8 เส้นทางโบกมือลาความเครียด

posted: 1 year ago
8 เส้นทางโบกมือลาความเครียด

comments

“ นอนไม่ค่อยหลับ ทานอาหารไม่ค่อยได้ รู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากจะทำอะไร ”  ถ้าอาการเหล่านี้คือสิ่งที่คุณกำลังรู้สึกหรือเป็นอยู่ แสดงว่าคุณกำลังเข้าสู่ระยะเริ่มแรกของความเครียดซะแล้ว

ซึ่งความเครียดนั้นไม่เข้าใครออกใคร เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง เด็กหรือคนชรา และ ความเครียดก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สุขภาพร่างกายเราแย่จนทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำวิธีจัดการกับความเครียดเหล่านี้กัน


ความเครียดคืออะไร

ความเครียด คือ ภาวะของอารมณ์ หรือความรู้สึกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ อึดอัดใจ หรือถูกบีบบังคับ กดดันจนทำให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิด ทุกข์ใจ สับสน โกรธ หรือเสียใจ โดยความเครียดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ที่สามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ คือ

  1. ปัญหาการเงิน
  2. ปัญหาการทำงาน
  3. ปัญหาสัมพันธภาพ
  4. ปัญหาสุขภาพ
  5. ปัญหาอื่นๆในชีวิตประจำวัน


วิธีการจัดการความเครียด

วิธีที่เราจะกำจัดความเครียดให้ไปจากเราได้มีด้วยกันหลายวิธีที่แต่ละวิธีจะขึ้นอยู่กับปัญหาและสถานการณ์ สามารถเลือกจัดการความเครียดได้หลายเทคนิค วันนี้เราจะแนะนำวิธีการจัดการความเครียดของ นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ ที่ได้แบ่งการจัด การความเครียดได้ 4 วิธี  ใหญ่ๆ ดังนี้

  • พยายามหลีกเลี่ยง (Avoid)

การหลีกเลี่ยงจากสถานการณ์หรือบุคคลที่ทำให้เราเครียด เป็นอีกวิธีหลีกเลี่ยงที่ทำได้โดย การรู้จักปฏิเสธ เพื่อการเลี่ยงเผชิญหน้ากับบุคคลที่ทำให้เราเครียด ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม หรือการไม่พูดเรื่องที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน และการเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำประจำวัน

  • ปรับเปลี่ยนสิ่งที่ทำให้เครียด (Alter)

ถ้าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นได้เราก็ควรที่จะพยายามปรับเปลี่ยนสิ่งที่ทำให้เครียด ซึ่งทำได้โดย บอกความรู้สึกของเราต่อคนนั้นที่เรารู้สึกอึดอัดด้วยวิธีที่นุ่มนวล หรือการปรับเปลี่ยนตนเองในกรณีที่เราอาจเป็นสาเหตุทำให้คนอื่นเครียด

และเราต้องพยายามจัดสรรเวลาการทำงานให้ดี เพราะการพยายามทำงานหนักหรือทำกิจกรรมต่างๆตลอดทั้งวันไม่ใช่เรื่องดี เนื่องจากการทำงานทั้งวันจะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าและเกิดความเครียดได้ง่าย

  • ปรับตัวให้เข้ากับความเครียด (Adapt)

ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสาเหตุความเครียด จึงควรปรับตัวให้เข้ากับมัน โดยการยอมรับหรือเปรับปลี่ยนทัศนคติ ความคาดหวังจากเดิมไปบ้าง ด้วยการมองปัญหาในมุมใหม่ มองสถานการณ์ให้เป็นด้านดี มองปัญหาที่เกิดในระยะยาวที่จะเกิดในโอกาสต่อไป

และลดมาตรฐานลง คนที่พยามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ มักเครียดง่ายและจะทำให้คนอื่นที่อยู่รอบๆตัวเครียดไปด้วย การที่คิดว่าเราทำได้แค่นี้ หรือ หากคิดว่าที่เขาทำได้แค่นี้ก็ดีแล้ว เราทำดีที่สุดเท่าที่เราทำได้แล้ว

  • ยอมรับความเครียด (Accept)

สุดท้ายหากเราหนี ปรับเปลี่ยน หรือควบคุมสาเหตุความเครียดบางอย่างไม่ได้ เช่น ความเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง ภาวะการเงินที่ถดถอย หรือ อุบัติเหตุ การยอมรับปัญหาจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งการยอมรับปัญหาที่เกิดนั้นอาจจะยากในตอนแรก

สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ อย่าคิดว่าเตัวเองนั้นสามารถควบคุมทุกอย่างได้ คิดซะว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะยากหรือง่าย ก็คือการทดสอบอย่างหนึ่ง และเราควรพูดระบายกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทที่เรารู้สึกสบายใจเวลาอยู่ด้วยให้เขาฟังและการให้อภัย

ซึ่งตรงกับพระพุทธศาสนาที่สอนให้รู้จักการให้อภัย เพราะผู้คนในโลกนี้รวมทั้งตัวเราอาจจะทำอะไรที่ผิดพลาดได้ ดังนั้นการให้อภัยจะช่วยให้ความรู้สึกขุ่นเคืองลดลง อารมณ์ดีขึ้น พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า



การฝึกผ่อนคลายความเครียด

นอกจากนี้ทาง กรมสุขภาพจิต ยังมี “การฝึกผ่อนคลายความเครียด” เป็นวิธีการเฉพาะในการลดความเครียดในทางวิชาการ ซึ่งสามารถลดความเครียดได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครใช้ได้ผลมากน้อยแค่ไหน  ซึ่งจะมีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และการทำจิตใจให้สงบเป็นหลัก ซึ่งวิธีที่จะนำเสนอในที่นี้ จะเป็นวิธีง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง มี 8 วิธีดังนี้

  1. การฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ
  2. การฝึกการหายใจ
  3. การทำสมาธิเบื้องต้น
  4. การใช้เทคนิคความเงียบ
  5. การใช้จินตนาการ
  6. การทำงานศิลปะ
  7. การใช้เสียงเพลง
  8. การใช้เทปเสียงคลายเครียดด้วยตัวเอง

สำหรับการฝึกคลายเครียดนั้น เมื่อเริ่มฝึกแรกๆควรฝึกบ่อยๆ วันละประมาณ 2-3 ครั้ง และควรฝึกต่อเป็นประจำทุกวัน เมื่อฝึกจนชำนาญแล้วจึงค่อยลดลงเหลือเพียง 1 ครั้งต่อวันก็พอ หรือเราอาจฝึกเฉพาะตอนที่เราเริ่มรู้สึกเครียดเท่านั้นก็ได้

แต่ถ้าเราฝึกได้ทุกวันก็จะเป็นผลดีต่อเราเอง และเวลาที่เหมาะกับการฝึกที่สุดก็คือ ตอนก่อนที่จะนอน เพราะหากฝึกตอนก่อนนอนจะช่วยให้เราจิตใจสงบ นอนหลับสบายมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้บางทีสำหรับคนที่เครียดไม่มากก็จะมีวิธีหรือ กิจกรรมเพื่อการลดความเครียด มากมาย เช่น การเล่นดนตรี การฟังเพลง ดูภาพยนต์ วาดรูป ออกกำลังกาย ซื้อของตามห้างสรรพสินค้า หรือ การเดินทางไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ เพื่อการพักผ่อน ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราผ่อนคลาย ลดอาการเครียดได้เช่นกัน

สุดท้ายไม่ว่าเราจะเครียดจากอะไรก็ตาม ขอให้ทุกคนคิดในแง่ดีกันไว้ก่อนนะคะ เพราะเราเชื่อว่า ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้ไข แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาบ้างขึ้นอยู่กับเรื่อง และอยากให้คิดกันว่า ทุกสิ่งที่เราทำนั้นเราได้ทำดี่ที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

นอกจากนี้ก็อย่าลืมหาเวลาว่างไปทำกิจกรรมที่เราชอบเพื่อผ่อนคลายให้ตัวเองสนุกกันด้วยนะคะ แค่ไม่กี่ชั่วโมงสำหรับการทิ้งปัญหาทุกอย่างและมีความสุขกับสิ่งที่เราชอบแค่นี้เราเชื่อว่าโลกของทุกคนคงสดใสมากขึ้นเลยทีเดียว

 


avatar
by doubleP

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon