LTF/RMF สำหรับมือใหม่หัดลงทุน

posted: 3 years ago
4,258 views
LTF/RMF สำหรับมือใหม่หัดลงทุน

comments
การลงทุน ในกองทุนระยะยาวดียังไง
Photo Credit: Curtis Gregory Perry via Compfight cc

รัฐบาลไทยก็ได้จัดทำนโยบายการจัดตั้งกองทุนเพื่อเป็นการช่วยลดภาระด้านภาษีสำหรับผู้ที่มีรายได้ ได้แก่ กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Funds – RMF) จัดตั้งในปี พ.ศ. 2544 และ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Funds – LTF) ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 โดยนี่ยังเป็นการสนับสนุนให้คนไทยทุกคนมีเงินเก็บเงินออม เพื่อเอาไว้ใช้ในช่วงหลังเกษียณอีกด้วย ดังนั้น ใครก็ตามที่มีความสามารถในการเก็บออมเงินในวันนี้ แล้วอยากมีเงินไว้ใช้เมื่อเกษียณ มีเงินใช้ แม้ไม่ได้ทำงานมีรายได้ประจำแล้ว (ดีไม่ไดี มีเงินพอไปเที่ยวรอบโลกได้ด้วยเลย) ก็ควรจะใช้สิทธิส่วนนี้ให้เต็มที่เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง และ ครอบครัวในภายภาคหน้านั่นเอง

Viriyah Insurance

RMF และ LTF หน้าตาเป็นยังไง?

กองทุน RMF และ กองทุน LTF มีลักษณะเด่นที่เหมือนกัน ก็คือ ช่วยสนับสนุนการลงทุนระยะยาวนั่นเอง แต่ว่าการลงทุนทั้งสองรูปแบบนี้ มีรายละเอียดที่แตกต่างกันอยู่ที่การลงทุน แต่การลงทุนระยะยาว เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดการเงินเมืองไทย ดังนั้นทางรัฐบาลไทยจึงให้ความสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายอย่างให้แก่ผู้ที่ลงทุนเพื่อเป็นการจูงใจให้มีคนเข้ามาลงทุนกันอีกนั่นเอง

RMF (Retirement Mutual Funds – กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) เป็นกองทุนรวมที่มีจุดประสงค์เพื่อสนุบสนุนให้คนไทยสร้างวินัยในการออมระยะยาว นี่เป็นการสนับสนุนช่วยเหลือให้ผู้คนมีรายได้แม้เกษียณแล้ว และไม่ได้ทำงานได้รับเงินเดือนประจำแล้วนั่นเอง

LTF (Long-Term Equity Funds – กองทุนรวมหุ้นระยะยาว) เป็นกองทุนที่เกิดจากแนวคิดของรัฐบาล ที่ต้องการสร้างวินัยในการลงทุนระยะยาวให้แก่คนไทยทั้งประเทศ ให้สามารถนำเงินมาลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ต่อยอดได้ โดยกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ได้ทำการจดทะเบียนหุ้นตลาดรอง เช่น SET และ MAI เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพของตลาดทุนไทย

>>> กฏเหล็กเกี่ยวกับการลงทุน มีอะไรบ้าง คลิกเลย! <<<

จะลงทุน LTF/RMF ยังไงให้ได้กำไรใน 5 ปี

  1. ประเมินก่อนการลงทุน

    อย่างแรกที่ต้องทำคือการรวมสัดส่วนการลงทุนแต่ละอย่าง เพื่อนำไปประเมินความเสี่ยงของเงินลงทุนที่คุณจะลงไป ว่ามีการกระจายความเสี่ยงมากพอหรือยัง เหมาะสมกับอายุความต้องการใช้เงินในอนาคตหรือไม่ ถ้าประเมินแล้วยังรับความเสี่ยงได้อีกก็สามารถเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์อีกได้ นโยบายของ RMF/LTF ตรงกับวัตถุประสงค์ของคุณหรือไม่ ถ้าความเสี่ยงสูงก็อาจจะหันไปลงทุนในกองทุนความเสี่ยงต่ำแทน เช่น ตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น

  2. เปรียบเทียบก่อนลงมือ

    อีกครั้งที่การศึกษารายละเอียดเป็นสิ่งสำคัญก่อนการลงมือทำ คือ ศึกษาว่า ในการลงทุนเค้าจะเอาเงินลงทุนของเราไปทำอะไร การลงทุนในหุ้น LTF ใช้เวลาประมาณ 5 ปี แต่ว่าถ้าไม่ต้องรีบเอาเงินออกมาใช้อะไรก็สามารถทิ้งไว้ลงทุนต่อได้เลย

    ในขณะที่ RMF จะมีนโยบายการลงทุนหลายอย่างด้วยกัน ตั้งแต่ กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว กองทุนหุ้น กองทุนทองคำ โดย RMF เป็นกองทุนออมเงินเพื่อการเกษียณ ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าเงินที่ลงทุนไปจะหายไปไหน แต่ว่าแต่ละบริษัทก็มีหลายนโยบาย สามารถสอบถามได้จากบริษัท บลจ. และอย่าลืมอ่าน Fund Fact Sheet ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ และ ผลตอบแทนของกองทุนด้วย

  3. ต้องลงทุนอะไรก่อน

    ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนที่เราจะนำเงินไปลงทุนเป็นสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่ต้องศึกษา ก็ได้แก่ นโยบายการลงทุน สินทรัพย์ที่กองทุนจะนำไปลงทุน ผลการดำเนินงาน ประวัติการจ่ายเงินปันผล ความเสี่ยง การจัดเรตติ้งของกองทุนนั้นๆ เป็นต้น เมื่อคุณได้ข้อมูลเพียงพอแล้วก็เลือกกองทุนให้เหมาะกับจุดประสงค์ที่คุณต้องการ

  4. การลงทุนระยะยาว

    การลงทุนกับ LTF/RMF เป็นการลงทุนแบบลงทุนไปแล้วสบายใจ ระยะยาว ไม่ผันผวน ควรเลือกกองทุนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวที่ดี เพราะเราต้องถือครองไปจนกว่าจะครบระยะเวลา 5 ปี ผู้จัดการกองทุนรวมธรรมดาจะมีวิธีการเลือกหุ้นที่ดูผลประโยชน์ไป 3-5 ปีข้างหน้า ต้องมีเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ที่เหมาะสม

  5. จังหวะการตัดสินใจก็มีผล

    ตลาดหุ้นมีการแกว่งตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ การไหลเวียนของเงินทุน ผลดำเนินงาน แต่ละปัจจัยนั้นยากที่จะคาดการณ์ได้ วิธีการลงทุนที่มือใหม่นิยมกัน ก็คือการลงทุนในกองทุน LTF/RMF ที่เน้นการลงทุนในหุ้นในรูปแบบการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน วางแผนซื้อในวงเงินเท่าๆกัน สม่ำเสมอ ทุกเดือน ส่วนนักลงทุนที่มีเวลาในการติดตามข้อมู,ข่าวสาร จังหวะการซื้อหุ้นที่ดีที่สุดคือเมื่อตลาดหุ้นปรับตัวลง แต่ก็ต้องดูว่าจะต้องมีเกณฑ์การปรับตัวเท่าไหร่ถึงซื้อ เท่าไหร่ไม่ควรซื้อ ต้องมีวินัยในการดูข้อมูลตรงนี้ด้วย

    นักลงทุนที่ต้องการซื้อ RMF ที่เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ รับความเสี่ยงต่ำได้ สามารถซื้อได้ตั้งแต่ต้นปีเลย เพราะตราสารหนี้มีความผันผวนต่ำ ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ระยะเวลาที่ถือครองการลงทุนก็มีผลด้วยเช่นกัน

  6. การเปลี่ยนกองทุนหลังลงทุนไปแล้ว

    เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันในตลาดเงินที่ค่อนข้างมีการผันผวนพอสมควร ทำให้ราคาสินทรัพย์มีการผันผวนตามไปด้วย หากนักลงทุนประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่ามีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจะมีผลกระทบระยะยาวมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ จะทำให้ราคาสินทรัพย์มีความเสี่ยงโดยเฉพาะหุ้น ซึ่งจะมีโอกาสปรับตัวลงได้ด้วย ส่วนนี้นักลงทุนสามารถสับเปลี่ยนกองทุน RMF จากที่ลงทุนไปในตราสารหนี้แทนเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง ส่วนกองทุน LTF สามารถลดความเสี่ยงได้บางส่วน คือ กองทุน LTF ที่คุณถือหุ้นอยู่ไม่เกิน 70% นักลงทุนเองควรค้นหาโอกาสในการเปลี่ยนการลงทุนมาอยู่ในกองหุ้นเมื่อดูแล้วว่าความเสี่ยงน้อยลง เพราะการลงทุนตราสารทุนจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว

MuangThai Insurance

ข้อควรระวัง

การลงทุนใน RMF/LTF เป็นการลงทุนที่ช่วยประหยัดภาษีเงินได้ ผู้ลงทุนจะต้องทำการศึกษาเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ได้แก่ ต้องซื้อหน่วยลงทุน RMF ไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ต่อปี หรือ ไม่น่อยกว่า 5,000 บาท การลงทุนสูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. แล้วจะต้องมีจำนวนไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ส่วนการลงทุนส่วนนี้จะช่วยประหยัดภาษีได้มากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน

โดยรวมแล้ว นักลงทุนที่ต้องการจะลงทุนใน RMF ควรลงทุนใน LTF ด้วยเช่นกัน เพราะว่าจะช่วยลดหน่อยภาษีแล้ว ยังเป็นการออมระยะยาวเพื่อช่วยให้เรามีอนาคตที่มั่นคง มีโอกาสสร้างผลตอนแทนที่สามารถนำไปใช้งาน เพื่อสร้างต่อยอดสินทรัพย์ที่เรามีได้อีกด้วย


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon