ดาราดังที่เคยเผชิญกับ โรคซึมเศร้า

posted: 1 year ago
ดาราดังที่เคยเผชิญกับ โรคซึมเศร้า

comments

จากข้อมูลของธนาคารโลกที่ได้ทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้คาดการณ์ไว้ว่า ในปี 2020 โรคซึมเศร้าจะกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกอันดับที่ 2 รองลงมาจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

ขณะที่ประเทศไทยเองก็พบว่ามีคนไทยที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า 12 ล้านคนและเป็นผู้ที่ไม่ได้พบแพทย์มากกว่า 1 ล้านคน เห็นไหมล่ะคะว่า โรคซึมเศร้าได้กลายเป็นภัยใกล้ตัวทุกคนไปแล้ว


โรคซึมเศร้าคืออะไร

โรคซึมเศร้า คืออะไร ?

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าโรคซึมเศร้าสามารถหายได้ด้วยตนเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาท 3 ชนิด คือ ซีโรโตนิน นอร์เอปิเนฟรินและโดปามีน หากปล่อยไว้ผู้ป่วยอาจคิดสั้นฆ่าตัวตายได้ ซึ่งโรคซึมเศร้านั้นมีหลายประเภท จึงทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • โรคซึมเศร้าแบบเมเจอร์ดีเพรสชั่น (Major Depression)

โรคซึมเศร้าชนิดนี้ เป็นโรคซึมเศร้าแบบขั้นรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการซึมเศร้าไปจนถึงอาการเศร้าสลดนานกว่า 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะไม่มีความสนใจในเรื่องใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ป่วยควรได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้โรคทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้อีกด้วย

โรคซึมเศร้าชนิดนี้จะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าชนิดแรก แต่จะมีอาการซึมเศร้าอย่างต่อเนื่องเรื้อรังเป็นเวลานาน 2-5 ปี ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกสูญเสียความสามารถในการทำงาน อาทิเช่น นอนหลับมากเกินไป รู้สึกว่าตนเองไม่ประสบความสำเร็จ มองโลกในแง่ร้ายและหลีกเลี่ยงที่จะคบหาสมาคมกับผู้อื่น

  • โรคซึมเศร้าแบบไบโพลาร์ดิสออร์เดอร์ (Bipolar disorder)

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าชนิดนี้ บางรายจะมีอารมณ์เซ็ง ซึมเศร้า สลับกับอาการลิงโลด โดยเป็นอารมณ์สองขั้วที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โรคซึมเศร้าชนิดนี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจและก่อให้เกิดปัญหาตามมา อาทิเช่น การตัดสินใจผิดๆในช่วงที่มีอาการซึมเศร้า จนเป็นเหตุให้เกิดการฆ่าตัวตาย


ภาวะซึมเศร้า

จะรู้ได้ไงว่าเป็นโรคซึมเศร้า ?

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ 5 ข้อติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้าแล้วล่ะ

  • มีอารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว
  • ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
  • ไม่มีสมาธิเวลาทำสิ่งต่างๆ
  • รู้สึกอ่อนเพลีย
  • ทำอะไรก็ช้าไปหมด
  • รับประทานอาหารมากขึ้นหรือน้อยลงจนผิดปกติ
  • นอนไม่หลับหรือไม่ยอมตื่น
  • ชอบตำหนิตัวเอง
  • พยายามฆ่าตัวตาย

 


สิงห์ มุสิกพงศ์

ดารากับโรคซึมเศร้า   

ปัจจุบันมีข่าวคราวเรื่อง การฆ่าตัวตาย ด้วยโรคซึมเศร้าออกมามากมายหลายราย โดยเฉพาะในคนดังทั้งหลายและเมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวช็อคความรู้สึกแฟนเพลงไปทั่วโลก กับการสูญเสีย

  • เชสเตอร์ เบนนิงตัน นักร้องดังวง Linkin Park

เพราะอาการป่วยจากโรคซึมเศร้า แต่ใครจะรู้ล่ะว่า เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) นักร้องดังระดับโลกที่มาพร้อมกับชีวิตอันหรูหรา ก็เป็นโรคนี้เหมือนกัน

  • เลดี้ กาก้า มอนสเตอร์สาวสุดซ่าส์

ต้องต่อสู้กับโรคซึมเศร้ามาทั้งชีวิต เพราะเมื่อก่อนเธอมีชีวิตที่รันทดมาก บ้านยากจน พ่อแม่เป็นแค่ชนชั้นแรงงาน  ติดยา และยังถูกข่มขืนอีกด้วย จึงไม่แปลกใจเลยที่เธอได้เข้าสู่ ภาวะซึมเศร้าอย่างเต็มตัวและเคยเกือบฆ่าตัวตายมาแล้ว

แต่หนึ่งในความโชคดีของเลดี้ กาก้า คือ  เธอได้เรียนรู้ว่าความเศร้าไม่ได้ทำลายเรื่องดีๆที่เคยเกิดขึ้น และเรื่องดีๆเหล่านั้นทำให้เธอกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ส่วนคนดังในไทยก็มีหลายรายที่ต้องจบชีวิตตัวเองลงด้วยอาการจากโรคซึมเศร้าและปัญหาในชีวิตมากมาย หนึ่งในนั้น คือ

  • สิงห์ มุสิกพงศ์ มือกีตาร์ วง sqweez animal

เนื่องจากสิงห์เป็นคนเก็บตัว พูดน้อย ชอบอยู่คนเดียว เวลามีปัญหาก็ไม่พูดไม่ระบายกับใคร จึงทำให้เขากลายเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว จนนำไปสู่การกระโดดตึกตายในที่สุด


รักษาโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้ารักษาได้อย่างไร ?

การรักษาโรคซึมเศร้า มีหลายวิธีด้วยกัน ดังนี้

 

  • รักษาโรคซึมเศร้าด้วยยา

ยาแก้โรคซึมเศร้าจะทำให้อารมณ์ของผู้ป่วยดีขึ้น แต่จะออกฤทธิ์ค่อนข้างช้าต้องรับประทานยาต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ และมักต้องใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ยาจึงจะออกฤทธิ์เต็มที่ เมื่อหายแล้วผู้ป่วยจะกลับเป็นคนเดิม โดยที่แพทย์จะให้ยาต่อเนื่องอย่างน้อยอีก 6 เดือน

  • รักษาโรคซึมเศร้าโดยไม่ใช้ยา

เป็นการเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม ให้ผู้ป่วยมองโลกในแง่ดีขึ้น มีเหตุผล หรือให้ผู้ป่วยลองหาอะไรทำ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ทำให้ความคิดฟุ้งซ่านลดลงและอารมณ์ดีขึ้น

  • รักษาโรคซึมเศร้าด้วยไฟฟ้า (ECT, Electroconvulsive therapy)

การรักษาแบบนี้จะใช้ในรายที่เป็นมากหรือเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมากๆเท่านั้น ซึ่งแพทย์จะให้การรักษาด้วยไฟฟ้า เครื่องจะปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านสมองทำให้ผู้ป่วยเกิดการชักและภาวะซึมเศร้าจะหายได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ตามโรคซึมเศร้า ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอใดๆ หรือเป็นความผิดของใคร เพราะฉะนั้นหากพบหรือสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวป่วยด้วยโรคซึมเศร้า อย่าได้นิ่งนอนใจ ควรพามาปรึกษาแพทย์ทันที หรือทางที่ดีก็ควรทำประกันสุขภาพไว้ด้วยจะดีกว่านะคะ เพราะการทำประกันสุขภาพจะช่วยให้คุณสบายใจและอุ่นใจมากขึ้นค่ะ

 


avatar
by tira.Cha
∞ เป็นผู้หญิงรักแมวที่อินกับทุกเรื่อง ร้องไห้กับเพลงเศร้าทุกเพลง และยิ้มไปกับบทความที่น่ารักของทุกคน ∞
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon