คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

สอบใบขับขี่ ใบขับขี่สมาร์ทการ์ด

จะ สอบใบขับขี่ ใหม่หรือไม่ ก็ใช้ใบขับขี่สมาร์ทการ์ดได้

ใบขับขี่ หรือ ใบอนุญาตขับขี่ คือเอกสารที่ยืนยันว่า คนที่กำลังขับขี่รถอยู่นั้น มีความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร หรือ มีความสามารถในการควบคุมรถ

ซึ่งเอกสารยืนยันที่ว่าต้องทำการสอบใบขับขี่ กับกรมการขนส่งทางบก ถ้าผ่านการสอบใบขับขี่ กรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้ออกบัตรให้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคล รถยนต์สาธารณะ หรือรถโดยสารส่วนบุคคล ต้องผ่านการสอบใบขับขี่กับกรมการขนส่งทางบกมาแล้วทั้งนั้น

[rabbitads slug=banner1]


จะ สอบใบขับขี่ ไม่ผ่าน หรือผ่าน ควรจะรู้เอาไว้

ในเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นจากความประมาท หรือแหกกฎจราจร เช่น เมาแล้วขับ หรือฝ่าไฟแดง กรมการขนส่งทางบกเลยเล็งเห็นว่า การปรับข้อสอบใบขับขี่ ให้ยากขึ้นน่าจะช่วยให้ผู้สอบเพิ่มความตั้งใจ หรือเรียกจิตสำนึกของผู้สอบออกมา จากเดิมข้อเขียน 30 ข้อปรับเป็น 50 ข้อ คะแนนที่ได้ต้อง 90% ขึ้นไป (จากเดิมที่ใช้แค่ 75%)

อีกทั้ง นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก บอกว่า

เพราะข้อสอบใบขับขี่มันง่ายเกินไป การปรับข้อสอบให้ยากขึ้นจึงเป็นเรื่องดี อีกทั้งข้อสอบจะถูกซุ่มโดยคอมพิวเตอร์จากระบบที่มีอยู่ทั้งหมด 1,000 ข้อ ถึงลอกข้อสอบก็มีสิทธิ์ไม่ผ่านเหมือนกัน

ซึ่งคุณสามารถอ่านรายละเอียดของใบขับขี่ปี 2560 ได้ ที่นี่ และเรื่องที่ต้องรู้เอาไว้เกี่ยวกับใบขับขี่ คือ

  • 90 วันเก็บผลทดสอบได้

เมื่อสอบข้อเขียนผ่านแล้ว แต่ไม่ผ่านการทดสอบขับรถ ผู้สมัครสอบใบขับขี่สามารถนัดหมายเพื่อขอสอบแก้ตัวเฉพาะการทดสอบขับรถได้ภายใน 90 วัน ไม่ต้องสอบข้อเขียนใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าเลย 90 วันไปแล้ว ต้องกลับไปจองคิวสำหรับสอบข้อเขียนใหม่อีกครั้ง

  • ก่อนหมดอายุ 60 วัน ต่อใบขับขี่ได้เลย

ขนมยังมีวันหมดอายุ ประกันรถยนต์เอย พรบ รถยนต์เอย หรือแม้แต่ใบขับขี่ก็ไม่ต่างกัน สำหรับใบขับขี่สามารถไปทำล่วงหน้าก่อนบัตรหมดอายุได้ไม่เกิน 60 วัน ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยไม่สามารถไปต่อใบขับขี่หลังจากที่หมดอายุไปแล้ว ก็ยังสามารถดำเนินการต่ออายุหลังจากนั้นได้อีกภายใน 1 ปี แต่ถ้าเลยเวลาไปแล้ว ต้องสอบใบขับขี่ใหม่อีกรอบเท่านั้น

สอบใบขับขี่ ใบขับขี่สมาร์ทการ์ด
(cc) : https://knowledgeth.blogspot.com

 

  • 30 วันกับเส้นตายใบรับรองแพทย์

นอกจากการตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมมาสอบใบขับขี่แล้ว เอกสารประกอบการสมัครเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม และไม่ควรสับสน ปัจจุบันเอกสารในการสมัครสอบใบขับขี่ใช้เพียง 3 อย่างคือ

  1. บัตรประชาชนตัวจริง
  2. สำเนาบัตรประชาชน
  3. ใบรับรองแพทย์ฉบับจริง

สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือใบรับรองแพทย์ฉบับจริง หลายคนไม่รู้ว่าต้องมีอายุจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันที่สมัครไม่เกิน 30 วัน กรมการขนส่งทางบกยึดตามจำนวนวันมากกว่าเดือน เช่น สอบใบขับขี่วันที่ 31 มีนาคม จะต้องยื่นใบรับรองแพทย์ที่ออกเอกสารหลังจากวันที่ 2 มีนาคม เป็นต้น


ยกเลิกใบขับขี่กระดาษ หันมาใช้ใบขับขี่สมาร์การ์ดกันดีกว่า

ไหนๆ สังคมไทยก็ก้าวเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดียอย่างเต็มตัว และเพื่อให้เหมาะกับ ประเทศไทย 4.0 กรมการขนส่งทางบกก็ไม่ยอมน้อยหน้าใครเพื่อนเหมือนกัน

เพราะว่า นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดี บข. เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า กรมการขนส่งทางบกจะยกระดับเทคโนโลยีจากใบขับขี่แบบกระดาษ เป็นใบอนุญาตขับขี่แบบพลาสติก หรือสมาร์ทการ์ดแทน

เหตุผลหลักที่เปลี่ยนจากใบขับขี่กระดาษ เป็นสมาร์ทการ์ด

 

  • ควบคุมความปลอดภัย แถมยังน่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยีแถบข้อมูลแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และเทคโนโลยี QR Code เพื่อจัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแถบข้อมูลแม่เหล็กทุกคนน่าจะเห็นบ่อยๆ ในบัตรประชาชน (แต่สุดท้ายก็ถ่ายเอกสารเวลาใช้)

แต่ QR Code หรือ  Quick Response Code เป็นการตอบสนองอย่างรวดเร็วที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น เป็นสัญลักษณ์แทนข้อมูลต่างๆ เพียงถ่าย QR Code ข้อมูลทุกอย่างก็จะปรากฎขึ้นมาในทันที

[rabbitads slug=banner2]

  • พร้อมระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน เช่น รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ GPS Tracking เป็นเครื่องมือในการบันทึกข้อมูลในการขับรถ ยิ่งเป็นรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุกขนส่งวัตถุอันตราย และรถแท็กซี่ หรือรถกลุ่มเป้าหมายตามที่กรมการขนส่งทางบกบังคับใช้
  • เปลี่ยนจากกระดาษเป็นสมาร์ทการ์ด บนบัตรมีข้อมูลทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษอยู่ควบคู่กัน สามารถใช้ในประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อประหยัดเวลาในการสอบใบขับขี่สากล และเพื่อให้การคมนาคมประเทศสมาชิกอาซียนสะดวกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

สอบใบขับขี่ ใบขับขี่สมาร์ทการ์ด
(cc) : http://www.uasean.com/

ในระยะแรกการเตรียมรูปแบบใบอนุญาตขับรถแบบสมาร์ทการ์ด กรมการขนส่งฯ ได้กำหนดยกเลิกการออกใบขับขี่แบบกระดาษตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาอย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ซึ่งเงินที่จะต้องจ่ายเพื่อเปลี่ยนใหม่ มีดังนี้

  • เพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้สมัครสอบใบขับขี่ จะได้รับใบอนุญาตขับรถแบบสมาร์ทการ์ดแต่ยังไม่มี QR Code และไม่ต้องเสีย 100 บาทเหมือนที่เคย โดยประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะเอาแบบกระดาษ หรือพลาสติกสมาร์ดการ์ดเพื่อลดภาระประชาชน
  • ใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว จากเดิมต้องจ่ายเงิน 305 บาท ก็ถูกลดลงเหลือ 205 บาท เสียเฉพาะค่าธรรมเนียม และค่าคำขอ
  • ผู้สมัครสอบใบขับขี่ที่กรมการขนส่งออกใบขับขี่แบบกระดาษให้ก่อนวันที่ 15 สิงหาคม และใบขับขี่สมาร์ดการ์ดแบบไม่มี QR Code ก่อนวันที่ 4 กันยายน สามารถใช้ได้ตามปกติ แต่ถ้าหาย หรือชำรุด ก็ทำเรื่องติดต่อใหม่และจะได้ใบขับขี่แบบมี QR Code 

เอาเข้าจริงไม่ว่าจะต้องสอบใบขับขี่ได้คะแนนเต็ม 100%  ถ้าผู้ใช้รถขาดสติยับยั้งชั่งใจ หรือฝ่าฝืนกฎจราจรก็คง หนีไม่พ้นอุบัติเหตุอยู่ดี การปรับข้อสอบให้ยากขึ้นก็เพื่อเร่งจิตใต้สำนึกออกมา หรือการปรับใบขับขี่ให้มีรูปแบบใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาข้อมูลระหว่างกรมการขนส่งฯ กับผู้ใช้งาน เรียกได้ว่าวินวินกันทั้งสองฝ่ายแหละเนอะ

9 Tails
9 Tails
Previous
Next

บทความแนะนำ​

คอร์ส เรียนออนไลน์ ฟรี
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

4 คอร์ส เรียนออนไลน์ ฟรี ที่สุดของความใจดีจาก google

โควิด-19 ส่งผลกระทบให้ทุกอาชีพต้องระส่ำระส่าย บ้างก็ต้อง WFH บ้างก็โดนปลดออกจากงานกลางคัน ระยะเวลาผ่านไปครึ่งปี เหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย ล่าสุดมีข่าวว่า หญิงสาววัย …

หม้อน้ำรั่ว
ประกันรถยนต์

หม้อน้ำรถยนต์รั่วกลางทาง ต้องรับมืออย่างไร

ใครขับรถเก่าที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป คงต้องประสบพบเจอกับปัญหาเครื่องยนต์ที่ร้อนจัด เนื่องจากหม้อน้ำรั่ว ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด ซึ่งเราที่เป็นเจ้าของรถจะมีวิธีการสังเกตและวิธีการจัดการแก้ไขได้อย่างไร วันนี้ rabbit finance …

ผู้สูงอายุ
ประกันชีวิตผู้สูงอายุ

โรคอะไรบ้าง ที่ผู้สูงอายุในบ้านคุณต้องระวัง

คุณทราบหรือไม่ว่า จากสถิติได้วิเคราะห์ข้อมูลพบว่า เพศชายมีอายุเฉลี่ยสั้นกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะผู้ชายวัยกลางคนไปจนถึงผู้สูงวัย ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ นั้นมาจากโรคต่าง ๆ ที่รุมเร้า รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน …