ทำไม? กองทุนมันนี่มาร์เก็ต ถึงน่าสนใจกว่าบัญชีเงินฝาก

posted: 3 months ago
ทำไม? กองทุนมันนี่มาร์เก็ต ถึงน่าสนใจกว่าบัญชีเงินฝาก

comments

ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ บวกกับในอนาคตสถาบันคุ้มครองเงินฝากลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากเหลือเพียง 1 ล้านบาท และธนาคารเองก็เริ่มแนะนำลูกค้าเงินฝากมาลงทุนในกองทุนรวมค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะกองทุน มันนี่มาร์เก็ต หรือกองทุนรวมตลาดเงินที่ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก จึงถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักกองทุนมันนี่มาร์เก็ตฟันด์ว่าคืออะไร ต้องไปลงทุนที่ไหน ให้ผลตอบแทนเท่าไหร่ แล้วมันดีกว่าเงินฝากจริง ๆ เหรอ วันนี้ rabbit finance ได้ไปขุดคุ้ยหาคำตอบมาฝากกันค่ะ

กองทุนมันนี่มาร์เก็ต คืออะไร?

มันนี่มาร์เก็ต

กองทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงต่ำมาก ๆ รวมถึงมีสภาพคล่องสูงไม่ต่างจากเงินฝาก เพราะเป็นกองทุนเปิดที่สามารถซื้อขายได้ทุกวัน เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือพันธบัตร หรือตราสารแห่งหนี้อื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่ำ รวมถึงลงทุนในเงินฝากกับสถาบันการเงิน ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด มีอายุไม่เกิน 1 ปี

โดยกองทุนอาจมีอายุ 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือนก็ได้ ตามแต่ บลจ.จะเป็นผู้กำหนด ซึ่งผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 1 – 3% ต่อปี ดังนั้นกองทุนดังกล่าวจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการเก็บเงิน โดยผู้ลงทุนสามารถให้ธนาคารหักบัญชีออมทรัพย์พื่อซื้อกองทุนเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งเงินลงทุนขั้นต่ำอยู่ที่ 500 บาทต่อเดือน ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่ได้เยอะมาก และสามารถเลือกตัดได้ตั้งแต่วันที่ 15 – 31 ของทุกเดือน


มันนี่มาร์เก็ต

9  ข้อดีของกองทุนมันนี่มาร์เก็ต

1.มีเงินน้อยก็เริ่มลงทุนได้ เพราะ บลจ.ส่วนใหญ่ เปิดรับเงินลงทุนครั้งแรกเพียงแค่หลักร้อยถึงหลักพันเท่านั้น
2.เน้นการลงทุนระยะสั้น ทำให้มีความเสี่ยงของอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ
3.เป็นแหล่งพักเงินในช่วงภาวะเศรษฐกิจผันผวน
4.มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ
5.เป็นกองทุนเปิด ที่สามารถขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมและต่อเนื่องได้หลังจากที่มีการเสนอขายหน่วยลงทุนในครั้งแรกไปแล้ว
6.ถ้าต้องการจะถอนก็สามารถถอนได้หมดบัญชี ไม่ต้องมียอดเงินขั้นต่ำที่ต้องคงไว้ในบัญชี
7.ไม่มีค่าธรรมเนียมซื้อขาย เพราะกองทุนรวมตลาดเงินตั้งใจให้เป็นการบริหารสภาพคล่อง
8.ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก
9.เงินต้นของลูกค้าไม่หายไปไหน

ข้อเสียของกองทุนมันนี่มาร์เก็ต

ถ้าเทียบกับเงินฝากออมทรัพย์ที่สามารถเบิกถอนได้ทันที หรือสามารถใช้บัตรเอทีเอ็มเบิกถอนได้ทุกตู้ทุกเวลา แต่กองทุนมันนี่มาร์เก็ตฟันด์จะเสียเปรียบอยู่ 1 วัน เพราะถ้าจะต้องการถอนเงินจะต้องไปแจ้งที่ธนาคารล่วงหน้าก่อน 1 วัน และได้เงินในวันถัดไป หรือเรียกว่า T+1 ดังนั้นถ้ามีความจำเป็นต้องการที่จะถอนเงินควรวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ

ก.ล.ต.เตรียมแผนผ่อนคลายเกณฑ์กองทุน มันนี่มาร์เก็ต

มันนี่มาร์เก็ต

ปัจจุบันกองทุนนี้เป็นเครื่องมือในการบริหารสภาพคล่องและพักเงินระยะสั้นของนักลงทุนนอกเหนือจากการฝากเงินกับธนาคาร โดย ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2561 กองทุนมีขนาด 2.4 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3 ของมูลค่าเงินฝากออมทรัพย์

และในอนาคตสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะมีการทยอยปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากให้เหลือเพียง 1 ล้านบาท กองทุนรวมตลาดเงินจึงมีแนวโน้มที่จะขยายตัวและยังเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการพักเงิน

มันนี่มาร์เก็ต

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันกองทุนนี้ยังมีข้อจำกัดการลงทุนที่เข้มงวดกว่ากองทุนรวมประเภทอื่น ๆ ดังน้ัน ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการกองทุนของบริษัทจัดการ (บลจ.) ให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนได้ดียิ่งขึ้น โดยปรับปรุง ดังนี้

1.การขยายวงเงินในการชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนในวันที่ทำการซื้อขายหน่วยลงทุน
2.การอนุญาตให้ บลจ. สามารถกำหนดราคาหน่วยลงทุนคงที่ได้ โดยให้ปรับปรุงจำนวนหน่วยลงทุนให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาหน่วยลงทุน
3.การอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เสนอขายเฉพาะกองทุนรวมตลาดเงินซึ่งมีความเสี่ยงต่ำแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องประเมินความเหมาะสมในการลงทุนของผู้ลงทุนได้

ไม่ว่าจะเป็นการออมเงินในรูปแบบไหนล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น ไม่เสี่ยงมากก็เสี่ยงน้อย ดังนั้นเราควรทำการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เงินที่เราลงทุนไปต้องสูญเปล่า แต่ทุกบาททุกสตางค์ต้องให้คุ้มค่าที่สุด ดั่งสโลแกนที่ว่า “ให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม”


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon