เคล็ดลับจับโป๊ะ ลูกหนี้ สายเบี้ยว ที่ทวงไปก็ไม่ได้เงินคืน

posted: 1 month ago
เคล็ดลับจับโป๊ะ ลูกหนี้ สายเบี้ยว ที่ทวงไปก็ไม่ได้เงินคืน

comments

เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงเคยมีช่วงเวลาที่ใจอ่อน เมื่อมีคนมาขอยืมเงินก็ให้ไปด้วยความไว้ใจ แต่พอจะทวงเงิน กลับเจอพฤติกรรมที่ทำให้รู้สึกว่า “อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา” ทวงยังไงก็ไม่ได้เงินคืนสักที แบบนี้จะไหวไหมนะ

วันนี้ rabbit finance จะพาเจ้าหนี้ทั้งหลายมาจับโป๊ะเหล่าลูกหนี้สายเบี้ยว เช็กกันหน่อยว่าเคยมีพฤติกรรมแบบนี้ไหม จะได้รู้ทันและไม่ใจอ่อนให้ยืมเงินอีกในคราวหน้านะ

ทวงเงิน-ลูกหนี้-ยืมเงิน

เคล็ดลับจับโป๊ะ ลูกหนี้ สายเบี้ยว ที่ควรจำไว้เป็นบทเรียน

เจ้าหนี้ทั้งหลายฟังทางนี้ ถ้าคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจกับการทวงเงินจากเหล่าลูกหนี้ ขอบอกเลยว่าลูกหนี้เองก็มีสารพัดวิธีที่จะบอกปัดการคืนเงินให้เลื่อนออกไป

ครั้งสองครั้งยังพอไหว แต่มาทำแบบนี้หลาย ๆ ครั้ง ก็ควรจดจำไว้เลยว่า พฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากเราอีก

  • เล่าเป็นฉาก

เหล่าลูกหนี้สายเบี้ยวโดยส่วนใหญ่มักจะประสบเหตุให้ต้องสูญเสียเงินไปในช่วงกำหนดที่จะคืนเงินให้กับคุณ ซึ่งลูกหนี้ก็มักจะเล่าเหตุการณ์ได้เป็นฉากๆ แบบว่าฉันเจอมาจริงๆ นะ เล่าย้ำๆ เล่าวนๆ แบบว่ากลัวไม่เชื่อน่ะ

“หลังจากที่ออกจากออฟฟิศแล้วกำลังจะไปขึ้นรถ ฉันวางกระเป๋าเงินเอาไว้ในรถแล้วขับออกไปแวะเยี่ยมญาติที่ย่านในเมือง เสร็จแล้วแวะซื้อของใช้นิดหน่อย ตอนนั้นก็มีกระเป๋าเงินอยู่นะ แต่พอกำลังขนของขึ้นท้ายรถก็มีขโมยวิ่งมาจากไหนไม่รู้ แล้วหยิบกระเป๋าเงินของฉันไปเลย ตอนนี้กำลังยุ่ง ๆ เรื่องแจ้งตำรวจอยู่”

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็มักจะบังเอิญมาเกิดในช่วงที่นัดคืนเงินตลอด บางครั้งมันอาจจะเป็นเรื่องจริง แต่ลูกหนี้ตัวดีดันใช้มุกนี้ผัดผ่อนมาก่อน จนทำให้เราระแวง

  • พูดกำกวม อ้อมค้อม

ปกติก็พูดคุยกันรู้เรื่องดี พอจะทวงเงินเท่านั้นแหละ กลายร่างเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องเลยจ้า พูดวกไปวนมา พยายามหาเหตุผลแบบชักแม่น้ำทั้งห้ามาเพื่อขอยืดเวลาคืนเงินไปก่อน

“ทำกระเป๋าเงินหายน่ะ โดนขโมย ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเงินเลย”

พวกลูกหนี้ที่ตอบเจ้าหนี้ด้วยประโยคอ้อมค้อมแบบนี้ส่วนมากมักจะโดนถามแบบไม่ทันได้ตั้งตัว จึงตอบออกมาแบบนี้ พอฟังแล้วก็อาจจะรู้สึก เอ๊ะ! ยังไงนะ ไม่มีเงินเพราะกระเป๋าเงินหาย หรือจริง ๆ ไม่มีค่อยมีเงินอยู่แล้ว งงนิดหน่อย ก็ไม่แปลกที่จะงง เพราะว่าคนพูดเองก็อาจจะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน จึงพยายามอ้างสาเหตุนู่นนั่นนี่เพื่อให้ดูน่าเห็นใจ แต่ไม่เลย เราจับได้แล้วว่าไม่อยากจะคืน

  • ตอบคำถามด้วยคำถาม

อีกวิธีการหนึ่งที่เรียกความเห็นใจจากเจ้าหนี้ได้ดี ก็คือการตอบคำถามด้วยคำถาม บางครั้งกลับกลายเป็นว่าตัวเจ้าหนี้เองรู้สึกผิดที่ทวงเงิน ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเงินที่เราควรจะได้ แหม ช่างเป็นลูกหนี้ที่หัวหมอเสียจริง

“เงินที่ยืมไปจะคืนเมื่อไรหรือครับ” … “คุณคิดว่าผมอยู่อย่างสุขสบาย มีเงินพอกินพอใช้แล้วหรือครับ ?”    “….”

เจ้าหนี้ที่เจอแบบนี้ ถ้าใจไม่แข็งพอ ก็มักจะยอมยืดเวลาคืนเงินให้กับลูกหนี้กลุ่มนี้แทบจะทุกราย แต่เราจะต้องไม่ตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป ถ้าเจอการตอบคำถามด้วยคำถามแบบนี้ออกมา ต้องห้ามแสดงอาการใจอ่อนออกมา ลองเชือดเฉือนแบบนิ่ม ๆ ด้วยการเอ่ยถึงคำมั่นสัญญาที่ลูกหนี้เคยพูดไว้ดิบดีก่อนที่ได้เงินไป ถ้ายังไม่ยอมคืนอีกก็คงจะได้เห็นดีกัน

ทวงเงิน-ลูกหนี้-ยืมเงิน

  • อดีตที่ขมขื่น

อีกหนึ่งหมัดเด็ดของเหล่าลูกหนี้ตัวร้าย ก็คือการเล่าถึงอดีตที่แสนจะรันทดของตนเอง ตอนแรกก็คุยกันสนุกสนาน ยิ้มแย้มปกติ พอทวงถามเรื่องเงินที่ยืมไปเท่านั้นแหละ เปลี่ยนโหมดกะทันหัน กลายเป็นคนชีวิตเศร้าเคล้าน้ำตา ดราม่ามาเต็ม ทำเอาคนฟังอย่างเราแทบจะตั้งรับไม่ทัน

“ฉันไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง พ่อแม่ทำงานหาเช้ากินค่ำส่งเงินให้ไปร่ำเรียนแต่ก็ยังไม่มากพอ ฉันต้องเรียนไปทำงานไป แทบไม่ได้พักผ่อน เพื่อหาเงินมาประทังชีวิต ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้ก็ไม่รู้จะเป็นยังไง เดี๋ยวก็ต้องไปทำงานต่อแล้วจะได้รีบหาเงินมาคืนคุณให้ได้”

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ดราม่าล้านแปด แต่อยู่ที่การรับปากของลูกหนี้คนนั้น ถ้าคุณบอกว่าจะคืนวันไหน คุณก็ควรจะคืนให้ตรงเวลา การเรียกร้องความเห็นใจด้วยวิธีนี้คงไม่เวิร์กเท่าไร แล้วเจ้าหนี้เองก็อย่าเพิ่งเคลิ้มล่ะ ใจแข็งหน่อย

  • จำไม่ได้

คำว่า “ลืม” “จำไม่ได้” เป็นอะไรที่พูดยากเสียเหลือเกิน เดายากว่าลืมจริงหรือแกล้งลืม แล้วพอเจอแบบนี้ เหล่าเจ้าหนี้ทั้งหลายก็มักจะใจอ่อน ให้ผัดผ่อนไปก่อน เดี๋ยวค่อยคืน หรือในอีกกรณีหนึ่งที่ฝ่ายลูกหนี้อ้างว่าตัวเราเองที่ไม่ชัดเจนเรื่องเงิน

“อ้าว วันนั้นไม่ได้จ่ายคืนไปแล้วหรอกหรือ?”

“ฉันบอกว่าขอเงินหน่อย ไม่ได้บอกว่าขอยืม คิดว่าเข้าใจตรงกันซะอีก”

“จำไม่ได้เลย ยืมไปเมื่อไร จ่ายค่าอะไรนะ?”

“แล้วทำไมไม่ทวงล่ะ?”   (ก็ทวงอยู่นี่ไง !)

ไม่ได้พูดเล่นนะ มันมีคนแบบนี้จริง ๆ ซึ่งกลายเป็นว่าเขาผลักภาระเรื่องเงินมาให้เราเป็นคนจดจำเอง ไม่ไหวเลยนะแบบนี้ แต่เพื่อความชัวร์ ต่อไปถ้าจะเอาเงินให้ใครยืม ให้จดบันทึกหรือแคปหน้าจอแชทเอาไว้เลยว่าใครขอยืมเงินไปกี่บาท แล้วเอาไปจ่ายค่าอะไร ยืมวันไหน คืนวันไหน เอามามัดตัวเลย อย่าปล่อยให้รอดพ้นไปได้

สมัครสินเชื่อ-ขอสินเชื่อ

ปัญหาเรื่องเงิน กู้สินเชื่อ น่าจะดีกว่า

หากคุณอยู่ในสถานะเจ้าหนี้ที่ต้องลำบากใจทุกครั้งเมื่อมีคนมาขอหยิบเงิน แล้วยังต้องเหนื่อยกับการรอคอย ติดตามลูกหนี้ว่าจะคืนเงินได้เมื่อไร ลูกหนี้บางคนก็หัวหมอเหลือเกิน ตอนยืมกับตอนคืนนี่เหมือนคนละคน เจอแบบนี้บ่อย ๆ เสียสุขภาพจิตแย่ แต่ก็อดเห็นใจไม่ได้ เพราะเรื่องเงินมันก็พูดยาก

หากคุณอยากช่วยเหลือ แต่ไม่สะดวกที่จะให้หยิบยืมเงินจริง ๆ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ลองแนะนำให้เขาคนนั้นสมัครสินเชื่อ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียนในชีวิต แบบที่ไม่ต้องระรานคนอื่น เพราะการขอสินเชื่อนั้น หากเลือกดี ๆ ก็มีสินเชื่อแบบดอกเบี้ยต่ำที่น่าสนใจ และมีระบบการจ่ายเงินที่ปลอดภัย ไม่ต้องไปเสี่ยงกู้เงินนอกระบบ

ที่สำคัญการกู้สินเชื่อก็จะช่วยให้ทั้งคุณเจ้าหนี้และคุณลูกหนี้เอง ไม่ต้องลำบากใจเวลาเจอหน้ากันแล้วต้องทวงถามเรื่องเงิน ถือว่าเป็นการรักษาความสัมพันธ์อันดีอีกด้วย

เชื่อว่าหลายคนก็คงเคยเจอกับวิธีการเหล่านี้มาบ้าง และเชื่ออีกเช่นกันว่าคนเราจะมีวิจารณญาณมากพอที่จะแยกได้ว่าอันไหนพูดจริงหรือไม่จริง ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องโหดกับคนที่ยืมเงินเราทุกคน แต่ให้ลองพิจารณาดูว่านิสัยการยืม-คืน ของแต่ละคน เป็นยังไง จะได้ไม่หลวมตัวเอาเงินให้หยิบยืมในครั้งต่อ ๆ ไป


avatar
by IN-Wsible
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon