที่ต้องการ

ดังนั้น เวลาเลือกซื้อสินค้า Gen Z จะซื้อสินค้าที่มีความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อแสดงตัวตนออกมาให้มากที่สุด และแน่นอนว่า หากไม่วางแผนใช้จ่ายให้ดี ก็อาจจะเผชิญอุปสรรคในการเก็บเงินเหมือนพี่ ๆ Gen Y ได้เช่นกัน

ประกันออมทรัพย์ ลดหย่อนภาษี

เจนไหน ใช้เงินยังไงบ้างนะ ? 

ในแต่ละเจนล้วนแล้วแต่มีการใช้จ่ายเงินตามลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู สภาพสังคม รวมทั้งประสบการณ์ที่พบเจอ ไปดูกันสิว่าคนในแต่ละยุคใช้จ่ายเงินกันยังไง?

Greatest Generation (พ.ศ. 2444-2467)

หรือที่รู้จักกันว่า G.I. คนกลุ่มนี้อยู่ในช่วงก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2  ทำให้เจนฯ นี้ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับความยากลำบากเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ คนยุคนี้จึงมีความอดทน รู้จักการใช้เงิน รู้จักประหยัดเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวหนีจากความลำบาก 

Silent Generation (พ.ศ. 2468-2488) 

หรือ  Gen S ประชากรรุ่นนี้จะมีไม่มากเท่ารุ่นอื่น ๆ เพราะเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี และเพราะยุคนี้เพิ่งหมดสงคราม ทุกคนต้องรู้จักการดิ้นรนการทำงานเพื่อให้มีเงินเลี้ยงครอบครัวในยุคข้าวยากมากแพง คนยุคนี้จะประหยัดมาก ไม่ใช้อะไรฟุ่มเฟือย หรือถ้าไม่พังก็ไม่ซื้อเด็ดขาด

Baby Boomer (พ.ศ. 2489 – 2507)

หรือเรียกว่า Gen-B อยู่ในยุคสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 คนยุคนี้จะยังเข้มงวดกับการใช้จ่าย ค่อนข้างประหยัด คิดถี่ถ้วนก่อนใช้จ่าย อยู่ในยุคสร้างเนื้อสร้างตัว มีความอดทน อดกลั้น เชื่อว่าต้องทำงานขยันขันแข็งจึงจะร่ำรวยได้

ประกันออมทรัพย์ เจนซี

Generation X (พ.ศ. 2508-2522)

หรืออีกชื่อว่า “ยับปี้” (Yuppie) ที่ย่อมาจาก Young Urban Professionals เนื่องจากโตมาในยุคโลกกำลังพัฒนาเริ่มต้น มีความเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างแบบก้าวกระโดด มีการต่อยอดในเรื่องการเพิ่มพูนความรู้เพื่ออนาคต นิยมทำงานราชการและรัฐวิสาหกิจมากกว่างานเอกชน หรือบางคนก็หันมาเปิดกิจการตัวเอง เพราะต้องการความมั่นคง

Generation Y (พ.ศ. 2523–2540)

หรือ ยุค Millennials คนกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และค่านิยมที่แตกต่างระหว่างรุ่นปู่ย่าตายาย กับรุ่นพ่อแม่ ซึ่งคนรุ่นนี้ถือเป็นกลุ่มวัยรุ่นตอนปลาย และวัยทำงาน นิยมใช้จ่ายเพื่อความสุขส่วนตัว แต่ก็ยังแคร์คนรอบข้าง ในตอนนี้ที่อยู่ท่ามกลางความผันผวนในหลาย ๆ ด้าน ทั้ง การเมือง การศึกษา และเศรษฐกิจ

Generation Z (พ.ศ.2541 เป็นต้นไป)

นี่คือคำนิยามล่าสุดของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน กลุ่มนี้จะเติบโตมาพร้อมกับยุคเทคโนโลยี ทำให้ไม่ชอบรอ ชอบคิดริเริ่มสิ่งใหม่ นำเทรนด์เสมอ และยังมีลักษณะนิสัย Open and Fair มีอำนาจซื้อสูงขึ้น และการใช้จ่ายต่อคนก็จะสูงขึ้น เนื่องจากยอมจ่ายเพื่อซื้อสิ่งที่เป้นความสุขให้ตนเป็นหลักนั่นเอง


แน่นอนว่า การวางแผนการเงิน เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ออกแบบเองได้ ไม่มีกฏตายตัว ไม่มีถูกผิด เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมายและแผนการอนาคตของแต่ละคน แต่ต้องยอมรับว่าการออมเงินเป็นสิ่งที่สำคัญและยังเป็นเครื่องยืนยันว่าอนาคตของคุณจะมั่นคง มีเงินใช้จ่ายเพื่อตัวเองและคนที่คุณรัก

และสำหรับใครที่มองหาหนทางเก็บเงินไปด้วย แต่ก็หาซื้อความสุขไปด้วย เราขอแนะนำ ประกันออมทรัพย์ จาก rabbit finance พร้อมบริการเปรียบเทียบเบี้ยประกันผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกสบาย ไม่ว่าคุณมีไลฟ์สไตล์แบบไหน เราก็มีประกันเจ๋ง ๆ ให้รองรับเสมอ


avatar
by คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้ไม่คุ้นชินกับมักเกิ้ล ชอบกลางคืน มีความสุขเป็นพิเศษถ้าได้กินแซลมอน และผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ
Related stories
loading icon