คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

ความสำคัญของ-พรบ

ความสำคัญของ พรบ. รถยนต์ ที่ไม่ได้มีไว้แค่ต่อภาษี

เรื่องราวของ พ.ร.บ. รถยนต์ คงเป็นเรื่องคุ้นหูของเหล่าเจ้าของรถอยู่แล้ว เพราะมันเป็นสิ่งที่รถยนต์ทุกคันจะต้องมี และเป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่ทุกคนที่จะต้องไปต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ทุกปีควบคู่ไปกับ การต่อภาษีรถยนต์ หรือ ต่อทะเบียนรถยนต์

ซึ่ง พ.ร.บ. รถยนต์ ในมือเนี่ย มันให้ความคุ้มครองและมีประโยชน์กับผู้ขับขี่อย่างเรามากกว่าแค่ไว้ต่อภาษีอีกเยอะเลยค่ะ

[rabbitads slug=banner1]


พรบ. รถยนต์ ประกันรถยนต์

ทำไมจึงต้องมี พรบ. รถยนต์

พ.ร.บ. รถยนต์ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็น “ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ” ที่บังคับให้รถยนต์ทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกต้องทำ

ซึ่ง  พ.ร.บ. รถยนต์ จะให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ “ตัวบุคคล” โดยไม่ได้รวมถึงความเสียหายที่เกิดกับตัวรถยนต์แต่อย่างใด

หลายคนเลยตั้งคำถามว่า “ไม่ทำได้ไหม?” คำตอบคือไม่ได้ค่ะ เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว การไม่ทำ พรบ รถยนต์ ยังจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทอีกด้วย ต่อให้มี พ.ร.บ. รถยนต์ แต่ไม่ติดเครื่องหมายให้ชัดเจน ก็อาจะโดนค่าปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ความสำคัญของ พ.ร.บ. รถยนต์

สาเหตุที่กฎหมายบังคับให้ ผู้ขับขี่ ทุกคนทำ พ.ร.บ. รถยนต์ นั้น ก็เพราะว่า มันจะได้เป็นความคุ้มครองพื้นฐาน เมื่อเกิดกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน การมี พรบ. รถยนต์ นั้นจะทำให้ผู้ขับขี่และครอบครัวสามารถมั่นใจได้ว่า จะได้รับความช่วยเหลือที่ต้องการอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น และยังสามารถช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายต่างๆที่ตามมาได้ด้วย

นอกจากนั้น ยังเป็นหลักประกันให้กับโรงพยาบาลที่ผู้ประสบภัยเข้ารับการรักษาด้วยว่าหลังจากทำการรักษาแล้วจะได้รับค่ารักษากลับมาอย่างแน่นอน


[rabbitads slug=banner2]

ความคุ้มครองของ พรบ. รถยนต์

ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. รถยนต์ นั้น จะให้ความคุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้นที่เกิดขึ้นกับ “ตัวบุคคล” เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินเท้าด้วย ซึ่งจะแตกต่างจากประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่สามารถเลือกความคุ้มครองอื่นๆ ได้มากขึ้น ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำประกันไว้ทั้ง 2 ตัวเพื่อความอุ่นใจนั้นเอง สำหรับความคุ้มครองที่ผู้ขับขี่จะได้รับจาก พ.ร.บ. รถยนต์ นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ

1.ค่าเสียหายเบื้องต้น

ผู้ประสบภัยจะได้รับความคุ้มครองในความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด ซึ่งบริษัทจะจ่ายเงินชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัย หรือทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัย ภายใน 7 วัน นับแต่บริษัทได้รับคำร้องขอค่าเสียหายดังกล่าว โดยจะจ่ายตามจำนวนเงินดังนี้

1.1 กรณีบาดเจ็บ

จะได้รับการชดใช้เป็น ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน

1.2 กรณีสูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพอย่างถาวร

เมื่อผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรือทุพพลภาพ อย่างใดอย่างหนึ่ง บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น จำนวน 35,000 บาทต่อคน ซึ่งอาการทุพพลภาพที่ได้รับความคุ้มครอง ได้แก่

  • ตาบอด
  • หูหนวก
  • เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด
  • สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์
  • เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว
  • เสียอวัยวะอื่นใด
  • จิตพิการอย่างติดตัว
  • ทุพพลภาพอย่างถาวร

ทั้ง 2 กรณีนั้นผู้ประสบภัยจะได้รับการชดใช้ค่ารักษาพยาบาลรวมกันแล้ว ไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน

กรณีเสียชีวิต

จะได้รับการชดใช้เป็นค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ จำนวน 35,000 บาทต่อคน ถ้าเสียชีวิตหลังได้รับการรักษา จะได้รับการชดใช้รวมกับกรณีบาดเจ็บรวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน

[rabbitads slug=banner3] [rabbitads slug=full-screen]

2.ค่าสินไหมทดแทน

การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นการชดใช้สำหรับความเสียหายต่อชีวิตหรือร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ ที่บริษัทประกันภัยต้องจ่ายเมื่อพิสูจน์ความผิดจากอุบัติเหตุแล้ว และผู้ขับขี่ที่เอาประกันนั้น “เป็นฝ่ายถูก” ซึ่งจะได้รับการชดใช้ได้แก่

  • กรณีบาดเจ็บ จ่ายค่ารักษาพยาบาล สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน
  • กรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร จ่ายเงินชดใช้ 300,000 บาทต่อคน
  • กรณีสูญเสียอวัยวะ (เป็นไปตามเงื่อนไขตามอัตราที่กำหนด) ขึ้นอยู่กับกรณี จ่ายเงินชดใช้ 200,000 – 300,000 บาท/คน
  • กรณีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) จ่ายค่าชดเชย 200 บาท / วัน สูงสุดไม่เกิน 20 วัน

รวมค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดคนละไม่เกิน 304,000 บาท ซึ่งผู้ขับขี่ที่ มีความผิด จะได้รับการคุ้มครองแค่ค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น และถ้าคนที่ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสาร และรถที่โดยสารมาด้วยนั้นเป็นฝ่ายผิด และต้องมีการนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล บริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายค่าชดเชยรายวันให้ จำนวน 1,400 บาท (วันละ200 บาทสูงสุด 7 วัน)

กฎหมายได้กำหนดระยะเวลาการใช้สิทธิ์ขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น ให้ผู้ประสบภัยต้องร้องขอภายใน 180 วันนับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น 

นอกจากนั้นในกรณีที่เกิดเหตุกับรถยนต์ 2 คันขึ้นไป และมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง ให้แต่ละบริษัทร่วมกันจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บด้วย

เห็นมั้ยคะว่า พ.ร.บ. รถยนต์ นั้นมีประโยชน์มากมายจริงๆ ต่อไปนี้ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็อย่าลืมใช้สิทธิ์เคลม พ.ร.บ. รถยนต์กันได้นะคะ และถ้าใครกำลังหาที่ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์อยู่ ลองเข้าไปใช้บริการของ rabbit finance ดูสิคะ รับรองว่า ง่าย สะดวก รวดเร็ว และได้รับความคุ้มครองแบบทันทีแน่นอน ซึ่งคุณสามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดเติ่มเติมต่างๆได้ที่ https://rabbitfinance.com/car-insurance

V.yada
V.yada

บทความแนะนำ​

คอนโดที่ใช่
อสังหาริมทรัพย์

แต่งคอนโดยังไง? ให้มินิมอลเหมือนหลุดมาจากซีรี่ส์

ดูหนัง-ดูซีรี่ส์สนุก ๆ หลายคนก็คงอยากจะแต่งห้องเหมือนเหล่าพระเอกนางเอก เพราะดีไซน์ชิค ๆ บรรยากาศห้องก็สวยเก๋ไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะธีมห้องแบบมินิมอลใส ๆ แลดูสบาย ซึ่งได้รับความนิยมสุด …

ประกันเพื่อผู้สูงอายุ
ประกันชีวิตผู้สูงอายุ

แฮปปี้มาก! วางแผนไว ก็ได้ใช้ชีวิตเกษียณแบบเฟี้ยว ๆ

เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หลาย ๆ ประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับนโยบายและสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุมากขึ้น และถ้าอยากเป็นวัยเกษียณยุค 2020 ที่แฮปปี้ทั้งกายใจ ก็ตาม rabbit …

เลือกซื้อรถ
รถยนต์

เตรียมเปิดตัว! 5 รถยนต์ใหม่ แห่งปี 2021

เผลอแป๊บเดียวผ่านครึ่งปีแรกไปอย่างรวดเร็ว และก้าวเข้าสู่ครึ่งปีหลัง 2020 กันแล้ว ช่วงที่ผ่านมาตลาดรถยนต์บ้านเรายังคงมีรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ เปิดตัวกันออกมาอย่างต่อเนื่อง และจะยังคงมีรุ่นใหม่ที่รอเปิดตัวในปีหน้า (2021) จะมีรถยนต์รุ่นใดจากค่ายไหนที่น่าสนใจกันบ้าง …