น้ำในหูไม่เท่ากัน โรคที่ทำให้ยากต่อการดำรงชีวิต

posted: 1 year ago
น้ำในหูไม่เท่ากัน โรคที่ทำให้ยากต่อการดำรงชีวิต

comments

โรคภัยไข้เจ็บหรือ ปัญหาสุขภาพ ที่เกี่ยวกับอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตับ ไต ปอด หัวใจ คงเป็นเรื่องที่ได้ยินกันจนชิน แต่คงไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้ยินโรคที่เกี่ยวกับ “หู”

ซึ่งตอนนี้เป็นช่วงที่เรียกได้ว่า หากใครไม่เคยได้ยินโรคนี้คงเชยสะบั้น กับ “โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน” หรือ โครเมเนียส์  เอาเป็นว่า หากใครที่ยังไม่รู้จักว่าเจ้าโรคนี้มันเป็นอย่างไร  ส่งผลอะไรกับร่างกายเราบ้าง หรือ น้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นโรคอันตรายหรือไม่  เราลองไปรู้จักเพิ่มเติมกันดีกว่าค่ะ


โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ โครเมเนียส์ เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นใน ที่มีน้ำในหูมากเกินกว่าปกติ จึงส่งผลให้เกิดความรู้สึกเกี่ยวกับการทรงตัวที่เปลี่ยนไป สูญเสียการได้ยิน หรืออาจทำให้เวียนศรีษะ ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงหูข้างเดียวแต่ก็ยังพบได้ในกรณีที่เกิดกับหูทั้งสองข้าง และมักเกิดในกลุ่มอายุตั้งแต่ 20 – 50 ปี ในปริมาณชายหญิงเท่าๆกัน


สาเหตุของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

สำหรับสาเหตุที่แน่ชัดยังไม่สามารถทราบได้ แต่อาจมีปัจจัยที่เกิดขึ้นและส่งผลให้เกิด  การกระตุ้นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มีดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส หูชั้นในอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ ซิฟิลิส รวมไปถึงไข้หวัด
  • การประสบอุบัติเหตุที่ศรีษะ เพราะเราไม่อาจทราบได้เลยว่าการกระทบกระเทือนของศรีษะอาจะจะส่งผลถึงหูที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันได้
  • การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน
  • ความไม่สมดุลของน้ำและเกลือแร่
  • กรรมพันธุ์ จึงอาจส่งผลให้หูชั้นในมีโครงสร้างของหูที่ผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด
  • ความเครียด การที่ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอที่มาจากความเครียด การดื่มสุรา สูบบุหรี่ รวมไปถึงการทานยาจำพวกแอสไพริน ที่สามารถไปกระตุ้นทำให้เกิดโรคได้
  • โรคภูมิแพ้

อาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

อาการที่พบหลักเลย จะมีอาการเวียนศรีษะ หรือ อาการเวียนหัวบ้านหมุน ที่เราเคยได้ยินกันนั่นเอง ซึ่งจะมีอาการอยู่ประมาณ 20 นาทีหรือมากกว่าแล้วแต่คน อาการนี้จะเป็นๆหายๆ ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่

นอกจากนี้ก็จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย ในบางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยทรงตัวไม่อยู่มีอาการบ้านหมุนหรือตากระตุกด้วย ซึ่งทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้

  • ประสิทธิภาพการได้ยินลดลง

อาการนี้มักเป็นเพียงแค่ชั่วคราวในช่วงที่เวียนศรีษะ แต่อาการได้ยินก็จะเริ่มดีขึ้นเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติ หากแต่ผู้ป่วยปล่อยให้โรคกำเริบเป็นระยะเวลานานๆอาจส่งผลเสียให้อาการได้ยินแย่ลงจัยถึงขั้นหูหนวก หูตึงไปตลอดเลยก็เป็นไปได้

  • หูอื้อ หรือได้ยินเสียงอื่นๆในหู

อาการนี้ก็มักจะเกิดขึ้นในระยะอาการเริ่มแรกของโรค ซึ่งเสียงที่ได้ยินอาจจะดังมากขึ้นหรือมีอาการมากขึ้นเมื่อเกิดอาการเวียนศรีษะ และบางครั้งอาการนี้อาจไม่หายไปแม้จะหายจากการเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันแล้วก็ได้

  • รู้สึกแน่นในหู

ผู้ป่วยอาจมีอาการหน่วงๆ หรือหนักในหู คล้ายมีแรงดันอยู่ในหู ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีอาการปวดหูและปวดศรีษะข้างที่เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันด้วย


น้ำในหุไม่เท่ากัน
ขอบคุณรูปภาพจาก youtube

การรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

การรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากันไม่มีวิธีการรักษาที่ทำให้โรคหายขาดไปได้ แต่จะเป็นการรักษาตามอาการ และควยคุมอาการของโรคได้ด้วยยา ดังนี้

  • การรักษาโดยการรับประทานยา

การรับประทานยาเป็นขั้นตอนแรกของการรักษาซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นก็ได้รับผลการตอบรับทางยาที่ดี ซึ่งยาที่รับประทานจะเป็นยาที่ช่วยขยายหลอดเลือด หรือ ฮิตตะมีน ทำให้การไหลเวียนของน้ำในหูดีขึ้น ยาขับปัสสาวะ ยาบรรเทาอาการเวียนศรีษะ

 นอกจากนี้ก็จะเป็นการดูแลรักษาร่างกายโดยทั่วไปตามอาการ  เช่น การไม่ทานเค็ม หรือหลีกเลี่ยงการบริโภคคาเฟอีน



  • การฉีดยา

การฉีดยาส่วนใหญ่จะเป็นการฉีดเพื่อให้คนที่ไม่ได้ผลสำหรับการทานยา ซึ่งแพทย์อาจจะพิจารณาฉีดยาเข้าไปในหูชั้นกลาง เพื่อให้ยาได้ซึมเข้าสู่หูชั้นใน เพื่อเป็นการทำลายระบบประสาทการทรงตัว ทำให้อาการการเวียนหัวดีขึ้นแต่ การได้ยินอาจได้รับผลกระทบไปด้วย

  • ผ่าตัด

วิธีสุดท้ายในการรักษา เพื่อเป็นการระบายน้ำที่อยู่ในหูชั้นใน ส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาหลังจากที่ใช้ยารักษามาจนเต็มที่แล้ว และอาการเวียนศรีษะก็ไม่ได้ทุเลาหรือหายไป รบกวนการใช้ชีวิตการผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายในการรักษา

การตัดเส้นประสาท เป็นการตัดเส้นประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งจะทำในผู้ป่วยที่มีอาการเวียนศรีษะมาก แต่ยังมีระบบการได้ยินที่ดีอยู่

การทำลายอวัยวะควบคุมการได้ยิน   ซึ่งจะเป็นการรักษาอาการเวียนหัวได้ดี แต่ผู้ป่วยจะสูญเสียการได้ยินในหูข้างนั้นไปด้วย ซึ่งมักจะทำในผู้ป่วยที่สูญเสียการได้ยินในหูข้างนั้นมาก เพื่อรักษาอาการการเวียนศรีษะ


น้ำในหูไม่เท่ากัน

การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

1.รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดรวมทั้งไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

2.ลดการทานเค็ม และอาหารที่มีคาเฟอีน

3.ลดภาวะความเครียด และทำจิตใจร่างกาย ให้สดชื่น แจ่มใสอยู่เสมอ

4.ลดการอยู่ในที่ที่มีเสียงดัง หรือฟังเพลงเสียงดังเกินไป

4.หากเกิดอาการเวียนศรีษะควรหยุดการทำกิจกรรมที่ทำอยู่ทันที และหลีกเลี่ยงการที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ

น้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่สามารถรักษาบรรเทาอาการทำให้โรคไม่กำเริบได้ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยควรที่จะระมัดระวังในการใช้ชีวิต เพราะไม่รู้ได้ว่า ผู้ป่วยจะอาการเวียนศรีษะกำเริบช่วงไหน การทำประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพ

จึงเป็นอีกทางหนึ่งในการลดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ ที่จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆที่จะตามมา ซึ่งหากสนใจหรือมีข้อสงสัยอยากสอบถามเพิ่มเติมได้ที่  rabbit finance หรือ เบอร์ 02-022-1222 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ 08:00-19:00 น. 

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon