คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

สินเชื่อส่วนบุคคล

อัปเดต! มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ช่วงโควิด-19

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าไวรัสโควิด-19 นี่ทำให้หลายธุรกิจต้องเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก รวมทั้งแรงงานจำนวนมากก็ขาดรายได้ และถึงแม้จะมามาตรการเยียวยาออกมา แต่บางมาตรการก็ใกล้จะสิ้นสุดการผ่อนปรนแล้ว แบบนี้จะมีมาตรการอะไรออกมาช่วยเหลืออีกไหมนะ มาอัปเดตกันหน่อยดีกว่า 

ขอสินเชื่อส่วนบุคคล

อัปเดตล่าสุด! มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ โควิด-19 

แบงก์ชาติเพิ่มมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยด้วยการรวมหนี้

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมหนี้ ซึ่งลูกหนี้สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการและแสดงข้อมูลว่าได้รับผลกระทบต่อผู้ให้บริการทางการเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 – 31 ธันวาคม 2564

ลูกหนี้สามารถนำสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของผู้ให้บริการทางการเงินเดียวกัน เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ มาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ด้วยวิธีการรวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ประโยชน์จากหลักประกัน

วิธีการรวมหนี้จะทำให้ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถลดอัตราดอกเบี้ยในส่วนของสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น ให้เหลือไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามความสามารถของลูกหนี้

มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดภาระการชำระหนี้โดยที่ลูกหนี้ไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดโดยไม่จำเป็น และยังสามารถใช้วงเงินบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีลักษณะหมุนเวียนที่ยังเหลือได้ รวมทั้งไม่ต้องจ่ายเบี้ยปรับการชำระหนี้ก่อนกำหนดอีกด้วย

ขอสินเชื่อที่ไหนดี

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 2 มีอะไรบ้าง?

นอกจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการรวมหนี้แล้ว ทางแบงก์ชาติเองก็ได้ออกมาตรการเพิ่มเติมระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ซึ่งใจความสำคัญหลัก ๆ มีดังนี้

ปรับลดเพดานดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป 2-4% ต่อปี   

  • สำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563) โดยจากเดิม บัตรเครดิต มีเพดานที่ 18% ต่อปี จะลดเหลือ 16% ต่อปี
  • วงเงินหมุนเวียน (Revolving loan) เช่น บัตรกดเงินสด จากเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 25% ต่อปี
  • การผ่อนชำระเป็นงวด (Installment loan) จากเพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 25% ต่อปี
  • จำนำทะเบียนรถ จากเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 24% ต่อปี

 

เพิ่มวงเงินบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

สำหรับลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินเพิ่มเติม และมีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จะมีการขยายวงเงินจากเดิม 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยจะมีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563

 

มาตรการขั้นต่ำเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 2

ขยายขอบเขตและระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 และไม่เป็น NPLs ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 โดยผู้ให้บริการทางการเงินต้องจัดให้มีทางเลือกความช่วยเหลือขั้นต่ำให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบได้เลือกตามประเภทสินเชื่อ

 

บัตรเครดิต

เปลี่ยนเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลา 48 งวด หรือขยายระยะเวลาตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 12% ต่อปี ทั้งนี้ การใช้วงเงินที่เหลืออยู่ให้ผู้ให้บริการทางการเงินพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ แต่เมื่อรวมกับยอดคงเหลือเดิมแล้วต้องไม่เกินวงเงินที่เคยอนุมัติ และยังคงลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ในปี 2563-2564, 8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2566

สินเชื่อรวมหนี้

สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ อาทิ บัตรกดเงินสด จะมีการลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำตามความสามารถในการชำระหนี้ เปลี่ยนเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลา 48 งวด หรือขยายระยะเวลาตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี 

ทั้งนี้ การใช้วงเงินที่เหลืออยู่ให้ผู้ให้บริการทางการเงินพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ แต่เมื่อรวมกับยอดคงเหลือเดิมแล้วต้องไม่เกินวงเงินที่เคยอนุมัติไว้ก่อนหน้านั่นเอง

 

สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวด และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

จะมีการลดค่างวด อย่างน้อย 30% ของค่างวดเดิม โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

 

สินเชื่อเช่าซื้อ (ไม่จำกัดวงเงิน)

สามารถเลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน หรือ ลดค่างวด โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้

 

สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (ไม่จำกัดวงเงิน)

สามารถเลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน หรือเลื่อนชำระเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสมของลูกหนี้แต่ละราย หรือลดค่างวด โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้ได้

ซึ่งการช่วยเหลือตามมาตรการขั้นต่ำข้างต้น ถ้าเข้าโครงการ ทางสถาบันการเงินจะไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ ทำให้ไม่สามารถเรียกเก็บเบี้ยปรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และในกรณีที่ลูกหนี้ประสงค์จะชำระหนี้ก่อนกำหนด จะต้องไม่มีการคิดค่าเบี้ยปรับ

นอกจากการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระยะที่ 2 แล้ว ธปท. ยังมีการหารือร่วมกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือลูกหนี้ดี ที่มีประวัติชำระดีต่อเนื่อง และไม่ได้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ เพื่อสร้างแรงจูงใจ (Incentive) กระตุ้นให้เป็นลูกหนี้ดีต่อไปในระยะข้างหน้า เช่น การลดดอกเบี้ย การให้รางวัลเป็นบัตรกำนัล หรือ การให้เงินคืนกลับเข้าบัญชี เป็นต้น

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน เช่น แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ Call Center หรือส่งข้อความ SMS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563

พักชำระหนี้

ชวนส่อง เว็บไซต์ ‘เราไม่ทิ้งกัน’ กับมาตราการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ จัดทำเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com เพื่อเผยแพร่มาตรการเยียวยาประชาชน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบการจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยสามารถเลือกค้นหาได้ทั้งตามสถาบันการเงินของรัฐแต่ละแห่ง ประกอบด้วย

  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)
  • ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)
  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
  • บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.)
  • บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

 

นอกจากนี้ยังเลือกตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ ได้แก่

  • เกษตรกรและ SMEs เกษตรกร
  • ประชาชนฐานรากและบุคคลทั่วไป
  • ผู้ประกอบการ SMEs
  • ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก
  • Non-Bank

แต่ทั้งนี้ เงื่อนไขในแต่ละมาตรการนั้นจะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ขอสินเชื่อ

และสำหรับใครที่หา สินเชื่อส่วนบุคคล มาเป็นตัวเลือกช่วยเหลือด้านการเงิน ต้องนี่เลย สินเชื่อส่วนบุคคล จาก rabbit finance ที่นอกจากจะสมัครง่าย มีบริการเปรียบเทียบสินเชื่อแล้ว ยังอนุมัติไว ให้คุณได้เงินก้อนไปใช้ในทุกสภาวะฉุกเฉิน เพียงเลือกสินเชื่อที่ใช่ แล้วกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน จากนั้นก็รอผลการยืนยัน

คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้พยายามเข้าใจมักเกิ้ล นิยมชมชอบกลางคืน สามารถผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ ตอนนี้กำลังหลบลี้หนีภัยจากออฟฟิศซินโดรมอยู่
Previous
Next

บทความแนะนำ​

ประกันรถยนต์
ประกันรถยนต์

อยากได้ ประกันรถยนต์ ราคาเบา ๆ ต้องทำยังไง?

ประกันรถยนต์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่ในเศรษฐกิจแบบนี้ หลายคนอาจจะอยากลดค่าใช้จ่ายด้วยการจ่ายเบี้ยประกันที่ถูกลง แบบนี้เราจะต้องทำยังไงดีล่ะ? rabbit finance มีคำตอบมาฝากกัน อยากได้ประกันรถราคาถูก ต้องทำยังไง? เปรียบเทียบ …

ต้องการเงินก้อนฉุกเฉิน
สินเชื่อส่วนบุคคล

ตามส่องธุรกิจหลังโควิด-19 และแนวโน้ม ปี 2021

หลังจากการมาของโควิด-19 ตัวร้าย ทำให้หลายคนต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปมาก! แน่นอนไม่ใช่แค่การใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ภาคธุรกิจต่าง ๆ ก็เกิดความเปลี่ยนแปลง และต้องปรับเปลี่ยนกันไม่มากก็น้อย ว่าแล้วเราลองมาส่องธุรกิจที่น่าจะมาแรงหลังเกิดโควิด-19 และแนวโน้มธุรกิจในปี 2021 …

เพิ่มเติมสวัสดิการสุขภาพ
ประกันสุขภาพ IPD-OPD

อยากตรวจสุขภาพฟรี ใช้ประกันสังคมตรวจอะไรได้บ้าง?

อยากจะตรวจสุขภาพประจำปีดูบ้าง แต่ไม่มีสวัสดิการของบริษัท แบบนี้ใช้ประกันสังคมเพื่อเบิกเคลมได้ไหมนะ หรือต้องเพิ่มเติมสวัสดิการสุขภาพให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น มาหาคำตอบพร้อม ๆ กับ rabbit finance เลยดีกว่า …