“ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ” เลือกทำอะไรก่อนดี ?

posted: 1 year ago
2,257 views
“ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ” เลือกทำอะไรก่อนดี ?

comments

ปัจจุบันกรมธรรม์ประกันภัยมีเราได้เลือกสรรอยู่หลายประเภท ทั้งการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ การประกันอุบัติเหตุ การประกันรถยนต์ การประกันบ้าน และประกันอื่นๆ แม้บริษัทประกันภัยจะออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยมาอย่างมากมาย เพื่อให้ตรงกับความต้องการในการทำประกันของทุกเพศ ทุกวัย แต่ก็มักทำให้เราหนักใจว่า ควรเลือกทำประกันอะไรก่อนดี ?

เพราะกรมธรรม์ประกันภัยแต่ละประเภทให้ความคุ้มครองที่เฉพาะตัว และแตกต่างกันออกไป แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า กรมธรรม์ประกันภัยแต่ละประเภทมีความสำคัญเท่าๆ กัน จึงทำให้ผู้สนใจทำประกันภัยมีความหนักใจในการเลือกทำประกันเป็นอย่างมาก และหากเราต้องเลือกทำประกันอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนล่ะ เราควรเลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอะไร


ประกันชีวิต

ตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยไม่ได้ทำอย่างไรดี ?

การตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่มากมาย สิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงเป็นอันดับแรกคือ “ความสำคัญ” ว่าควรให้น้ำหนักหรือให้ความสำคัญกับประกันประเภทไหนก่อนหรือหลัง รวมถึง “ค่าเบี้ยประกันภัย” ด้วยการคำนวณว่าเรามีเงินเพียงพอต่อการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยประเภทนั้นๆ ได้หรือไม่

ตัวอย่างการตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัย

ในกรณีที่ผู้สนใจทำประกันมีรถยนต์ หากคุณมีรถยนต์และจำเป็นต้องใช้รถยนต์เป็นประจำ คุณก็ควรจะเลือกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เป็นอันดับแรก เพราะความเสี่ยงที่คุณจะได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีอยู่มาก และถือเป็นการให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดจากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทั้งค่าซ่อมแซมรถยนต์ หรือค่ารักษาพยาบาล

ส่วนกรมธรรม์ประกันภัยอื่นๆ อย่างประกันอัคคีภัย ก็อาจจะมีความสำคัญลดหลั่นลงมา ต่อจากประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุ


ประกันสุขภาพ

เคล็ดลับช่วยตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยให้คุ้มค่า

การพิจารณาก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัย ที่เราควรทำมากที่สุดหรือควรทำเป็นอันดับแรก เราสามารถทำด้วยการพิจารณจากเกณฑ์ง่ายๆ ดังนี้

1. ตรวจสอบสวัสดิการคุ้มครอง

เราควรเริ่มจากการสำรวจก่อนว่า เรามีสวัสดิการอะไรอยู่บ้างที่ให้ความครอบคลุมที่ครอบคลุมเรื่องค่ารักษาพยาบาล, อุบัติเหตุ หรือชีวิต เช่น ประกันสังคม, บัตรทอง, ประกันกลุ่ม หรือประกันอุบัติเหตุจากที่ทำงาน แล้วสวัสดิการที่มีอยู่นั้นครอบคลุมวงเงินที่จำเป็นมากน้อยเพียงใด และถ้ายังไม่ครอบคลุมต้องทำเพิ่มอีกเท่าไร คิดออกมาได้เเล้วเป็นเบี้ยเท่าไร

ตัวอย่างเช่น :

ถ้าเรามีประกันสังคม และประกันกลุ่ม ที่มีวงเงินค่ารักษาในการผ่าตัดอยู่ปีละ 10,000 บาท ค่าห้อง 2,000 บาท คุ้มครองชีวิตกรณีเสียชีวิต 100,000 บาท แต่เราต้องการนอนโรงพยาบาลค่าห้อง 4,000 บาท วงเงินค่าผ่าตัดประมาณ 500,000 บาท วงเงินคุ้มครองชีวิตประมาณ 3,000,000 ล้าน ทำให้ค่าห้องยังขาดอยู่ 2,000 บาท

และไปดูประกันสุขภาพที่ค่าห้อง 2,000 บาท วงเงินค่าผ่าตัด 500,000 บาท เบี้ยอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท และ ประกันชีวิต ยังขาดอยู่อีก 2,900,000 บาท เบี้ยอยู่ที่ประมาณ 60,000 บาท สรุปแล้ว ถ้าเราจะทำประกันเพิ่มให้ครอบคลุม เราต้องจ่ายเพิ่มอีกปีละ 20,000 + 60,000 = 80,000 บาท เป็นต้น  

2. งบประมาณในการทำกรมธรรม์ประกันภัย

ก่อนการทำกรมธรรม์ประกันภัย เราควรดูว่า มีงบประมาณในการทำประกันทั้งหมดต่อปีอยู่เท่าไร เพียงพอและครอบคลุมหรือไม่ แล้วครอบคลุมส่วนขาดที่เราต้องทำเพิ่มทั้งหมดหรือไม่ หากไม่ครอบคลุมให้พิจารณาในข้อต่อไป



ประกันอุบัติเหตุ

3. เลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยที่ไม่มีสวัสดิการ

ถ้ามีสวัสดิการอยู่บ้าง ให้เลือกทำประกันที่ไม่มีสวัสดิการ หรือมีสวัสดิการน้อยที่สุดก่อน ไปพร้อมๆ กับเลือกกรมธรรม์ประกันภัยที่มีราคาเบี้ยประกันถูกกว่า

ตัวอย่างเช่น :

ถ้าเช่น เรามีสวัสดิการ ประกันอุบัติเหตุ ครอบคลุม 50% ของทั้งหมดที่เราจำเป็นต้องมี ประกันสุขภาพ 20% ของทั้งหมด ประกันชีวิต 10% ของทั้งหมด เราอาจจะพิจารณาเลือกทำประกันชีวิตเพิ่มก่อน เพราะตอนนี้ยังขาดอยู่มากที่สุด

แต่ถ้างบประมาณที่มี ต่อให้ทุ่มทั้งหมดไปทำประกันชีวิต ก็อาจจะทำได้ครอบคลุมเพิ่มเป็น 60% เราก็อาจจะทำประกันชีวิตให้เพิ่มมาเป็น 50% แล้วเงินที่เหลือไปทำประกันอุบัติเหตุที่เบี้ยถูกกว่ามากๆ อาจจะทำให้ประกันอุบัติเหตุครอบคลุมเพิ่มขึ้นมาเป็น 100% เลยก็ได้ แบบนี้ก็จะเป็นการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากกว่า


ซื้อประกัน
ขอขอบคุณภาพจาก www.benefitspro.com

4. เลือกกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองตนเอง

ถ้าไม่มีสวัสดิการเลยให้เราเลือกทำประกันที่เน้นคุ้มครองตัวเองก่อน และเลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยประเภทที่มีราคาเบี้ยประกันภัยน้อยที่สุด

โดยกรมธรรม์ประกันภัยที่มีราคาเบี้ยประกันถูกที่สุดคือ ประกันอุบัติเหตุจะเบี้ยถูกที่สุด ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 บาท รองลงมาเป็นประกันสุขภาพ แต่กรมธรรม์ประกันภัยที่เบี้ยประกันแพงที่สุดคือ ประกันชีวิต เพราะยิ่งให้ ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมาก ราคาเบี้ยประกันก็จะสูงตามไปด้วย

ตัวอย่างเช่น :

ในกรณีที่เรามีเรื่องที่ไม่มีสวัสดิการคุ้มครองอยู่ 2 เรื่อง เช่น ประกันอุบัติเหตุและประกันชีวิต ก็ให้เราเลือกทำประกันที่คุ้มครองตัวเราก่อนเป็นหลักคือ ประกันอุบัติเหตุ ส่วนประกันชีวิตที่เรามักจะทำเพื่อเน้นออมหรือการันตีเงินเป้าหมาย

เราก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้เครื่องมืออื่น แม้จะเพิ่มความเสี่ยงเข้ามาบ้างเพื่อให้เราบรรลุเป้าหมายได้โดยใช้เงินออมน้อยกว่า เช่น การลงทุนในกองทุนรวม แทนก็ได้ เพราะถ้าเราแบ่งไปทำประกันชีวิตแบบเน้นออมเงิน เราอาจได้การันตีเงินออมก็จริง แต่เราก็จะแทบไม่เหลือเงินไปใช้คุ้มครองความเสี่ยงอย่างอื่นเลย ก็จะเป็นการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพอีก เช่นเดียวกัน

ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจเลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยว่า ควรทำอะไรก่อนหรือหลัง เราต้องพิจารณาจากส่วนที่ขาด, ค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่าย และงบประมาณในการจ่ายเบี้ยประกันภัย ทั้งหมดนี้ไปพร้อมๆ กับการเลือกกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองตนเองก่อน

หากใครมีงบประมาณน้อยก็ควรจะเริ่มคุ้มครองจากตัวเองก่อน เช่น เลือกกรมธรรม์การประกันภัยอุบัติเหตุ แล้วจึงค่อยพิจารณาทำกรมธรรม์อื่นๆ ในภายหลัง แต่หากใครมีงบประมาณที่มากกว่าหลักหมื่นต่อปี ก็อาจจะเฉลี่ยจัดสรรทำประกันแต่ประเภทให้เท่าๆ กัน เพื่อไม่ให้เน้นทำประกันประเภทใดจนมากเกินความจำเป็น จนไม่ได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์อื่นเลย


avatar
by wacheese

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon