‘MLR’ ‘MOR’ และ ‘MRR’ 3 อัตราดอกเบี้ยสำหรับการกู้ซื้อบ้าน

posted: 2 years ago
1,688 views
‘MLR’ ‘MOR’ และ ‘MRR’ 3 อัตราดอกเบี้ยสำหรับการกู้ซื้อบ้าน

comments

สำหรับใครที่กำลังศึกษากำลังจะซื้อหรือเคยกู้ซื้อบ้านกับธนาคารมาบ้างแล้ว ต้องรู้จักอัตราดอกเบี้ยแบบ MLR MOR MRR หรือเห็นผ่านตากันมาแน่นอนเพราะว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ธนาคารเค้าใช้คิดดอกเบี้ยเงินกู้กับเรา โดยปกติแล้วดอกเบี้ยเงินกู้ที่ทางธนาคารคิดกับเราจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ก็คือ



1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)

เป็นอัตราดอกเบี้ยที่คิดแบบคงนี้ไม่มีการปรับขึ้นลง ปัจจุบันตอนนี้ธนาคารมักจะใช้สำหรับโปรโมชั่นช่วง 0 – 3 ปีแรกเช่น อัตราดอกเบี้ย 0.99% 6 เดือนแรก หรือ 2% ในปีแรก 4% ในปีที่ 2 – 3 เป็นต้น ทั้งนี้ก็ขึ้นกับโปรโมชั่นแต่ละธนาคาร

2. อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว(Float Rate)

อัตราดอกเบี้ยชนิดนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนของธนาคารให้ช่วงนั้นๆ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มักจะเห็นก็คือ MLR MOR และMRR

MLR หรือ Minimum Loan Rate เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้าชั้นดี มีหลักประกัน ถึงแม้จากคำนิยามจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ชั้นดีที่หมายถึงลูกค้าประเภทบริษัทหรือลูกค้ารายใหญ่ก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติแล้วธนาคารแทบจะเสนออัตราดอกเบี้ยชนิดนี้ให้กับลูกค้าได้ทุกกลุ่มเหมือนกันไม่ได้กำจัดอยู่ที่รายใหญ่ซะทีเดียว โดยการขอสินเชื่อที่เป็นระยะยาวและมีระยะเวลากำหนดที่แน่นอน

กู้ซื้อบ้าน

MOR หรือ Minimum Overdraft Rate ส่วนอัตราดอกเบี้ยชนิดนี้จะใช้สำหรับเงินเบิกเกินบัญชีของลูกค้าที่ทำธุรกิจซะเป็นส่วนใหญ่

MRR หรือ Minimum Retail Rate เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดีเช่น สินเชื่อบุคคล และสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พอเห็นความหมายของแต่ละตัวไปแล้วนั้นหมายความว่าถ้าเราไปขอสินเชื่อธนาคารเพื่อนำเงินมาซื้อบ้านแล้วเราก็มีโอกาสที่จะถูกเสนอทั้ง MLR และ MRR

กู้ซื้อบ้าน

โดยอัตราดอกเบี้ยทั้ง 3 ตัวนี้ทางธนาคารแห่งประไทยหรือชื่อที่เราคุ้นก็คือ BOT จะกำหนดให้แต่ละธนาคารประกาศอัตราดอกเบี้ยแต่ละประเภทไว้อย่างชัดเจนทั้งที่สำนักงานใหญ่ สาขาและเว็บไซต์ของธนาคาร ซึ่งแต่ละธนาคารจะมีอัตรา MLR MOR MRR ไม่เท่ากันเพราะต้นทุนของแต่ละธนาคารไม่เท่ากัน

จากประสบการณ์บางธนาคารอัตรา MRR MLR ของบางธนาคารก็มีให้เห็นอยู่เหมือน เราก็สามารถตรวจดูได้ตามเว็บไซต์ของธนาคารเลยว่าที่ไหนมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด แล้วเวลาที่เราไปขอสินเชื่อจริงๆ บางธนาคาร เราอาจจะได้อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MLR + 1% มาแล้วอีกธนาคารให้ MRR – 3% ก็เป็นไปได้เช่นกัน พอสุทธิแล้วธนาคารที่เสนอ MRR ให้กับเราอาจจะดีกว่าก็เป็นไปได้เช่นกันถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

ดังนั้นแค่การเปิดดูอัตราดอกเบี้ย MLR MOR MRR จะยังไม่พอ เราต้องเข้าไปตามเจ้าหน้าที่ธนาคารเลยว่าตอนนี้ถ้าจะขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเนี่ย ตอนนี้มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง แล้วอัตราดอกเบี้ยคิดเท่าไหร่อย่างไร ดังนั้นก่อนการกู้ซื้อบ้านทุกครั้งเราควรตรวจให้ครบทุกธนาคารเพื่อหาอัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรา

64376759_thumbnail

แล้วรู้กันหรือไม่ว่าความเสี่ยงการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านนั้นมี “ความเสี่ยง” อยู่เหมือนกัน ความเสี่ยงเกิดจากที่ว่าเราไม่สามารถคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย MLR MOR MRR ได้อย่างชัดเจน แล้ววินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเป็นสินเชื่อระยะยาว 20-30 ปี ถ้าเราลองมองย้อนไปใส่อดีตในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านจะมากกว่า 20%++ ผ่านมา 20 ปี ปัจจุบันเหลืออยู่ 5-7% เท่านั้น ถึงแม้ว่าทุกคนจะพูดเหมือนกันว่าอัตราดอกเบี้ยไม่มีทางกลับไปสูงที่จุดเดิม แต่ส่วนตัวเชื่อว่าในอนาคตจะมีการปรับตัวอย่างรุนแรงของอัตราดอกเบี้ยแน่นอน อัตราดอกเบี้ยไม่สามารถรักษาในระดับต่ำแบบนี้ได้ไปตลอด ดังนั้นการวางแผนเพื่อการรับมือกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นปัจจัยที่ควรนำเข้ามาคิดก่อนขอสินเชื่อด้วย



ข้อควรระวังสุดท้ายก็คือการขอสินเชื่อหลายๆ ครั้ง เจ้าหน้าที่ธนาคารจะบังคับให้เราทำ “ประกันชีวิต” เพื่อคุ้มครองหนี้ด้วยโดยจะใส่เข้ามาไว้เป็นหน้าหนึงของเอกสารให้เราเซ็นต์ ลองนึกถึงเวลาที่เราเซ็นต์ขอสินเชื่อเอกสารที่จะต้องเซ็นต์จะเยอะมาก โดยธรรมชาติคนเรามักจะเซ็นต์โดยที่ไม่อ่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่มักจะแจ้งว่าต้องทำ ไม่เช่นนั้นกู้ไม่ได้ ต้องบอกเลยว่า “ไม่เป็นความจริง” แต่อย่างใดเราสามารถปฏิเสธข้อเสนอประกันชีวิตได้

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon