ยานยนต์เปลี่ยนโลก มิตซูบิชิ แบรนด์เลือดซามูไร

posted: 2 ปีที่แล้ว
ยานยนต์เปลี่ยนโลก มิตซูบิชิ แบรนด์เลือดซามูไร

comments

ยานยนต์ไม่ใช่เป้าหมายเปลี่ยนโลกเพียงอย่างเดียว มิตซูบิชิ แบรนด์เลือดซามูไร

 

ประวัติความเป็นมาของมิตซูบิชิ

จุดกำเนิดขอแผนกยานยนต์จากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นมิทซูบิชิ เริ่มต้นครั้งแรกในปี 1917 เมื่อบริษัท Mitsubishi Shipbuilding Co., Ltd หรือบริษัทการขนส่งทางทะเลได้เริ่มนำเสนอยานยนต์ Mitsubishi Model A ซึ่งเป็นยานยนต์รุ่นแรกที่ถูกผลิตในญี่ปุ่น รถยนต์ซีดาน 7 ที่นั่งที่ประกอบด้วยมือมนุษย์ทั้งคัน

โดยดึงเอาต้นแบบจากรถ Fiat Tipo 3 ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับสายพานการผลิตอย่างยุโรปหรืออเมริกาที่ขายรถยนต์แบบเดียวกัน ต้นทุนการประกอบมือนั้นสูงกว่ามากเกินไป จนต้องหยุดขายในเวลาไม่นาน หลังจากพึ่งผลิตมาเพียง 22 คัน

หลังจากประเทศแดนปลาดิบได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่สอง บริษัทก็หันกลับมาผลิตรถยนต์อีกครั้ง ในยุคนั้นแม้จะไม่ได้ผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลออกมามากนัก แต่ก็มีรถอำนวยความสะดวกแบบอื่นอีกมากเช่นรถบัส Fuso หรือรถ Mizushima

รวมถึงสายการผลิตจักรยานยนต์รุ่น Silver Pigeon ที่มาในแบบของสกู๊ตเตอร์เองก็มีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม Zaibatsu (ชื่อเรียกกลุ่มเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในสมัยก่อน) ต้องยุบตัวลงในปี 1950 ตามคำสั่งของพันธมิตร(ผู้ชนะสงคราม) ทำให้อุตสาหกรรมใหญ่ๆของมิทซูบิชิต้องแยกตัวออกไปสามทีม เป็นภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก


ขอบคุณภาพจาก http://www.jrautomotives.com

ผลกระทบจากสงครามไม่เคยทำให้ประเทศญี่ปุ่นชะลอตัวในการพัฒนาไปเป็นแนวหน้าของโลกมาตลอด และบริษัทยานยนต์นี้ก็มีเลือดซามูไรอยู่เต็มเปี่ยม ในปี 1980 บริษัทก็ผลิตรถยนต์ออกได้จนครบหนึ่งล้านคันในที่สุด

แต่ในยุคนั้น พันธมิตรของบริษัทก็ไม่ได้สู้ดีนัก เป็นหนึ่งในที่มาของการเติบโตสำหรับมิทซูบิชิ เพราะบริษัทอย่าง Chrysler ที่กำลังวิกฤตจะล้มละลาย ก็เลยต้องปล่อยให้พินธมิตรในกลุ่มอย่างมิตซูบิชิครอบครองไป กลายเป็น MMAL หรือ Mitsubishi Motors Australia Ltd

รู้ไว้ไม่เสียหาย มิตซูบิชิมีความสัมพันธ์อันดีกับยอดดาราตาตี่ Jackie Chan หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันว่า ‘เฉินหลง’ มากกว่า 30 ปี ตั้งแต่ภาพยนต์แรกๆของเฉินหลง ก็มีการใช้รถยนต์ของบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นนี้ตลอดมา

หรือแม้แต่การจัดงานแข่งขันขึ้นในนามของเฉินหลงในปี 1984 แม้แต่ในปี 2005 ก็ได้ผลิตรถ Lancer Evo IX รุ่นเฉินหลงมา 50 คัน ปัจจุบัน เฉินหลงเป็นผู้กำกับ(ในนาม)ทีมแข่งรถยนต์ของมิตซูบิชิจีนด้วย

หากใครที่อ่านประวัติของ Honda มาก่อนที่จะมาอ่านต่อที่นี้ จะรู้ว่าในช่วงปี 1992-1993 สื่อญี่ปุ่นได้รายงานข่าวเรื่องความต้องการเข้ายึด เทกโอเวอร์บริษัทฮอนด้า โดยกลุ่มธุรกิจนั้นก็ไม่ไช่ใครที่ไหน นอกจาก มิตซูบิชิ ในยุคนั้น Diamante และ Pajero รถยนต์ขนาดใหญ่ รถกระบะกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ผลกำไรมากพอจะเข้ายึดบริษัทที่กำลังสั่นคลอนอย่างฮอนด้าได้

โดยเฉพาะเมื่อฮอนด้าพึ่งสูญเสียผู้ก่อตั้งบริษัทไป แต่ด้วยความสามารถของ Nobuhiko Kawamota ผู้บริหารของฮอนด้าในสมัยนั้น ที่เลือกตัดสินใจตามวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยม หลีกเลี่ยงการเข้ายึดของมิตซูบิชิไปได้


ขอบคุณภาพจาก https://commons.wikimedia.org

รู้ไว้ไม่เสียหาย ปี 2009 มิตซูบิชิขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ใช้แบตเตอรี่ที่ทำจาก ลิเที่ยม-ไออ่อน ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำหน้าในตอนนั้น แต่ก็ออกจำหน่ายล่วงหน้าก่อนกำหนดถึง 1 ปี

หลังจากนั้นมา ยอดบริษัทมิตซูบิชิก็ไม่ได้ตกอยู่ใต้การดูแลของใครอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งตุลาคม ปี 2016 ที่พึ่งผ่านมานิสสันได้ซื้อหุ้นจาก Mitsubishi Motors ไป 34% โดยหวังว่าจะทำให้นิสสันเป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์(มากที่สุด)ของมิทซูบิชิ แล้วดึงเอาแผนกยานยนต์ของบริษัทไปข้าร่วมกลุ่มกับ Renault-Nissan Alliance แถมยังบอกอีกว่ายินดีจะแชร์เทคโนโลยีและโครงสร้างรถยนต์กับมิตซูบิชิ


มิตซูบิชิในไทย

มิตซูบิชิได้เข้ามาเปิดตลาดในปีไทยตอนปี 1964 ( พ.ศ. 2504) ภายใต้การดูแลของ สิทธิผล มอเตอร์ จำกัด (SMC) และได้ปล่อยรถสามล้อรุ่น ลีโอ กับ รถยนต์ โคล์ท ออกมาให้ชาวไทยได้ใช้งานกัน

และหลังจากการควบรวมบริษัทกับสหพัฒนา-ยานยนต์ จำกัด กลายมาเป็น เอ็มเอ็มซี สิทธิผลจำกัด (MSC) ในปี พ.ศ. 2535 ก็ได้เปิดโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และเปลี่ยนชื่อตัวเองมาเป็น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (MMth) ในปี พ.ศ. 2546 หรือปี 2003

“เรามุ่งมั่นจะนำเสนอความสุข และ ความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่ แก่ลูกค้าผู้ทรงคุณค่าของเรา และ สังคมของเรา เราจะไม่มีทางยอมผ่อนปรนความมุ่งมั่นของเราต่อพันธกิจนี้ ” คติของมิตซูบิชิ มอเตอร์สไทย


ขอบคุณภาพจาก http://www.scanmitsu.com

ปัจจุบันมิตซูบิชิ มอเตอร์สในไทยพึ่งส่งออกรถยนต์ออกไปทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านคัน และยังมุ่งมั่นผลิตยานยนต์ชั้นนำให้กับคนไทยและส่งออกอยู่เรื่อยมา โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ขายอยู่ในประเทศไทยประกอบด้วย

 

  • Pajero Sport    รถกระบะขายดีตลอดกาลของโลก
  • Triton                 รถกระบะสุดแกร่ง บุกได้ไปไหนไปกัน
  • Mirage               รถยนต์ประหยัดน้ำมัน น้องเล็กของมิตซูบิชิ
  • Attrage              smart eco cars รุ่นแรกๆในประเทศไทย
  • Lancer Ex          รถยนต์ทรงสปอร์ตหนึ่งเดียวในมิตซูบิชิไทย

 


รู้ไว้ไม่เสียหาย คำว่า “mitsu” (มิตซู หรือ มิตสึ) แปลว่า 3 และคำว่า “hishi” (ฮิชิ) แปลว่า แห้ว อย่างไรก็ตามเมื่อออกเสียงว่า บิชิ เมื่อเอามาต่อกับคำแรก ก็จะออกมาเป็นคำว่า มิตซูบิชิ


ผลิตภัณฑ์อื่นๆจากมิตซูบิชิ

เมื่อพูดถึงมิตซูบิชิ แน่นอนว่าชาวไทยคงจะไม่ได้คิดถึงรถยนต์เพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์ของมิตซูบิชินั้นมากมายเหลือเกิน และเมื่อเรามองดูไปจนถึงต้นตอของบริษัท จะพบว่ากลุ่มธุรกิจในนามของมิตซูบิชิ เป็นการรวมกลุ่มของบริษัทมากกว่า 40 แห่ง ไม่ได้มีเพียงธุรกิจเพียงอย่างเดียว

การทำงานของชาวญี่ปุ่นนั้นอาศัยความรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่องานบริษัท เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าสิ่งอื่นใด การประชุมรวมกันระหว่างสี่สิบกว่าบริษัทจะเกิดขึ้นทุกเดือนตั้งแต่ปี 1952 จนกระทั่งมีการแทรกแซงของชาวต่างชาติ ที่ส่งผลกระทบตั้งแต่ปี 1993 เป็นต้นมา และหนึ่งในสิ่งที่มิตซูบิชิ มอเตอร์สที่ควบคุมยานยนต์เริ่มทำในช่วงกลางปี 2000 ก็คือการเลิกเข้าประชุมตามประเพณีอันยาวนานนี้


ขอบคุณภาพจาก http://www.mec.co.jp

นอกจากยานยนต์แล้ว บริษัทมิตซูบิชิยังมี Estate, Materials, Electric, Chemical, Logistics, Plastics หรือแม้แต่สถาบันวิจัยในนามของบริษัท เรียกได้เลยว่าในชื่อมิตซูบิชิเพียงอย่างเดียว ก็สามารถทำธุรกิจครบวงจร และหมุนเวียนเทคโนโลยีได้มากพอที่จะไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครอีกต่อไป แม้แต่ Nikon เองก็อยู่ในกลุ่มธุรกิจด้วยเช่นกันนะ

และเมื่อพูดถึงสถาบันวิจัย ก็คงต้องไม่พ้นเรื่องวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้า แม้จะไม่ได้มีข่าวโด่งดังเหมือน Honda หรือ Toyota แต่มิตซูบิชิเองก็เป็นบริษัทหนึ่งที่มีการค้นคว้าเรื่องนวัตกรรมสำหรับอนาคตมาอย่างยาวนาน แม้ว่าส่วนมากจะเพื่อการพัฒนายานยนต์สำหรับอนาคต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยิ่งหย่อนในหัวใจเรื่องนี้กว่าบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นอื่นๆเลย

การวิจัยของมิตซูบิชิ สำหรับยานยนต์นั้นไม่ได้มุ่งเน้นไปที่พลังงานหมุนเวียนอย่างไฟฟ้าเหมือนเทรนด์ที่กำลังนิยมอยู่ในปัจจุบันนี้ แต่จะมุ่งเน้นไปในเรื่องของพลังงานธรรมชาติมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นลมหรือแสงอาทิตย์

รวมถึงการวิจัยค้นคว้าเพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ น้ำ เป็นหลัก และแม้ว่าจะไม่ได้นำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ยานพาหนะในปัจจุบันได้ แต่ก็ได้มีผลงานออกมามากมาย อาทิเช่น แผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่เก็บพลังงานได้เต็มสมรรถภาพ การฟื้นฟูชีวิตให้กับสายน้ำด้วยหลักการทำงานของโอโซน หรือ ไมเครชิพที่จะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้หลายเท่าตัว

สนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ไปได้ที่ http://www.mitsubishielectric.com/keytechnologies/index.html


บริษัทรถยนต์ที่สามารถบริหารตัวเองได้โดยเอกเทศน์ปัจจุบันหาชมได้ยากมากแล้ว สิ่งที่เรามักพบเห็นกัน ถ้าไม่อยู่ใต้การดูแลของบริษัทใหญ่อย่าง General Motor หรือ Volkswagen Group ก็จะไม่ใช่แบรนด์ที่ติดท็อปในตลาดผู้ผลิตรถยนต์ แต่ มิตซูบิชิยังเป็นบริษัทที่คงความเป็นญี่ปุ่นและปกครองตัวเองได้อย่างดี ในตลาดที่คู่แข่งแข็งแกร่งและครองส่วนแบ่งในตลาดสูง


อยากติดตาม Mitsubishi ต่อ ไปได้ที่

https://www.mitsubishimotors.co.th/th/ https://www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH/


avatar
by Smallville
Related stories
loading icon