Life’s Simple 7 ทำตอนนี้ หนีอาการสมองเสื่อม

posted: 1 year ago
Life’s Simple 7 ทำตอนนี้ หนีอาการสมองเสื่อม

comments

สมอง (Brain) เป็นอวัยวะที่สำคัญมากในร่างกายมนุษย์ สมองทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว การทำงานของร่างกาย การรับรู้ ควบคุมอารมณ์ ความจำ และอีกหลายล้านหน้าที่ หากสมองของทำงานได้อย่างปกติก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากวันหนึ่งมันเกิดไม่ปกติขึ้นมา ก็อาจจะส่งผลร้ายกับตัวของเราในระยะยาวได้

เมื่อเราแก่ตัวลง โรคภัยก็ยิ่งรุมหา ซึ่งโรคที่พบได้บ่อยๆ ในผู้สูงอายุนอกจาก โรคเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ อีกโรคก็คือโรคสมองเสื่อม ที่มักจะเป็นกันในผู้สูงอายุนั่นเอง


โรคสมองเสื่อม-(Dementia)-คืออะไร

โรคสมองเสื่อม (Dementia) คืออะไร

โรคสมองเสื่อม หรือ ภาวะสมองเสื่อมเป็นชื่อเรียกของ กลุ่มอาการผิดปกติทางสมองเนื่องจากการทำงานของเซลล์สมองเสื่อมลง ซึ่งจะส่งผลให้ ความจำ การใช้ความคิด การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อารมณ์ พฤติกรรม และบุคลิกของเราเปลี่ยนไป จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

แล้วโรคสมองเสื่อม เหมือน อัลไซเมอร์ หรือไม่?

ภาวะสมองเสื่อมไม่เหมือนกับโรคอัลไซเมอร์ แต่อัลไซเมอร์เป็นหนึ่งในโรคที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมได้ ซึ่งนอกจากอัลไซเมอร์แล้วก็ยังมีโรคสมองเสื่อมจากเส้นเลือดในสมองผิดปกติ (Vascular Neurocognitive Disorder) ที่เป็นอีกสาเหตุยอดฮิตที่นำไปสู่โรคสมองเสื่อมได้

สาเหตุของโรคสมองเสื่อม

สาเหตุของโรคสมองเสื่อม

สาเหตุหลักๆ ของการเป็นโรคสมองเสื่อม มาจากเรื่องของอายุและพันธุกรรม โดย 5-8% ของผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อม และอัตราเสี่ยงจะมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งโรคสมองเสื่อมสามารถเกิดได้จากปัจจัยหลายอย่าง เช่น

  • อายุที่มากขึ้น
  • ครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคสมองเสื่อมมาก่อน
  • การดื่มสุราเรื้อรัง
  • การใช้สารเสพติด
  • ผู้ที่มีประวัติโรคซึมเศร้า
  • ผู้ที่มีโรคปัญญาอ่อน
  • ผู้ที่เคยได้รับอันตรายทางสมองเช่น เลือดคั่งในสมอง (ภาวะเลือดออกในเนื้อสมอง)
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเช่น โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่
  • ผู้ที่เคยมีประวัติภาวะสับสนฉับพลัน
  • ผู้ที่เคยสัมผัสโลหะหนักบางชนิดเรื้อรังเป็นเวลานานเช่น สารตะกั่ว สารหนู
  • ผู้ที่มีโรคทางระบบประสาทเช่น โรคพาร์กินสัน
  • ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น-โรคสมองเสื่อม

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น โรคสมองเสื่อม

ถ้าพูดคำว่า โรคสมองเสื่อม ขึ้นมา หลายๆ คนอาจจะคิดว่า คือ การที่มีการการหลงๆ ลืมๆเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ภาวะสมองเสื่อมจะส่งผลกระทบมากกว่าแค่ระบบความจำ แต่จะส่งผลต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การรับรู้สิ่งรอบตัว อารมณ์ของผู้ป่วย และอาการอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ซึ่งจะไม่ใช่อาการที่เกิดขึ้นแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่ความผิดปกติเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องนานอย่างน้อย 6 เดือน และแสดงอาการออกมา ดังนี้

  • มีความบกพร่องทางความจำ

การรับรู้ และการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น การลืมบนสนทนา ลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น หลงทางในที่ๆคุ้นเคย พูดวกวนถึงเรื่องในอดีต เป็นต้น

  • มีความบกพร่องเกี่ยวกับการรับรู้สิ่งรอบตัว

เช่น การจำวันที่ จำปีไม่ได้ ลืมว่าสมาชิกในครอบครัวเป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน เป็นต้น

  • มีพฤติกรรมที่แปลกไป

ความสามารถในการทำงานลดลง ไม่กล้าตัดสินใจ สุขอนามัยแย่ลง เช่น ไม่ยอมอาบน้ำ บางคนอาจมีอาการทางจิตเวช เช่น เห็นภาพหลอน หูแว่ว เป็นต้น

  • มีอารมณ์ผิดปกติ

เช่น เฉยเมย เฉื่อยชา แยกตัวจากสังคม มีอารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว ความอดทนต่ำ ขาดแรงจูงใจในการทำกิจกรรมที่เคยชอบทำ เป็นต้น

  • มีการเปลี่ยนแปลงด้านความคิด

เช่น มีความบกพร่องทางการใช้ภาษา พูดน้อยลง เป็นต้น

ซึ่งเราต้องยอมรับว่า ภาวะสมองเสื่อม ส่วนมากไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตในปัจจุบันเพื่อช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้


 

“Life's-Simple-7”-ทริคดีๆหนีจากโรคสมองเสื่อม

“Life’s Simple 7” ทริคดีๆ หนีจากโรคสมองเสื่อม

Life’s Simple 7 เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย American Heart Association หรือ American Stroke Association ซึ่งหมายถึง 7 ขั้นตอนที่ควรทำเพื่อให้เราห่างไกลจากโรคสมองเสื่อมได้ ซึ่งขั้นตอนที่ว่า คือ

  • การดูแลความดันให้ดี (Manage Blood Pressure)

ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคเส้นเลือดในสมองได้ เพราะฉะนั้น คุณควรที่จะดูแลให้ความดันอยู่ในช่วงต่ำกว่า 120/80 mm/Hg เพื่อที่จะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของ โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือด โรคไตนั่นเอง

  • ควบคุมคอเรสเตอรอลให้มั่น (Control Cholesterol)

คอเรสเตอรอลที่มากเกินไป จะส่งผลให้มันไปอุดตันเส้นเลือดทำให้เป็นต้นเหตุของโรคภัยอื่นๆ ตามมาได้ ดังนั้น คุณควรจะเลือกรับประทานอาหารที่คอเรสเตอรอลต่ำอยู่ที่ประมาณ 200 mg/dLเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจจะเกิดตามมาได้

  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด (Keep blood sugar normal)

อาหารส่วนใหญ่ที่เรากินจะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นกลูโคส เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้พลังงาน ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไประดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจะส่งผลร้ายต่อการทำงานของ หัวใจ ไต ดวงตา และเส้นประสาทได้ จึงควรจะพยายามคุมระดับน้ำตาลในอยู่ในช่วง 100 mg/dL จะดีที่สุด

  • เพิ่มการออกกำลังกาย (Get physically active)

การออกกำลังกายทุกวันหรืออย่างน้อยการหากิจกรรมเพื่อขยับร่างกานในทุกๆ วันจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายในระยะยาวอย่างแน่นอน

  • กินอาหารเพื่อสุขภาพ (Eat a healthy diet)

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจะช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อโรคภัยร้ายต่างๆ มากขึ้น

  • ลดน้ำหนักซะบ้าง (Eat a healthy diet)

การมีไขมันสะสมมากเกินไปจะส่งผลร้ายต่อหัวใจ เลือดและกระดูกในร่างกาย นอกจากนั้น ยังเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพอื่นๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้น การควบคุมน้ำหนักจะช่วยทำให้เราห่างไกลจากอาการป่วยทั้งร่างกายและสมองได้

  • ละเลิกการสูบบุหรี่ (Don’t start smoking or quit)

การสูบบุหรี่ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อร่างกายและยังส่งผลเสียได้อย่างมหาศาล เพราะฉะนั้น การเลิกสูบบุหรี่เป็นทางเลือกที่ควรจะทำเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว


โรคภัยไข้เจ็บบางอย่างไม่สามารถรักษาให้หายด้วยยาได้ ดังนั้น ดูแลการรักษาสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งที่ควรจะทำเพื่อให้ร่างกายสามารถใช้งานได้ในระยะยาว

การทำประกันสุขภาพก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเราประสบกับปัญหาสุขภาพต่างๆ ถ้าคุณกำลังมองหาประกันสุขภาพดีๆอยู่ อย่าลืมให้ rabbit finance ช่วยเปรียบเทียบราคาประกันให้คุณนะคะ

 


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon